ตอนที่ 48
บทที่ 48 ค้นหาผลึกซวนหยวนกับศิลาต้นกำเนิด!
October 22, 2026
บทที่ 48 ค้นหาผลึกซวนหยวนกับศิลาต้นกำเนิด!
“เจ้าพวกนี้ จริง ๆ แล้วคือตัวอะไรกันแน่?”
หลังจากการต่อสู้จบลง
ฉู่โม่วและหมัวซานซานได้เข้ามาตรวจสอบดูซากของสัตว์อสูรที่เข้ามาจู่โจมเมื่อครู่นี้
พวกเขาเห็นว่าร่างกายของพวกมันมีพลังมากกว่าปกติ มากเกินกว่าที่เหล่าสัตว์อสูรระดับ 2 ควรจะมี
ไม่ต้องพูดถึง
ความน่าสะพรึงก่อนที่มันจะตาย อสูรเหล่านี้สามารถพูดภาษามนุษย์ได้ด้วย!
หากยึดเอาตามบันทึกโลกภายนอกนี้ เหล่าสัตว์อสูรที่สามารถพูดภาษามนุษย์ได้อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะอยู่กันที่ระดับ 5 เสียด้วยซ้ำ!
เพราะงั้นนี่มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย!
หากเจ้าพวกนี้เป็นสัตว์อสูรระดับ 5 จริง ๆ พวกเขาไม่มีทางที่จะรับมือได้แน่นอน!
โดยเฉพาะในเขตแดนลับแห่งนี้
เพราะที่นี่มีประตูมิติที่ค่อนข้างแคบ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีสัตว์อสูรที่สูงกว่าระดับ 2 หลุดออกมาได้ หากว่าเป็นแบบนั้นจริง ๆ ป่านนี้พื้นที่บริเวณนี้คงถูกทำลายเพราะความปั่นป่วนจากการส่งร่างสัตว์อสูรเหล่านั้นผ่านประตูมิติเข้ามาแล้ว
แต่ความจริงตรงหน้าพวกเขากำลังทำให้ทฤษฎีที่ว่าสั่นคลอน หากพวกมันไม่ใช่ระดับ 5 จริง ๆ แล้วพวกมันคือตัวอะไร?
“ดูท่าว่าในเขตแดนลับนี่จะมีปริศนาให้ต้องไขอยู่อีกมากเลยนะ”
“คุณหนูหมัวครับ พวกเราคงต้องระมัดระวังกันให้มากขึ้นกว่าเดิมแล้ว… นำผลึกซวนหยวนกลับไปให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนสถานการณ์ระหว่างนั้น ค่อยดูกันอีกทีว่าจะรับมือยังไงได้บ้าง!”
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฉู่โม่วก็พูดขึ้น
ได้ยินเช่นนั้น หมัวซานซานก็พยักหน้าเห็นด้วยกับเขา
ถึงแม้ว่าเขตแดนลับนี่จะดูน่าสนใจ แต่การสำรวจนั้นอาจต้องแลกมาด้วยชีวิตก็ได้
ในตอนนี้ การสำรวจเขตแดนลับยังถือเป็นเรื่องที่อันตรายมาก ๆ ทางที่ดีที่สุดคือรีบออกไปให้เร็วที่สุดเท่านั้น
เมื่อตัดสินใจเช่นนั้น
หมัวซานซานก็พูดต่อ “รักษาบาดแผลของทุกคนให้เร็วที่สุด แล้วพวกเราจะรีบค้นหาสิ่งที่ต้องการโดยใช้เวลาน้อยที่สุดค่ะ!”
“รับทราบ!”
กลุ่มของผู้ฝึกยุทธ์ตอบรับอย่างพร้อมเพรียงกัน
ภายหลังจากโดนลอบโจมตีไป กลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงกว่าสี่สิบคนก่อนหน้านี้สูญเสียสมาชิกลงไปมาก จนปัจจุบันเหลือไม่ถึงสามสิบคนแล้ว
ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้ากลายเป็นความกลัวที่ฝังใจ แม้จะเล็กน้อยแต่ก็ทำให้พวกเขาอยากออกไปจากที่นี่เร็ว ๆ ไม่ต่างกันนัก
เมื่อการรักษาบาดแผลเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งหมดก็เริ่มเดินทางต่อ
ทว่า…
ครั้งนี้ ทุกคนต่างคอยระมัดระวังรอบตัวเป็นอย่างดี ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการลอบโจมตีจากสัตว์อสูรเหมือนตอนก่อนหน้านี้อีก
และแม้จะต้องคอยระมัดระวังรอบตัว
พวกเขาก็ไม่ได้เดินทางช้าลงแต่อย่างใด
เพียงชั่วโมงเดียว พวกเขาทั้งหมดก็เดินทางมาถึงหน้าผากันแล้ว
หน้าผานี้เป็นหน้าผาที่ยื่นออกมาเดี่ยว ๆ และสูงตระหง่าน นอกจากนี้ยังชันมากด้วย
แต่สิ่งที่พวกเขาสนใจหลังจากพบหน้าผาแห่งนั้น กลับเป็นปากถ้ำที่อยู่เบื้องล่างมากกว่า
“น่าจะเป็นที่นี่แน่เลยค่ะ!”
หมัวซานซานมองไปยังความมืดมิดที่อยู่ภายในถ้ำแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ฉู่โม่วมองตรงเข้าไปในนั้น
มันคือผาที่ลึกจนไม่อาจเห็นก้นบึ้งได้ นอกจากนี้ ภายในนั้นยังไม่ปรากฏสิ่งใดอยู่เลยด้วย
“พวกคุณรออยู่ที่นี่ก่อน ฉันกับคุณฉู่โม่วจะเข้าไปตรวจดูข้างในเอง”
ตอนนั้นเอง หมัวซานซานก็ออกคำสั่งไว้
ลึกลงไป มีถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็นที่ซ่อนของผลึกซวนหยวนจริง ๆ ซึ่งแร่ที่ว่านี้ถือเป็นสมบัติบรรพกาลที่โลกและสวรรค์เก็บซ่อนไว้ให้พ้นจากมือมนุษย์ ดังนั้นแล้วมันจึงมีค่ามาก
ถึงแม้ว่าผู้ฝึกยุทธ์เหล่านี้จะเป็นบุคคลที่พันธมิตรพ่อค้าหยกแก้วไว้วางใจมาตลอด แต่ยังไงเธอก็ต้องระวังพวกเขาเอาไว้ด้วยเหมือนกัน
ยังไงเสีย
ใจคนก็ยากแท้หยั่งถึง…
ผู้ฝึกยุทธ์คนอื่น ๆ ไม่ได้รู้ว่าหมัวซานซานกำลังคิดอะไร เพราะงั้นหลังจากได้ยินเช่นนั้น พวกเขาก็พยักหน้ารับแต่โดยดี
ด้วยเหตุนี้
หมัวซานซานจึงส่งสายตาให้ฉู่โม่ว จากนั้นทั้งสองก็เดินตามกันเข้าไปภายในถ้ำที่อยู่ใต้หน้าผาสูงด้วยความระมัดระวัง
ภายในถ้ำนี้ดูค่อนข้างกว้างก็จริง แต่ทางที่เดินได้นั้นกลับคับแคบสักหน่อย
ทั้งสองเดินไปตามทางอยู่พักใหญ่ และเมื่อเดินได้ราวสิบกว่ากิโลเมตร ตรงหน้าของพวกเขาก็ปรากฏกลุ่มแสงสว่างขึ้นมา