ตอนที่ 493
บทที่ 493 ราคาทะลุหลักล้านล้าน กับ ชิ้นส่วนทองแดงมาอยู่ในมือ!
October 22, 2026
บทที่ 493 ราคาทะลุหลักล้านล้าน กับ ชิ้นส่วนทองแดงมาอยู่ในมือ!
ท้ายที่สุดเทวะยุทธ์จี้เจินก็พยายามอดกลั้นความโกรธเอาไว้
แต่แน่นอนว่าเขาไม่สามารถทำได้
อย่างที่นักบุญหัวลั่วกล่าว สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ของหอศักดิ์สิทธิ์ ในฐานะสุดยอดหอการค้าในเมืองใหญ่วสันตฤดูและกระทั่งทั่วทั้งแดนทิศตะวันออก เขาเป็นแค่เทวะยุทธ์และไม่ควรไปหาเรื่องหอศักดิ์สิทธิ์เป็นอันขาด
แม้ว่าเขาจะกลายเป็นมหาเทวะยุทธ์ก็คงยังไม่กล้ามีปัญหากับสัตว์ประหลาดเช่นนี้
“ฉันยอมแพ้!”
หลังจากที่ลังเลและกระวนกระวายอยู่นาน เทวะยุทธ์จี้เจินก็ยอมแพ้ในที่สุด เพราะกองทุนของเขาไม่สามารถทำการประมูลต่อไปได้อีกแล้ว
การประมูลดำเนินต่อไป
การเสนอราคาสินค้ายังคงเข้มข้นอย่างถึงที่สุด
“8 แสนล้าน!”
…
“9 แสนล้าน!”
…
“ล้านล้าน!”
…
ราคายังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และเข้าสู่หลักล้านล้านในที่สุด เมื่อจำนวนนั้นถูกพูดออกมา แทบทุกคนก็อดอ้าปากค้างไม่ได้ ไม่มีใครคิดมาก่อนว่าการประมูลครั้งนี้จะมีสมบัติโบราณหายากปรากฏตัวขึ้นด้วยราคาที่น่าสะพรึงกลัวแบบนี้!
ต้องรู้ด้วยว่า
ทางช้างเผือกนั้นกว้างใหญ่ไพศาลและไม่ใช่ว่าไม่มีสมบัติโบราณถูกค้นพบเลย แต่แม้ว่าพวกมันจะมีราคาสูงและเป็นที่สนใจอยู่แล้ว ส่วนมากก็จะมีราคาอยู่ระหว่างสามถึงห้าพันล้าน และหากสูงกว่านั้นก็จะอยู่ระหว่างเจ็ดถึงแปดพันล้านเหรียญเงินครามเท่านั้น มีสมบัติโบราณหายากจำนวนเท่าหยิบมือเท่านั้นที่มีราคาทะลุหลักล้านล้าน
และมันยังสูงขึ้นกว่านั้นอีกมาก
หลังจากผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง นักบุญหัวลั่วจากตำหนักหมอกมายาก็เสนอราคา 1.358 ล้านล้านเหรียญเงินครามออกมาและไม่มีใครเสนอราคาต่อไปอีก
“สมแล้วที่ตำหนักหมอกมายาเป็นยักษ์ใหญ่ที่ยืนหยัดอยู่บนดาวเคราะห์สีเงินมานับปีไม่ถ้วน มีพื้นฐานที่ลึกซึ้งและเตรียมกองทุนได้เยอะมาก ฉันละชื่นชมจริง ๆ… สาวน้อยหัวลั่ว สมบัติชินนี้เป็นของตำหนักหมอกมายาของเธอแล้ว ฉันยอมแพ้กลับไปหาตระกูลเฝิงก็ได้!”
ตัวแทนจากตระกูลเฝิงแห่งเมืองธาราศักดิ์สิทธิ์ ชายชราผู้มีพละกำลังในขั้นเทวะยุทธ์กล่าวและยอมถอยทัพ
“ขอบคุณนะศิษย์พี่!”
นักบุญหัวลั่วกล่าวขอบคุณ
แม้ว่าน้ำเสียงของเธอจะสงบนิ่ง เธอก็ผ่อนคลายขึ้นมากแล้ว หลังจากที่ชนะการต่อสู้เพื่อสมบัติโบราณชิ้นนี้ เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมา
ในตอนนี้
เจ้าหน้าที่ติงบนเวทีก็เอ่ยขึ้น “ในเมื่อไม่มีใครประมูลต่อแล้ว ผมขอประกาศว่าเขาอัสนีสีม่วงอันล้ำค่านี้เป็นของนักบุญหัวลั่ว!”
ตูม!
เมื่อเขาพูดจบ การประมูลก็สิ้นสุดลง
ผู้เป็นเจ้าของสมบัติอันยิ่งใหญ่จากหอศักดิ์สิทธิ์ได้รับการยืนยันแล้ว!
…
การประมูลจบลง…
ตระกูลและกองกำลังมากมายต่างก็จากไปด้วยสมบัติต่าง ๆ และความพึงพอใจ ส่วนฉู่โม่วและพรรคพวกนั้น เพราะไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับสมบัติโบราณเลย พวกเขาจึงมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความเพลิดเพลินและตื่นตาตื่นใจ
เขาไม่ได้สนใจความขัดแย้งกันระหว่างตระกูลและกองกำลังมากนัก
หลังจากการประมูล ฉู่โม่ว ซูเจาเจา และกวนหนิงหนิงก็จ่ายเหรียญเงินครามเพื่อรับสมบัติของตัวเองและออกไปจากที่นี่
เมื่อชิ้นส่วนทองแดงตกมาอยู่ในมือ ฉู่โม่วก็สัมผัสได้ว่าร่างมายาอีกาสุริยันข้างในร่างกายพลันตื่นขึ้นมาและแทบจะก่อความโกลาหลขึ้น แต่โชคดีที่เขายังควบคุมมันเอาไว้ได้ ไม่อย่างนั้นคงต้องขายหน้าทุกคนแน่
แต่ถึงอย่างนั้น
ก็ยังมีความโหยหาที่รุนแรงออกมาจากร่างมายาอีกาสุริยัน
ครืน! ครืน! ครืน!
เพราะความรู้สึกนี้รุนแรงเสียจนเลือด พลังปราณ และอณูแห่งชีวิตในร่างกายของฉู่โม่วพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่งในเส้นชีพจรและเส้นเลือดของเขา
“ฉู่โม่ว คุณเป็นอะไรเหรอ?”
กวนหนิงหนิงสังเกตเห็นท่าทีของชายหนุ่มและอดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้
“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่คิดว่าทองแดงนี่มันไม่แย่เลยน่ะ”
ฉู่โม่วเปลี่ยนเรื่องไป
หลังจากนั้น เขาก็เก็บชิ้นส่วนทองแดงเข้าไปในพื้นที่เก็บของ แล้วจึงกล่าวด้วยสีหน้าปกติ “ไปกันเถอะ ออกไปจากที่นี่กัน!”
“ได้เลย!”
สองสาวพยักหน้า
…
ข้างในโรงน้ำชา
พวกฉู่โม่วนั่งอยู่ที่นี่ ประตูห้องส่วนตัวถูกปิดลงและกระทั่งถูกล็อกเอาไว้ชั่วคราว หลังจากที่มั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว กวนหนิงหนิงก็ค่อย ๆ หยิบกล่องไม้ออกมาและเปิดดูข้างใน
แสงสว่างจ้าฉายออกมาพร้อมกับสัมผัสของยาที่รุนแรงที่ปกคลุมไปทั่วทั้งห้องในทันที ทั้งสามสัมผัสได้ว่าเซลล์และยีนนับไม่ถ้วนในร่างกายตื่นตัวขึ้นและแสดงความต้องการไร้ที่สิ้นสุดออกมา
หลังจากที่แสงสว่างค่อย ๆ จางหายไปก็เริ่มมองเห็นได้ชัดขึ้น
ยาแก่นเทวามีสีเหมือนหยกและมีสัมผัสที่บริสุทธิ์ราวกับหยกที่ไร้ที่ติ แต่หากมองดูให้ดีก็จะมองเห็นสายสีทองขนาดเล็กอยู่ในตัวยาที่แทบจะไม่พบร่องรอยเลย
แต่ทั้งสามก็รู้จักสายสีทองขนาดเล็กในยาแก่นเทวานี้ดี
เพราะสายสีทองนี้คือการรับรู้และแก่นชีวิตที่ถูกทิ้งไว้หลังจากที่หัวใจของเทวะยุทธ์ถูกหลอมละลายไป เหลือเป็นเพียงแค่สายสีทองนี้ที่แสดงถึงการสกัดยาแก่นเทวาที่สำเร็จ ไม่เช่นนั้น หากไม่มีสายสีทองนี้ ยาแก่นเทวาก็จะสามารถพัฒนาได้แค่พละกำลังของผู้ปลุกพลังเท่านั้น
“งั้นนี่ก็คือยาแก่นเทวาสินะ งดงามจริง ๆ!”
ซูเจาเจามองดูยาสีขาวราวกับหยกตรงหน้าและอุทานออกมา
กวนหนิงหนิงเองก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาเช่นกัน
แม้แต่ฉู่โม่วก็ต้องตกตะลึงกับยาแก่นเทวาตรงหน้า
หลังจากผ่านไปเป็นเวลานาน ทั้งสามก็ได้สติกลับมา