ตอนที่ 528
บทที่ 528 ถ้าอยากตายนัก ฉันก็จะสนองให้เอง!
October 22, 2026
บทที่ 528 ถ้าอยากตายนัก ฉันก็จะสนองให้เอง!
“ฉันได้ยินมาว่า มีคนชื่อฉู่โม่วเป็นคนในเผ่าพันธุ์มนุษย์ของนายที่กลายเป็นอันดับหนึ่งบนศิลาต้นกำเนิด ฉันสงสัยนักว่าเขามาด้วยไหม?”
อัจฉริยะคนหนึ่งจากเผ่ามนุษย์วิหคเอ่ยขึ้นมา
เขายังดูหนุ่มและมีปีกสีทองอยู่บนหลัง สวมใส่ชุดเกราะสีทองอร่าม อีกทั้งยังมีหน้าตาหล่อเหลา ดวงตาที่เฉียบคม และความเหยียดหยามในดวงตาขณะที่พูด
ทันทีที่เขาพูดจบ…
ในหมู่มนุษย์มากมาย ผู้ปลุกพลังทุกคนก็หันไปจับตามองชายหนุ่ม
“นายคือฉู่โม่วเหรอ?”
อัจฉริยะมนุษย์วิหคหันไปมองตามสายตาของทุกคน ด้วยแววตาดุดันที่จับจ้องฉู่โม่วตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะกล่าว “ฉันได้ยินมาว่านายคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์และมีพลังมหาศาล ฉันรู้สึกไม่พอใจเลยอยากจะท้านายสู้น่ะ ฉันละอยากรู้ว่านายจะกล้ารับคำท้าไหม?”
เขากล่าวพร้อมแสยะยิ้ม
“กล้าดีนัก!”
“ปากเก่งนักนะ!”
“แกเป็นใครกัน กล้าพูดแบบนั้นกับคุณฉู่ได้ยังไง?!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ยอดฝีมือจากเผ่าพันธุ์มนุษย์มากมายก็โกรธขึ้นมาทันที
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ชอบอะไรฉู่โม่วเป็นพิเศษ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับการยั่วยุของเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคในคราวนี้ พวกเขาก็อยากจะพยายามปกป้องเผ่าพันธุ์ของตัวเอง
พวกเขาต่างก็เป็นมนุษย์มาตั้งแต่แรกเริ่มและทุกคนมีจิตวิญญาณเป็นหนึ่ง
ประการสอง พวกเขายังกลัวว่าหากฉู่โม่วแพ้ เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็คงจะต้องเสียหน้าอย่างหนักแน่นอน
ประการที่สาม พวกเขาไม่รู้ถึงพละกำลังและความแข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค
ใช่แล้ว…
ยอดฝีมือจากเผ่าพันธุ์มนุษย์มากมายต่างก็ก่นด่าคำแล้วคำเล่า!
แต่อัจฉริยะเผ่ามนุษย์วิหคคนนั้นก็ทำเป็นไม่ได้ยิน เขาแค่จ้องมองฉู่โม่วด้วยสายตาเฉียบคม เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่ขยับ เขาก็เอ่ยถามอีกครั้ง “อะไรกัน? เป็นอันดับหนึ่งในศิลาต้นกำเนิด นายต้องไม่อ่อนแออยู่แล้วสิ ทำไมถึงไม่กล้าสู้กับฉันล่ะ? หรือว่า… นายจะกลัว?”
เมื่อพูดจบ
เขาก็ส่ายหน้าไปมาอีกครั้งและเผยสีหน้าเสียใจออกมา “ถ้าท่านกลัวจริง ๆ ฉันก็คงทำได้แค่ท้าทายยอดฝีมืออันดับที่สองแทนแล้วละ!”
คำพูดเหล่านั้นทั้งหยิ่งทะนงและอวดดี แม้แต่สีหน้าท่าทางของเขาด้วยก็เช่นกัน
และนั่นก็คือข้อผิดพลาดของเขา
ชายคนนี้เป็นยอดฝีมือระดับต้น ๆ ของเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค พละกำลังของเขาต่ำกว่าโม่ซางแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนที่ทำอะไรบุ่มบ่าม แต่ที่เขาพูดเช่นนั้นก็เพื่อยั่วยุฉู่โม่วให้ทำบางสิ่งและอยากทดสอบพละกำลังของชายหนุ่ม
แม้ว่าจะมียังโม่ซางอยู่ในเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค เขาก็คิดว่าตนเองไม่หวาดกลัวเผ่าพันธุ์มนุษย์แม้แต่น้อย
แต่ฉู่โม่วก็กลายเป็นอันดับหนึ่งบนศิลาต้นกำเนิด และทำให้ยอดฝีมือทุกเผ่าพันธุ์ต้องสั่นสะท้าน ชื่อเสียงของเขานั้นน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน
คงจะดีมากหากได้รู้ว่าเขามีกลเม็ดเด็ดพรายอะไรบ้าง
แม้ว่าฉู่โม่วจะไม่เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย เขาก็หันไปท้าทายเฟยเหลียนแทนด้วยความหวังว่าจะได้อะไรมาบ้าง
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น
ในตอนที่พูดออกไป เขาเรียกชายหนุ่มว่าอันดับหนึ่งและเรียกเฟยเหลียนว่าอันดับสอง ซึ่งมีเจตนาชั่วร้ายที่อยากจะให้เกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่างเฟยเหลียนและฉู่โม่วอย่างแน่นอน
อย่างไรแล้ว
ก่อนที่ฉู่โม่วจะปรากฏตัวขึ้น เฟยเหลียนก็เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์มาตลอด!
ในตอนนี้ การที่เขาเรียกว่า ‘อันดับสอง’ นั้นคือการล้อเลียนอย่างไม่ต้องสงสัย
ท่าทียั่วยุของเขาเต็มไปด้วยเจตนาชั่วร้ายขั้นสุดของมนุษย์วิหค
หลังจากที่พูดจบ
เขาก็จับจ้องไปยังเฟยเหลียนและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “อัจฉริยะเฟยเหลียน ในฐานะอันดับสองของเผ่าพันธุ์มนุษย์ นายต้องมีพละกำลังไม่น้อยแน่ อยากต่อสู้กับฉันไหม?”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น
เฟยเหลียนก็เงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาที่เยือกเย็นอย่างถึงที่สุด!
แต่อัจฉริยะมนุษย์วิหคก็ยังคงกระหยิ่มยิ้มย่องและมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
“ต้องบอกเลยนะ!”
“แกทำให้ฉันโกรธได้จริง ๆ!”
เฟยเหลียนเอ่ยขึ้น คำพูดของเขาดูไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก แต่กลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจับใจ
แล้วเขาก็พร้อมที่จะก้าวออกไปข้างหน้าและเริ่มต่อสู้
แต่…
ในตอนนั้นเอง
ฉู่โม่วที่เงียบมาตลอดก็เอ่ยขึ้นในทันใด
“ที่ฉันเงียบไปก่อนหน้านี้เพราะไม่อยากฆ่านาย”