ตอนที่ 530
บทที่ 530 กลุ่มเหยี่ยวกระหายโลหิต และ แก่นไม้ขจี
October 22, 2026
บทที่ 530 กลุ่มเหยี่ยวกระหายโลหิต และ แก่นไม้ขจี
ตูม!
ฉู่โม่วพุ่งเข้าไปในกระแสหมุนวนก่อนสัมผัสได้ถึงลำแสงที่ส่าดส่องปะทะใบหน้า ทำให้ยากที่จะมองเห็นได้อย่างชัดเจน หลังจากที่ปรับสายตาได้ ชายหนุ่มก็พบว่าเขาอยู่ในโลกโบราณที่แปลกประหลาด
เขามองไปรอบ ๆ และไม่พบใครอยู่ จึงผ่อนคลายลงหลังจากที่ปล่อยจิตสัมผัสออกไปตรวจสอบว่าไม่มีใครแฝงตัวอย่างแน่นอน
เขตแดนลับกลืนดาราจะส่งคนออกไปแบบสุ่ม
เมื่อผู้ปลุกพลังเข้าไป เวลาที่เข้าไปในเกราะป้องกันแตกต่างกัน สถานที่ที่ปรากฏตัวจึงต่างออกไปด้วย
แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่ผู้ปลุกพลังไปปรากฏตัวที่บริเวณขั้วโลก
ฉู่โม่วเองก็มีความคับแค้นใจกับเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค หากมีผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์วิหคคนใดเข้ามาใกล้ เขาก็คงจะลงมือสังหารทันที
แต่แน่นอนว่าหากพบกับโม่ซาง เขาก็จำเป็นต้องหลบหนีทันที
โชคยังดีที่ไม่มีอะไรให้เขาต้องเป็นห่วง
หลังจากที่ใจเย็นลง ฉู่โม่วก็ค่อย ๆ มองไปรอบ ๆ
เท่าที่ตามองเห็นได้
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์มากมายที่แทบมองไม่เห็นยอดตั้งสูงตระหง่านอย่างน้อยกว่าสามพันเมตรและทะลุขึ้นเหนือหมู่เมฆ
ข้างในเทือกเขา ต้นไม้โบราณมากมายสูงเสียดฟ้าและเขียวชอุ่ม มีเสียงอสูรคำรามมากมายให้ได้ยิน ทำให้ทั่วทั้งผืนป่าสั่นสะท้านไปด้วยบรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัว
เมื่อเงยหน้าขึ้นไปบนฟ้าก็จะเห็นว่าดวงดาวในโลกแห่งนี้มีขนาดมหึมา หากมองจากบนพื้น ดวงดาวขนาดเล็กจะมีขนาดเหมือนกำปั้นและดวงใหญ่เป็นเหมือนกับยอดเขา
ที่แปลกยิ่งกว่านั้น…
ดวงดาวเหล่านี้ต่างก็เรืองแสงสีแดงที่ทำให้ทั่วทั้งผืนฟ้ากลายเป็นสีแดงม่วงแปลกประหลาด โดยมีจิตวิญญาณชั่วร้ายอันเยือกเย็นกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ทำให้เกิดความต้องการที่จะสังหารขึ้นมาลึก ๆ ในหัวใจของคน
“ตามข้อมูลที่ผู้อาวุโสสวีให้มา เขตแดนลับกลืนดาราเป็นโลกที่มาถึงจุดจบแล้ว ดวงดาวก็พังทลายหรือกำลังจะล่มสลายลงแล้ว ข้างในมีอันตรายที่น่ากลัวมากอยู่ ตอนนี้พอได้เห็นแล้วก็สมคำร่ำลือจริง ๆ!”
ฉู่โม่วพึมพำกับตัวเองด้วยความประหลาดใจ
“ในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งมีชีวิตในโลกนี้ต้องจบเห่หมดแน่!”
“แต่…”
“สำหรับผู้ปลุกพลังอย่างเราที่เข้ามาในโลกนี้ ที่นี่คือสถานที่ที่เต็มไปด้วยโอกาสอันยิ่งใหญ่ จิตวิญญาณของโลกให้กำเนิดสิ่งมหัศจรรย์ของสวรรค์และโลกออกมานับไม่ถ้วนเพื่อรักษามันเอาไว้ ด้วยพลังลึกลับมหาศาล มันจะนำประโยชน์มากมายมาให้ผู้ปลุกพลัง!”
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้
ฉู่โม่วก็หันหน้าไปทันที
ที่นั่นมีลำแสงสว่างจ้าพุ่งขึ้นไปบนฟ้าและปลดปล่อยรัศมีลึกลับออกมา
มันคือสมบัติ!
“ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นอะไรแปลก ๆ หลังจากที่เข้ามาเลย ฉันนี่โชคดีจริง ๆ!”
ฉู่โม่วยิ้ม แล้วจึงบินตรงไปยังลำแสงนั้นทันที
…
ในพื้นที่ไม่ไกลฉู่โม่ว ร่างหนึ่งค่อย ๆ ใกล้เข้ามา แล้วในที่สุดชายหนุ่มผู้มีปีกอยู่บนหลังก็ปรากฏตัวขึ้น
เขาดูเป็นคนธรรมดาทั่วไปที่สงวนท่าทีและเผยให้เห็นเพียงดวงตาที่เศร้าหมองอย่างถึงที่สุด
เขาคือความภาคภูมิใจอันดับหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค โม่ซาง!
เมื่อเข้ามายังโลกใบนี้ โม่ซางก็ไม่ได้เริ่มตามหาสมบัติ แต่กลับหยิบใบเรือออกมาจากแขน ยกมือขึ้น และใส่ดวงแสงสีขาวเข้าไปข้างในมัน
ครืน!
ใบเรือพลันคลี่ออก…
เห็นได้ชัดว่าไม่มีลมพัดผ่าน แต่กลับมีเสียงของสายลมรุนแรงให้ได้ยิน
ที่แปลกยิ่งกว่านั้นคือทิศทางของใบเรือที่ปลิวไปรอบ ๆ และชี้ไปยังทิศทางหนึ่งในที่สุด
“ไกลจนเกือบสัมผัสไม่ได้เลยเหรอ?”
โม่ซางขมวดคิ้ว
ใบเรือนี้เรียกว่าใบเรือสะกดรอย
มันเป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยในการตามหา แค่ดูดซับรัศมีของอีกฝ่ายมาก็สามารถใช้ใบเรือสะกดรอยนำทางตามไปได้ ยิ่งใกล้มากเท่าไร ทิศทางของใบเรือสะกดรอยก็จะยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น
ก่อนที่จะเข้ามาในเขตแดนลับ โม่ซางใช้โอกาสดูดซับรัศมีของฉู่โม่วมาจากการโจมตีของเขาก่อนหน้านี้และตั้งใจจะตามมาสังหารเขาในเขตแดนลับ
แต่ตอนนี้ใบเรือสะกดรอยกำลังเคลื่อนที่ไปอย่างเอื่อยเฉื่อย เห็นได้ชัดว่าตนอยู่ห่างไกลออกไปมาก
นั่นทำให้โม่ซางลังเลเล็กน้อย
เขาต้องใช้เวลานานในการตามหาตัวฉู่โม่วและลงมือสังหาร แต่เขาก็สามารถเลือกที่จะตามหาสมบัติก่อนได้ โม่ซางจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
“เอาละ!”
“ตามหาสมบัติและเพิ่มพละกำลังก่อนดีกว่า!”
“ตอนนี้เหลือเวลาอีกตั้งครึ่งปีก่อนเขตแดนลับจะปิด ระหว่างนี้ก็ค่อย ๆ เข้าไปใกล้เขาด้วย จะปล่อยให้ฉู่โม่วนั่นหลุดมือไปไม่ได้!”
เขาพึมพำ
แล้วจึงบิดข้อมือ ดึงใบเรือสะกดรอยกลับมา และเปลี่ยนทิศทางไปตามหาสิ่งแปลกประหลาดต่าง ๆ แทน
…
ฉู่โม่วไม่รู้ว่าโม่ซางกำลังทำอะไรอยู่
ตอนนี้เขายังคงบินตรงไปหาลำแสง
แต่ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็พบกับกลุ่มสัตว์อสูรนกที่ขวางทางเอาไว้
มีสัตว์อสูรจำนวนมากกว่าหมื่นตัวปกคลุมท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ พวกมันทรงพลังอย่างถึงที่สุด โดยแต่ละตัวอยู่ในขั้นเก้าขอบเขตแห่งการเปลี่ยนแปลง ส่วนตัวที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นอยู่ในขั้นเทียมเทพระดับปลายแล้ว
“เหยี่ยวกระหายโลหิต!”
เมื่อเห็นพวกมัน ความทรงจำหนึ่งก็แล่นเข้ามาในความคิดของฉู่โม่ว เขาศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเขตแดนลับกลืนดาราที่ผู้อาวุโสสวีให้มา