ตอนที่ 69
บทที่ 69 นั่นฉู่โม่วงั้นเหรอ!?
October 22, 2026
บทที่ 69 นั่นฉู่โม่วงั้นเหรอ!?
ผู้ปลุกพลังทั่วไปต่างเข้าต่อสู้กับสัตว์อสูรอย่างยากลำบาก
แต่สถานการณ์ที่เหล่าปรมาจารย์ยุทธ์เผชิญอยู่ มันยิ่งหนักหนายิ่งกว่า
ปรมาจารย์ยุทธ์ทั้งเจ็ดคนรวมไปถึงเสิ่นจิ้นถูกสัตว์อสูรระดับ 4 กว่าสิบสองตัวเข้าห้อมล้อมไว้
ต่อให้พยายามจะปลีกตัวออกซ้ายหรือขวา แต่ท้ายสุดเหล่าสัตว์อสูรพวกนั้นก็จะขยับมาล้อมไว้ได้อย่างเดิม
ชัดเจนแล้วว่า
พวกมันพยายามจะล้อมกรอบเพื่อจัดการเหล่าปรมาจารย์ยุทธ์ทั้งหมด ไม่ให้ใครหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!
“อย่ามาดูถูกคนแก่นะเว้ย!!”
ตู้ม!!
ปรมาจารย์ยุทธ์คนหนึ่งที่บาดเจ็บหนักและเหนื่อยล้าจนถึงขีดสุดแล้วตะโกนขึ้น
เขามองไปยังสัตว์อสูรระดับ 4 ที่ล้อมตนไว้อยู่ด้วยสีหน้าสิ้นหวัง กระนั้นด้วยจิตวิญญาณที่เหลืออยู่ เขาใช้พลังเฮือกสุดท้ายกล้ำกลืนเลือดที่ไหลออกจากปากและเค้นเอาพลังจากทั่วทั้งร่างออกมา ก่อนชายชราจะวิ่งเข้าไปกลางวงของสัตว์อสูรที่น่ารังเกียจและระเบิดพลังออกมาพร้อมกับร่างของตนเองไปด้วย!!
พลังของระเบิดอณูแห่งชีวิตนั้นรุนแรงมากระดับที่สามารถกำจัดสัตว์อสูรระดับ 4 ได้ตัวหนึ่ง ขณะที่สัตว์อสูรตนอื่นก็บาดเจ็บหนักกันไม่น้อย
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เหล่าสัตว์อสูรที่พร้อมสู้อยู่รอบ ๆ ลดจำนวนลงไปด้วย
แต่ก็เท่านั้น…
มันยังมีสัตว์อสูรระดับ 4 อีกนับสิบตัวที่พยายามเข้าโจมตีปรมาจารย์ยุทธ์ที่เหลือ
หนึ่งในเป้าหมายของพวกมันนั้นก็มีเสิ่นจิ้นรวมอยู่ด้วย เขาสู้จนไม่สามารถยืนค้ำยันได้อีกต่อไป เขาพยายามถอยออกจากวงล้อมสัตว์อสูรด้วยร่างที่ชุ่มไปด้วยเลือด
“สหาย… แค่ก! ฉัน… ทนไม่ไหวแล้ว… แค่ก ๆ! ถ้ายังไง… ฉันขอล่วงหน้าไปก่อนก็แล้วกัน!”
ขณะนั้นเอง
ชายวัยกลางคนผู้เป็นปรมาจารย์ยุทธ์ก็พูดขึ้นพร้อมกับสีหน้าหมดอาลัยตายอยาก เขายิ้มและกระอักเลือดออกมา
“ไม่ต้องห่วงเพื่อนรัก ฉันไม่ปล่อยให้เจ้ารอที่โลกฝั่งนู้นนานนักหรอก!”
ข้าง ๆ เขามีชายสูงวัยอีกคนหนึ่งที่แขนหนึ่งข้างขาดไปแล้ว ตัวเขาหัวเราะออกมา ณ จังหวะนั้น ในขณะที่ภายในใจกำลังคิดจะเข้าไประเบิดพลังอณูแห่งชีวิตใส่สัตว์อสูรเหล่านั้นเช่นกัน
ได้ยินเช่นนั้น
ปรมาจารย์ยุทธ์วัยกลางคนก็หัวเราะออกมา “ผู้อาวุโสเจียงฮ่าว ตอนแรก ๆ ผมก็ไม่ชอบท่านสักเท่าไหร่หรอกนะ ไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าจะได้เห็นท่านกล้าหาญได้ถึงเพียงนี้ เพราะงั้น… ผม เว่ยฮ่าวจิง ขอกล่าวขอโทษที่ได้ล่วงเกินท่านไป และยอมรับว่าท่านเองก็เป็นผู้ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครคนหนึ่งเช่นกัน!”
“เฮ้ย ๆ คิดว่าคนอย่างฉันต้องการความนับถือจากคนหนุ่มบั้นปลายอย่างแกหรือไงฟะ?”
ปรมาจารย์ยุทธ์สูงวัยนามว่าเจียงฮ่าวพ่นลมหายใจอย่างหยิ่งผยอง
ทั้งสองคุยกันไปเรื่อย ขณะเดียวกันก็ไม่ได้หยุดนิ่ง
พลังอณูแห่งชีวิตที่รุนแรงถูกกระตุ้นและส่งไปทั่วทั้งร่างกาย มันถูกรวบรวมดั่งเทียนชีวิตที่ยังไม่ดับมอด จากนั้นพวกเขาทั้งสองก็วิ่งเข้าไปหาฝูงสัตว์อสูรอย่างไม่เกรงกลัว
หลังจากนั้นก็เกิดเสียงระเบิดสองครั้งตามกันมาติด ๆ คลื่นอัดกระแทกรุนแรงกระจายวงกว้าง อันเป็นสัญญาณว่า โลกได้สูญเสียปรมาจารย์ยุทธ์เพิ่มขึ้นอีกสองคนแล้ว
การระเบิดพลังอณูแห่งชีวิตที่จ่ายด้วยชีวิตของพวกเขาสามารถกำจัดสัตว์อสูรระดับ 4 ได้ถึงสามตัว รวมถึงทำให้สัตว์อสูรตนอื่น ๆ บาดเจ็บหนักได้อีกมากมาย
เพียงเวลาสั้น ๆ ปรมาจารย์ยุทธ์สามคนก็ถูกกำจัดลงไป
รวมเสิ่นจิ้นเข้าไปด้วยแล้วในตอนนี้ มีปรมาจารย์ยุทธ์เหลือเพียงสี่คนเท่านั้น
ในส่วนทางฝั่งของสัตว์อสูร มันยังคงเหลืออย่างน้อย ๆ ก็สิบสองตน
“เพื่อนยาก ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะบีบบังคับให้พวกเราเลือกทำไม่ต่างจากพวกเขานักหรอกนะ”
เสิ่นจิ้นมองไปรอบ ๆ ตัว เขาสูดหายใจเข้าลึกและพูดด้วยเสียงเคร่งขรึม
“เสิ่นจิ้น สัตว์อสูรเหล่านี้แข็งแกร่งเกินไป พวกเราไม่มีทางปกป้องได้แม้กระทั่งฐานลู่หยางแน่ ๆ …อีกทั้งพวกเราเองต่างก็บาดเจ็บหนักจนยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ แต่นายต่างออกไป… นายยังมีโอกาสใช้ชีวิตต่อ!”
“พวกเราจะช่วยนาย… ให้รอดออกไป แล้วใช้ชีวิตที่เหลือให้ดี!”
“ใช่แล้ว คนที่ไม่ได้บาดเจ็บอะไรอย่างนาย มีโอกาสรอดมากที่สุดแล้ว”
ปรมาจารย์ยุทธ์ทั้งสามหาข้อเสนอรวมกัน
“พวกคุณตั้งใจจะสู้จนตัวตาย แล้วทำไมฉันต้องรอดไปคนเดียวด้วยเล่า!”
เสิ่นจิ้นลูบเครางามของตนและจ้องมองไปยังกลุ่มสหายเก่า “ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งในพวกเราต้องตาย ฉันเองก็จะขอตายตามกันไป ณ ที่แห่งนี้ด้วย!”
นั่นเพราะเขาไม่อยากจะใช้ชีวิตอยู่ต่อเพียงลำพัง
แต่ถึงอย่างนั้น ปรมาจารย์ยุทธ์ทั้งสามที่ได้ตัดสินใจแล้วก็ไม่ได้สนใจเขาแต่อย่างใด แต่ละคนต่างมองไปยังทิศทางของตนเอง เพื่อวางแผนและหาตำแหน่งที่จะเข้าไประเบิดคลื่นพลังอณูแห่งชีวิต โดยมีเป้าหมายคือการสร้างทางรอดให้แก่เสิ่นจิ้น
พวกเขาต้องการซื้อชีวิตของเสิ่นจิ้นด้วยชีวิตของพวกเขาเอง
อย่างไรก็ตาม
ขณะที่ทั้งสามเตรียมจะเข้าไปประจำตำแหน่งแล้วระเบิดคลื่นพลังอณูแห่งชีวิต
ภายในฐาน คลื่นกระบี่ปริศนาขนาดใหญ่ก็พุ่งลงมาจากฟากฟ้า มันห่อหุ้มไปด้วยพลังที่น่าเหลือเชื่อขนาดที่ไม่มีอะไรสามารถหยุดมันได้ สิ่งนี้พุ่งผ่านทุกสิ่งอย่างเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ฉั้วะ!
สัตว์อสูรระดับ 4 ตนหนึ่งที่เผอิญเข้ามาขวางเส้นทางของคมกระบี่นั้นไม่ทันได้ตั้งตัวใด ๆ ทั้งสิ้น มันไม่สามารถหลบได้ แต่ถูกคมกระบี่พุ่งผ่านไปโดยไม่ทันรู้ตัวอะไรเลย
ร่างนั้นหยุดนิ่ง ก่อนที่ในวินาทีต่อมา
ร่างที่หยุดนิ่งไปก็ค่อย ๆ ล้มลงโดยแยกเป็นสอง ส่วน!
ตึง!
เพราะขนาดที่ใหญ่โต ยามที่ร่างของมันร่วงหล่นลงไปบนพื้น มันเลยทำให้สัตว์อสูรขนาดเล็กที่โชคร้ายถูกทับตายไปโดยไม่รู้ตัว
“นี่มัน… คลื่นกระบี่!?”
“สามารถกำจัดสัตว์ร้ายระดับ 4 ได้ด้วยกระบวนท่าเดียว… หรือว่า ภายในฐานแห่งนี้ยังมีปรมาจารย์ยุทธ์หลบซ่อนอยู่อีกงั้นเหรอ!?”
“ไม่ใช่… ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น… แต่ไม่ใช่ปรมาจารย์ยุทธ์ระดับทั่วไปแน่ ๆ !”
แววตาของเสิ่นจิ้นหรี่มองไปยังคลื่นกระบี่ที่กำลังเคลื่อนที่ต่อ ด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจสุด ๆ