ตอนที่ 82
บทที่ 82 แท่นแผ่นศิลารู้แจ้งและเข้าถึงเจตจำนงแห่งกระบี่!
October 22, 2026
บทที่ 82 แท่นแผ่นศิลารู้แจ้งและเข้าถึงเจตจำนงแห่งกระบี่!
“นายน้อย!”
สาวใช้อีกคนที่อยู่ด้านหลังหน้าซีดเผือดหลังเห็นนายน้อยของตนต้องมาตายเช่นนี้
“แกจบสิ้นแล้ว! บังอาจมากที่กล้ามาฆ่านายน้อยแห่งตระกูลสวี่แบบนี้! ตระกูลสวี่จะไม่ปล่อยแกไว้อย่างแน่นอน!”
“ไม่ว่าแกจะบินหนีขึ้นฟ้าหรือมุดลงไปในผิวโลก ต่อให้จะหนีไปจนสุดขอบโลก แกก็หนีความตายไม่ได้!”
อีกฝ่ายตะโกนร้องก่อนจะวิ่งหนีไป
ฉู่โม่วไม่สนใจอีกฝ่ายและเดินตรงไปยังร่างของสวี่ฉีหลินแทน
ส่วนคนใช้สาวที่ถูกปล่อยให้หนีรอดไปได้นั้น เมื่อเห็นว่าฉู่โม่วไม่ได้ไล่ตาม เธอก็รู้สึกสบายใจอยู่ลึก ๆ
ทว่าก่อนที่ความสบายใจนั้นจะแสดงออกทางสีหน้า…
ฟิ้ว!
ควบคู่มากับเสียงบางสิ่งบางอย่างที่ลู่ลมลงมา นกยักษ์ที่มีขนสีทองปกคลุมร่างกายทะยานลงจากฟ้าเสมือนนกที่เห็นเหยื่อพร้อมกับกรงเล็บที่แหลมคมราวกับคมมีด
ฉัวะ!
ทันทีที่กรงเล็บของมันโฉบเข้าที่หัวของหญิงสาว หัวนั้นก็หลุดติดกรงเล็บออกมาได้อย่างง่ายดาย ก่อนที่เจ้าของหัวจะรู้สึกตัวด้วยซ้ำ
ด้วยเหตุนี้จึงเหลือเพียงพ่อบ้านสูงวัยเท่านั้นที่ยังคงมีชีวิตอยู่ แต่ก็สภาพปางตายแล้ว
ฉู่โม่วเดินตรงไปยังอีกฝ่าย ก่อนจะกวาดสายตามองอย่างเยือกเย็น
จากนั้นไม่นาน
ทั้งสี่คนที่หมายจะเอาชีวิตเขาก็ถูกปลิดชีพให้ตายตกตามกันในที่สุด
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาจึงหาที่พักผ่อนเสียหน่อย
ถึงแม้ว่าการกำจัดทั้งสี่คนนี้จะใช้เวลาไม่นาน แต่มันก็ใช้อณูแห่งชีวิตและการไหลเวียนเลือดที่ค่อนข้างหนักหน่วงอยู่เหมือนกัน
เวลาผ่านไปอีกครู่หนึ่ง
เมื่อพลังของเขาฟื้นกลับมาล้นหลามดังเดิมแล้ว ฉู่โม่วก็เริ่มเก็บข้าวของต่าง ๆ ทั้งของตนและของทั้งสี่ร่างที่ไร้วิญญาณนี้ด้วย
พวกเขาเหล่านี้สมควรแล้วที่มาจากฐานขนาดใหญ่
สิ่งของต่าง ๆ ที่พกมาในกระเป๋าล้วนแต่เป็นของที่มีมูลค่ากันทั้งนั้น
ขนาดแค่ถุงเก็บของของสาวใช้ยังเป็นแบบพิเศษที่กว้างขวางถึงสิบตารางเมตรเลย
ส่วนของนายน้อยหนุ่มขยะนั่น ฉู่โม่วจำชื่ออีกฝ่ายไม่ได้ด้วยซ้ำ ถุงเก็บของของคนผู้นี้กว้างราว ๆ ห้าสิบตารางเมตรได้เลย
หลังจากที่เปิดมันออกมา
เขาก็พบว่าภายในมีสิ่งของมากมาย รวมถึงหินปฐมกาลที่เรียกได้ว่ามหาศาลถูกบรรจุไว้ภายในด้วย
นอกจากนี้ ฉู่โม่วยังสังเกตุเห็นเลือดอสูรระดับ 5 ถึงสองขวดอีก!
‘เด็กที่มาจากตระกูลที่พร้อมสนับสนุนนี่ช่างน่าอิจฉาชะมัด!’
ฉู่โม่วแอบบ่นอิดออดในใจ
เมื่อครั้งที่ออกฝึกฝน เขาได้สมบัติและสิ่งของต่าง ๆ มากมายมาจากการที่เข้าไปในเขตแดนลับกับหมัวซานซาน ในตอนนั้นเขาดีใจมาก ๆ กับสิ่งของที่ได้มา
ทว่าในตอนนี้ เพียงแค่เปิดถุงเก็บของของเด็กที่มาจากตระกูลที่ยิ่งใหญ่ ทั้งที่เจ้าตัวก็ไม่ได้มีฝีมืออะไรมาก แต่กลับพบเจอกับของระดับนี้อยู่ มันแสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวของตระกูลที่คอยหนุนหลังอีกฝ่ายอยู่เลยว่ามีอำนาจมากขนาดไหน!
เขาเก็บของทั้งหมดที่ได้มาจากถุงเก็บของทั้งสี่ใบลงไปในมิติพกพา จากนั้นเริ่มจัดแยกหมวดหมู่ของมันเอาไว้
จนกระทั่งเสร็จ
“เอาล่ะ…”
“จะว่าไป ในที่รกร้างแห่งนี้ ทำไมพ่อหนุ่มลูกคุณหนูจากฐานจินหลิงถึงมาอยู่ ณ ที่แบบนี้พร้อมกับพ่อบ้านแม่บ้านได้นะ?”
“หรือว่าจะมีสมบัติบรรพกาลอะไรซ่อนอยู่หรือไง?”
จู่ ๆ ฉู่โม่วก็คิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้
นึกถึงเรื่องที่อาไต๋เองก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสมบัติบรรพกาลจากที่นี่ เขาอดไม่ได้ที่จะสงสัยอีกครั้ง
“ถ้างั้น… ไอ้สมบัติบรรพกาลที่ว่านั่นอยู่ไหนกันน่ะ?”
ชายหนุ่มกวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนที่สายตาจะไปจับจ้องอยู่ที่อาคารที่สงสัยมาตั้งแต่แรก เพราะการต่อสู้ก่อนหน้านี้ทำให้เขาเทเลพอร์ตตัวเองออกไปไกลจากที่นี่หลายร้อยเมตร
โชคยังดีที่ตัวอาคารที่ทรุดโทรมแห่งนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากการต่อสู้นั้นไปด้วย
หรือจริง ๆ แล้วเจ้าสิ่งนี้ไม่ใช่อาคารทั่วไป? บางทีอาจจะเป็นสัตว์อสูร!
ตระหนักขึ้นมาแบบนั้น ฉู่โม่วก็เดินมาดู
เขาเข้าไปภายในอีกครั้งและตรวจสอบภายในตัวอาคารอย่างระมัดระวัง
ผ่านไปพักใหญ่ สีหน้าของฉู่โม่วก็ดูจะประหลาดใจกับอะไรบางอย่างขึ้นมา เขาเดินตรงไปยังส่วนที่เป็นห้องรับแขกของอาคาร และตรงหน้าในตอนนี้มีเสาหินแท่งหนึ่ง ที่ดูจะเป็นเหมือนเสาที่คอยค้ำจุนอาคารหลังนี้อยู่
ที่ด้านนอกของเสาก็ดูเหมือนจะเป็นเสาทั่วไป
แต่ก็แค่ด้านนอก
เพียงแค่ฉู่โม่ววางมือลงไปบนผิว เขาก็รู้สึกได้ว่าเหมือนมือจะทะลุผ่านเข้าไปยังโลกอีกใบหนึ่งแล้ว
ชัดเจนเลยว่า นี่คือกลไกของโลกที่พรางอีกมิติหนึ่งเอาไว้เบื้องหลัง และสิ่งที่เป็นตัวพรางตาในครั้งนี้ก็คือเสาหินนี่! ส่วนวิธีที่จะเข้าไปภายในมิตินั้นได้ก็คือการใช้จิตวิญญาณ!
ทว่าเพราะตอนนี้จิตวิญญาณและร่างกายของเขาได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว ดังนั้นเพียงแค่สัมผัสโดยไม่ได้ใช้ทักษะอะไร มันก็รับรู้ได้ถึงโลกอีกใบที่ซ่อนอยู่ไปแล้ว
“นี่มัน…”
ฉู่โม่วชักมือกลับมาช้า ๆ
หลังจากนั้น จิตใต้สำนึกของเขาก็กระตุ้นกายจิตขึ้นมาราวกับจะเรียกให้สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในเสาหินตื่นขึ้นจากการรับรู้ได้ถึงจิตวิญญาณเบื้องหน้า ทันใดนั้นเอง ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปก็ปรากฏขึ้นมาในตัวฉู่โม่ว
กลิ่นอายของความลึกลับระดับสูงพุ่งตรงเข้ามาหาเขา!