ตอนที่ 85
บทที่ 85 หนทางทลายขีดจำกัดเข้าสู่การเป็นปรมาจารย์ยุทธ์
October 22, 2026
บทที่ 85 หนทางทลายขีดจำกัดเข้าสู่การเป็นปรมาจารย์ยุทธ์
“อย่างไรก็ตาม นี่ก็ไม่ใช่สถานการณ์ที่ร้ายแรงอะไรขนาดนั้น!”
ขณะที่ฉู่โม่วกำลังใจสั่นอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสิ่นจิ้นพูดขึ้นมา “อย่างที่ฉันกับสีอิ้งได้ไปดูสถานที่ด้วยตนเอง รอยแยกนี้เพิ่งจะก่อตัวขึ้น มันยังเล็กมาก ถึงแม้ว่าจะค่อย ๆ ขยายใหญ่ แต่ก็น่าจะใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือน และเมื่อมันขยายใหญ่จนพอแล้ว เมื่อนั้นสัตว์อสูรถึงจะออกมา!”
“อนึ่งฉันติดต่อไปยังฐานจินหลิงและรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่นี่ไปแล้ว ทางด้านฐานจินหลิงก็เล็งเห็นถึงเรื่องนี้ พวกเขาให้ความสนใจแล้วตอบกลับมาว่าจะส่งหน่วยสนับสนุนเข้ามาช่วย ตัวฉันเองก็จะช่วยจัดการรอยแยกนี้ด้วยอีกแรงหนึ่ง”
ฟังเช่นนั้นแล้วฉู่โม่วก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เขาพูดถามขึ้นมา “งั้นในเมื่อสถานการณ์มันเป็นเช่นนี้ แสดงว่าวิกฤตที่ฐานลู่หยางต้องเจอน่าจะบรรเทาลงแล้ว แบบนี้ทำไมบรรยากาศถึงดูไม่สดใสเลยล่ะครับ?”
ในทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา เสิ่นจิ้นก็ถอนหายใจ
คนอื่น ๆ ภายในห้องเองก็อดไม่ได้ที่จะหันมองหน้ากันเองด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนไปด้วย
“ก็เพราะแบบนั้นแหละ…”
ปรมาจารย์ยุทธ์สีอิ้งที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้น “ถึงแม้ว่าฐานจินหลิงบอกจะส่งหน่วยสนับสนุนมาช่วยจริง ๆ แต่เพราะรอยแยกนี้มันเกิดใกล้กับฐานลู่หยาง พวกนั้นอยากให้เราส่งคนเข้าไปสำรวจภายในรอยแยกก่อนถึงความแข็งแกร่งของพวกสัตว์อสูรภายในนั้น…”
ฉู่โม่วเข้าใจได้ในทันที
มันเป็นเพราะฐานจินหลิงไม่อยากเอาคนของตนเองเข้ามาเสี่ยงกับอันตรายที่อยู่ภายในนั้นนี่เอง ดังนั้นจึงพยายามจะลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด ก็เลยขอให้ทางฐานลู่หยางส่งคนเข้าไปด้านในก่อน
“รอยแยกมิติเช่นนี้มีอันตรายมากมายซ่อนอยู่ภายใน อย่างน้อย ๆ คนที่จะเข้าไปได้ก็ต้องเป็นระดับปรมาจารย์ยุทธ์เสียก่อน ทั้งนี้เพื่อจะได้ทดสอบความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรได้ด้วย เพราะงั้นแล้ว… ข้าเลยคิดว่าปรมาจารย์ยุทธ์สี่คนสำหรับงานนี้น่าจะเหมาะสม แต่คนที่สี่นั้นไม่สามารถญาติดีกับเสิ่นจิ้นได้ สาเหตุที่ต้องใช้ปรมาจารย์ยุทธ์นั้นก็เพราะฉันค่อนข้างมั่นใจว่าภายในนั้นจะต้องมีสัตว์อสูรระดับ 5 อยู่แน่ เสิ่นจิ้นเพิ่งจะบาดเจ็บหนักจากเมื่อครั้งต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรที่มาบุกเมือง แม้ภายนอกจะดูหายดีแล้วแต่พลังของเขายังไม่ฟื้นกลับขึ้นมาอย่างสมบูรณ์”
“ดังนั้นหากเขาเข้าไปในรอยแยกและเผอิญเจอเข้ากับสัตว์อสูร เขาจะต้องตายแน่ ๆ!”
พูดเช่นนั้น สีอิ้งก็ถอนหายใจและหันกลับมามองฉู่โม่ว “ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงอยากจะขอให้คุณฉู่ช่วยนำพาพวกเราเข้าไปตรวจสอบภายในรอยแยกนั้นทีได้ไหม?”
พูดจบ
ทุกคนรวมถึงเสิ่นจิ้นด้วยก็หันมามองฉู่โม่วด้วยความคาดหวัง
“ผมทำให้ก็ได้ครับ!”
ภายใต้ความคาดหวังของทุกคน ฉู่โม่วก็ใจเต้นแรงขึ้นมาชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้าแล้วพูดออกไป
เหตุผลสำคัญที่ทำให้เขายอมที่จะเข้าไปนั้น ไม่ใช่เพราะฉู่โม่วต้องการจะเสียสละแต่อย่างใด แต่นี่เกิดจากการไตร่ตรองมาดิบดีแล้วภายในใจ
อันดับแรกเลย เสิ่นจิ้นถือเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งรวมถึงเป็นอาจารย์ของเฉินซีเวยด้วย หากฉู่โม่วปฏิเสธที่จะเข้าไป คนคนนี้จะต้องนำปรมาจารย์ยุทธ์อีกสามคนเข้าไปด้วยตนเอง และนั่นค่อนข้างจะตายตัวว่าพวกเขาเหล่านี้ไม่รอดแน่
ยังไงเสียเสิ่นจิ้นก็เป็นคนที่เฉินซีเวยเคารพนับถือ เขาช่วยเธอเอาไว้เยอะ หากฉู่โม่วปล่อยให้เขาตาย เฉินซีเวยจะต้องเสียใจมากแน่ ๆ
เรื่องที่สอง
การที่ฉู่โม่วมาที่นี่ก็หวังที่จะถามถึงวิธีที่จะทลายขีดจำกัดของร่างกายขั้นจอมยุทธ์ขึ้นไปอีกขั้น
ถ้าหากเขาปฏิเสธการขอความช่วยเหลือไปตอนนี้ การที่เขาจะขอความช่วยเหลือกลับมันคงเป็นเรื่องที่หนักใจพอสมควร บางทีพวกเขาอาจจะปิดบังกุญแจสำคัญที่จะพาเขาเลื่อนระดับไปเพียงเพราะเขาไม่ยอมช่วยเหลือก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
เพราะงั้นแล้ว
เขาจึงตกลงที่จะช่วย
ทางฝั่งของเสิ่นจิ้นและคนอื่น ๆ ที่ได้ยินคำตอบของฉู่โม่ว พวกเขาต่างก็แสดงความยินดีกันถ้วนหน้า
“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือครับ คุณฉู่!”
“ด้วยพลังของคุณฉู่ ภารกิจครั้งนี้จะต้องผ่านพ้นไปด้วยดีแน่ ๆ!”
พวกเขาแสดงคำขอบคุณ
บรรยากาศอึมครึมในตอนแรกนั้น บัดนี้ได้คลี่คลายลงไปเยอะแล้ว
“ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้ ยังไงซะผมก็เป็นหนึ่งในสมาชิกฐานลู่หยางอยู่แล้ว ผมเองก็ไม่อยากจะให้ฐานต้องถูกทำลายเพราะสัตว์อสูรที่มาจากรอยแยกมิตินั้นเหมือนกับทุกคนนั่นแหละ”
ฉู่โม่วพูดด้วยรอยยิ้ม