ตอนที่ 538
บทที่ 538 ความสามารถใหม่ของระบบ แดนเซียนโกลาหล
October 22, 2026
บทที่ 538 ความสามารถใหม่ของระบบ แดนเซียนโกลาหล
สำหรับคำพูดของฉิวซีไหล เหล่าอริยะต่างเงียบงัน ไร้วาจาจะกล่าว
เบื้องหน้าพวกเขาเหลือเพียงวิธีนี้เท่านั้น
พวกเขาต่างก็รู้สึกหมองเศร้าอยู่ในใจ หากรอดพ้นมหันตภัยนี้ไปแล้วจะเป็นอย่างไรต่อ
ต่อไปมิใช่ต้องก้มหัวยอมสยบต่อฉิวซีไหลหรอกหรือ
มหาจักรพรรดิเซียวเปิดปากเอ่ย “ผ่านมหันตภัยนี้ไปให้ได้แล้วค่อยว่ากันเถิด ฉิวซีไหลเข้าปะทะมารมรรคาสวรรค์ด้วยตัวเอง มีความกดดันกว่าพวกเรามากนัก ตอนนี้จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุน”
คำพูดของเขาได้รับความเห็นชอบจากอริยะรายอื่น
เรื่องนี้จึงตัดสินกันตามนี้
….
เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า
ผ่านพ้นไปอีกหนึ่งร้อยปี
ภายในระยะเวลาหนึ่งร้อยปีนี้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นไม่น้อย มีทั้งผู้ทรงพลังบุกเบิกสร้างโลกมนุษย์ และมีเผ่าพันธุ์ใหม่ก่อตั้งขึ้น มุ่งหมายแย่งชิงดวงชะตา
อีกาทองภายในดวงอาทิตย์ถือกำเนิดสู่โลกา เริ่มก่อตั้งเผ่าปีศาจขึ้น
เผ่าปีศาจที่กระจายตัวอยู่ทั่วสรวงสวรรค์ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง!
แนวคิดภาพรวมของเผ่าปีศาจนั้นคลุมเครือนัก นอกเหนือจากเผ่าพันธุ์แห่งมรรคาสวรรค์แล้ว ที่เหลือล้วนสามารถเป็นเผ่าปีศาจได้ และด้วยคำขวัญนี้ กลุ่มอิทธิพลของอีกาทองจึงขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตำนานแห่งเขตเซียนร้อยคีรีซาลงอีกครั้ง ไม่ถูกสรรพสิ่งเอ่ยถึงอีก
จักรพรรดิเซียนหนึ่งพันคนที่สำนักซ่อนเร้นส่งตัวออกไปก็ได้ตั้งรกรากบนดินแดนใหม่แห่งนั้นแล้ว โลกนี้ยังมิถูกรวมเป็นปึกแผ่น ยังอยู่ในยุคโกลาหลวุ่นวาย
สำหรับศิษย์ในนามหนึ่งพันคนนี้หานเจวี๋ยไม่ได้ให้ความสนใจเลย หากเผชิญปัญหายุ่งยากเข้าจริงๆ อย่างมากก็ใช้วิถีอัญเชิญเทพเรียกตัวกลับมาทั้งหมด
ระยะนี้หานเจวี๋ยทุ่มเทความคิดและจิตใจไปกับการทำความเข้าใจมหามรรคต้นกำเนิด พลังศักดิ์สิทธิ์เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ไล่ไขว่คว้าระดับเซียนทองต้าหลัวเบิกฟ้าระยะกลางอย่างบ้าคลั่ง
มีแต่การบรรลุถึงระดับเซียนทองต้าหลัวเบิกฟ้าระยะกลางเท่านั้นถึงจะทำให้พลังของหานเจวี๋ยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สามารถสังหารฉิวซีไหลและมารมรรคาสวรรค์ในเสี้ยววินาทีได้
จนปัญญาที่การฝึกบำเพ็ญของระดับอริยะจำเป็นต้องค่อยๆ สั่งสมไปตามกาลเวลาจริงๆ
ในวันนี้
ชั้นฟ้าที่สามสิบสามเกิดการต่อสู้อย่างดุเดือดอีกครั้ง หานเจวี๋ยสามารถรับรู้ได้ เขาเงยหน้ามองขึ้นไป ฉิวซีไหลปรากฏตัวหน้าหลุมดำ รอบกายมียอดสมบัติสามชิ้นที่ลักษณะแตกต่างกันไปลอยวนอยู่ เปล่งแสงเทพสามสีออกมา
ไกลออกไป เหล่าอริยะที่เหลือเฝ้ามองอยู่ไกลๆ
ทันใดนั้นฉิวซีไหลพุ่งเข้าไปในหลุมดำ
วินาทีนั้น สายฟ้าสีม่วงส่องวูบวาบ เลื้อยพัวพันปานมังกร หดตัวเข้าหากันอีกครั้งอย่างรวดเร็วยิ่ง จากนั้นก็หายลับไป
เหล่าอริยะต่างตกตะลึง
เทพสูงสุดหนานจี๋ขมวดคิ้วพลางถาม “เกิดอะไรขึ้น สัมผัสถึงกลิ่นอายของพวกเขาไม่ได้อย่างสิ้นเชิงเลย”
เจ้านิกายเทียนเจวี๋ยเอ่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “พวกเราทำได้แค่รอเท่านั้น รอดูต่อไปเถอะ”
อีกด้านหนึ่ง
หานเจวี๋ยที่ได้เห็นฉากนี้ อดตรวจดูจดหมายไม่ได้
[ฉิวซีไหลสหายของท่านผสานรวมกับดวงชะตามรรคาสวรรค์ ก้าวเข้าสู่ดินแดนมรรคาสวรรค์]
[ฉิวซีไหลสหายของท่านเผชิญกับการโจมตีจากมารสวรรค์ลึกลับ]
….
ต่อจากนั้น ฉิวซีไหลเผชิญกับการโจมตีจากมารสวรรค์อยู่เรื่อยๆ ดูเหมือนในหลุมดำจะไม่ได้มีแค่มารมรรคาสวรรค์เพียงตนเดียวแล้ว
หานเจวี๋ยเปิดกล่องจดหมายค้างไว้ตรงหน้า ฝึกบำเพ็ญไปพลาง จับตามองสถานการณ์ของฉิวซีไหลไปพลาง
สามร้อยปีต่อจากนั้น ฉิวซีไหลเผชิญกับการโจมตีจากมารสวรรค์ลึกลับเกินกว่าล้านครั้ง
มารมรรคาสวรรค์ยังคงแข็งแกร่งยิ่งนัก แม้ว่าจะผสานรวมกับดวงชะตามรรคาสวรรค์ ฉิวซีไหลก็ยังไม่สามารถเอาชนะเขาได้
มองจากจุดนี้ แปลว่าฉิวซีไหลก็ไม่ได้แข็งแกร่งนัก
ถึงแม้หานเจวี๋ยจะไม่สามารถสังหารมารมรรคาสวรรค์ในเสี้ยววินาทีได้ แต่ยังคงสังหารมารมรรคาสวรรค์ได้ภายในระยะเวลาหนึ่งก้านธูป
จุดที่เขากังวลคือสังหารในเสี้ยววินาทีไม่ได้ มิใช่ว่าเอาชนะไม่ได้
ในวันนี้เอง
[ฉิวซีไหลสหายของท่านเผชิญกับการโจมตีจากมารสวรรค์ลึกลับ ได้รับบาดเจ็บสาหัส]
ฉิวซีไหลยังคงพ่ายแพ้อยู่ดี!
หานเจวี๋ยส่ายหน้า
ดูเหมือนพลังของฉิวซีไหลจะไล่เลี่ยกับมารมรรคาสวรรค์ เพียงแต่พลังความอึดของมารมรรคาสวรรค์แข็งแกร่งกว่า
อริยะมรรคาสวรรค์ก็คืออริยะมรรคาสวรรค์ ไม่ได้เรื่อง!
หานเจวี๋ยลอบเหยียดหยาม
ในเวลาเดียวกันนี้
ท้องนภาพลันเต็มไปด้วยเมฆแดงฉาน ทั่วทั้งแดนเซียนต่างเป็นเช่นนี้ บรรยากาศกดดันเหลือคณาปกคลุมไปทั่วฟ้าดิน
ทันใดนั้น ท้องนภาพลันปรากฏหลุมดำใหญ่น้อยแตกต่างกันไปขึ้นทีละหลุม นภาราวกับเต็มไปด้วยรูพรุน น่าสะพรึงอย่างยิ่ง
ฉากนี้ทำให้สรรพสิ่งทั่วโลกหวาดผวา