ตอนที่ 609
บทที่ 609 หากไม่สำเร็จเป็นอริยะ ทุกอย่างก็ไร้ความหมาย
October 22, 2026
บทที่ 609 หากไม่สำเร็จเป็นอริยะ ทุกอย่างก็ไร้ความหมาย
สังหารจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการ!
แทนที่เขาอย่างนั้นหรือ!
หานทั่วฟังคำพูดของคนชุดขาวแล้ว ตกอยู่ในห้วงความคิด
อีกฝ่ายต้องมีข้อเรียกร้องแน่ มิเช่นนั้นคงไม่หมายตาเขา
เสียงของคนชุดขาวแว่วขึ้นอีกครั้ง “จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการเทศนาธรรมแก่พวกเจ้า เพียงเพราะจะหลอกใช้พวกเจ้าเท่านั้น ทว่าข้ามอบโอกาสพลิกสถานการณ์ให้พวกเจ้าได้”
แววตาหานทั่ววูบไหว ถามในใจ “เจ้าต้องการให้ข้าทำอันใด”
“ให้ข้าครอบครองร่างเจ้า!”
“ไม่มีทาง!”
หานทั่วปฏิเสธอย่างไม่ลังเลเลย
เขาไม่มีทางมอบร่างของตนให้คนที่ไม่รู้จักกัน ทำเช่นนั้นแล้วจะต่างอันใดกับสถานะเชลยในตอนนี้เล่า
“ข้าจะใช้ร่างของเจ้าเพียงชั่วคราวเท่านั้น อาศัยร่างนี้ไปต่อกรกับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการ”
“ไม่มีทาง เจ้าไปหาคนอื่นเถอะ”
หานทั่วปฏิเสธอีกครั้ง จากนั้นก็ไม่สนใจคนชุดขาวอีก
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเกลี้ยกล่อมอย่างไร เขาก็ไม่มีทางยกร่างนี้ให้เหมือนคนโง่เด็ดขาด
อี๋เทียนสังเกตเห็นว่าสีหน้าของเขาผิดปกติ จึงสอบถามว่ามีเรื่องใด
หานทั่วถ่ายทอดเสียงเล่าเรื่องคนชุดขาวให้เขาฟัง อี๋เทียนได้ฟังก็เดือดดาลขึ้นมา
“อย่าไปสนใจเขา ต่อให้ยกร่างให้ แล้วร่างเจ้าจะไปสังหารจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าอริยะได้อย่างไร”
อี๋เทียนถ่ายทอดเสียงมา หานทั่วได้ฟังก็พยักหน้ารับ
หลังจากนั้น คนชุดขาวก็ไม่มารบกวนหานทั่วอีกเลย
….
ในส่วนลึกของความมืดมิด จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายเหาะผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เขาร่อนลงบนเกาะลอยฟ้าลูกหนึ่ง เกาะนี้ใหญ่โตกว้างขวาง มีซากโครงกระดูกตั้งอยู่เต็มเกาะ ดูราวกับกลุ่มภูตผีปีศาจที่แยกเขี้ยวกางเล็บอยู่ ดุร้ายน่าหวาดผวา
จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายร่อนลงด้านหน้าป้ายศิลาขนาดใหญ่ยักษ์ชิ้นหนึ่ง เปิดปากเอ่ย “เรียกหาข้าด้วยเรื่องใด”
ไอดำพัวพันอยู่บนป้ายศิลา เสียงหนึ่งแว่วขึ้นมา “อริยะมรรคาสวรรค์บุกมาโจมตีอีกครั้ง ครั้งนี้ข้าจะสังหารอริยะมรรคาสวรรค์ เจ้าจะได้รับปราณม่วงอนธการหนึ่งสาย”
จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายได้ฟังก็เงยหน้าขึ้นมา เอ่ยด้วยความตกตะลึงและปรีดา “จริงหรือ”
“อืม เจ้ารอดูเถิดว่าข้าจะสังหารอริยะอย่างไร”
เสียงที่ดังออกมาจากป้ายศิลาคือเสียงของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการ จักรพรรดิผู้มาจากแดนต้องห้ามอันธการ
จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายไม่นึกสงสัยในคำพูดของเขาเลย
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการช่างน่าหวาดกลัวจริงๆ!
หลี่มู่อีอดีตอริยะที่แข็งแกร่งที่สุดในมรรคาสวรรค์ก็ยังสู้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการไม่ได้
เพียงแต่จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายรู้สึกแปลกใจยิ่ง อริยะเหล่านี้ทำได้แค่หดหัวอยู่ในมรรคาสวรรค์ชัดๆ เหตุใดจู่ๆ ถึงมาหาเรื่องจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการก่อนเล่า
รนหาที่ตายกันทั้งหมด!
หลังออกจากมรรคาสวรรค์ พลังของอริยะมรรคาสวรรค์จะอ่อนด้อยลง!
“แต่ก่อนหน้านั้น ข้าอยากถ่ายทอดมรรคให้แก่เจ้า เจ้ายินดีรับไว้หรือไม่” เสียงของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการแว่วขึ้นอีกครั้ง
จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายตะลึงงัน หัวใจพลันบีบตัว
ที่แท้ก็รอคอยจังหวะนี้อยู่!
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการบอกว่าต้องการถ่ายทอดมรรคให้จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายหลายครั้งแล้ว ทั้งสองมิใช่ศิษย์อาจารย์กันเลยชัดๆ กลับต้องการถ่ายทอดมรรคให้ จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายรู้สึกว่าเป็นกับดัก จึงปฏิเสธไปตามสัญชาตญาณ
ทว่าครั้งนี้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการนำปราณม่วงอนธการมาล่อลวงเขา เขาทราบดีว่าหากตนปฏิเสธ เกรงว่าปราณม่วงอนธการคงตกมาไม่ถึงมือเขา
“หากไม่สำเร็จเป็นอริยะ ทุกอย่างก็ไร้ความหมาย…”
จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายเงยหน้าขึ้น เอ่ยว่า “เรา…ข้ายินดีรับ!”
….
ออกจากแดนเซียนมาหกปีแล้ว
หานเจวี๋ยและเหล่าอริยะยังคงเดินทางอยู่ในแดนต้องห้ามอันธการ
เทพสูงสุดหนานจี๋ขมวดคิ้วพลางเอ่ยว่า “ทำไมยังหาตัวเขาไม่เจออีก”
อริยะรายอื่นก็ขมวดคิ้วเช่นกัน รู้สึกว่าเรื่องนี้แปลกๆ ต่างคาดหวังให้จอมอริยะเสวียนตูพูดอะไรสักอย่าง
จอมอริยะเสวียนตูเอ่ยว่า “ข้าก็ไม่ทราบเช่นกัน กลิ่นอายเคลื่อนที่อยู่ตลอด ไม่สามารถจับพิกัดอย่างแม่นยำได้ เป็นไปได้ว่าเขาจะสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา ถึงอย่างไรทางแดนเทพหวนปัจฉิมก็มีความเคลื่อนไหวเช่นกัน”
หานเจวี๋ยเองก็ขมวดคิ้วแล้วเช่นกัน
แค่ตัวคนยังหาไม่เจอเลย แล้วจะสู้อย่างไร
หกปีมานี้จิตใจของเขาหวาดระแวงยิ่ง รู้สึกอยู่เสมอว่าอาจจะมีผู้ทรงพลังลึกลับกระโจนออกมาจากส่วนลึกในความมืดมิดเพื่อเอาชีวิตเขา