ตอนที่ 726
บทที่ 726 พลังแห่งอันธการ มาเยือนไม่ขาดสาย
October 22, 2026
บทที่ 726 พลังแห่งอันธการ มาเยือนไม่ขาดสาย
พูดคุยกับจักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายอยู่พักใหญ่ แดนความฝันถึงสิ้นสุดลง
หานเจวี๋ยลืมตาขึ้น สูดหายใจเข้าลึกๆ
เขามองสองมือของตน รับรู้ได้ถึงพลังเวทอันแข็งแกร่งของตัวเอง
เขาแข็งแกร่งมากจริงๆ ในชั่วขณะนั้น เขาถึงขั้นที่นึกไปว่าตนไร้พ่ายในใต้หล้านี้แล้ว
แต่เขานึกถึงเจ้าอวิชชาฟ้าบุพกาลขึ้นมา นึกถึงสภาพน่าอนาถของปรมาจารย์ลัญจกรสรวง
จะหลงลำพองไม่ได้!
หานเจวี๋ยเข้าสู่แบบจำลองการทดสอบทันที เตรียมจะดึงสติตัวเองสักเล็กน้อย
ครึ่งชั่วยามผ่านไป
เขาวางมือจากแบบจำลองการทดสอบ
ไม่ไหว ไม่ได้ทำให้เยือกเย็นขึ้นเลย กลับทำให้หลงลำพองยิ่งกว่าเดิมเสียอีก!
‘เมื่อถึงเวลานั้นจะใช้แบบจำลองการทดสอบตรวจสอบมิ่งดูก่อนสักเล็กน้อย หากว่าเป็นระดับยอดมหามรรค ข้าค่อยพาลูกชายหนีตรงๆ เสียเลย’
หานเจวี๋ยคิดเงียบๆ
เขารู้สึกว่ามิ่งน่าจะอยู่ในระดับอริยะมหามรรค มิเช่นนั้นหากต้องการสยบวังสวรรค์ ไยต้องอาศัยการเดิมพันด้วยเล่า?
หานเจวี๋ยปรับอารมณ์ ฝึกบำเพ็ญต่อ
….
ฟ้าบุพกาล ณ วังสวรรค์
ภายในพระราชวังเทียมเมฆา โจวฝานเดินนำเหล่าแม่ทัพนายพลเดินเข้ามา ในบรรดานั้นมีฉินหลิงรวมอยู่ด้วย
หลังจากศึกในครั้งนั้น เขารู้สึกพอใจในตัวฉินหลิงเป็นพิเศษ มักจะให้ติดตามอยู่ข้างกายเสมอ ด้วยความช่วยเหลือของเขา ตบะของฉินหลิงเพิ่มพูนขึ้นเร็วยิ่ง ยามนี้เป็นเซียนทองต้าหลัวแล้ว หากอ้างอิงจากความเร็วในการฝ่าทะลวงก่อนหน้านี้ คาดว่าอีกไม่กี่หมื่นปีก็น่าจะพิสูจน์ครึ่งอริยะได้แล้ว เลิศล้ำอย่างยิ่ง!
เมื่อหานทั่วมองเห็นฉินหลิง เขาพยักหน้าให้นิดๆ
ฉินหลิงก็ทำเช่นเดียวกัน
ความรู้สึกที่ฉินหลิงมีต่อหานทั่วนั้นซับซ้อนอย่างยิ่ง อาจารย์ปู่หานอวี้คาดหวังให้เขาเหนือกว่าหานทั่ว เดิมทีเขาคิดว่าหานทั่วเป็นคนชั่วร้าย ไม่นึกเลยว่าหานทั่วจะคอยดูแลเขาเป็นพิเศษ ทำให้เขารู้สึกขัดแย้งยิ่งนัก
แน่นอน หากว่ากันในแง่คุณสมบัติแล้ว ฉินหลิงรู้สึกว่าตนไม่ด้อยไปกว่าหานทั่วเลย!
เขายังคงพยายามจะทำความหวังของอาจารย์ปู่หานอวี้ให้สำเร็จ เหนือกว่าหานทั่วให้ได้!
โจวฝานหัวเราะฮ่าๆ พลางกล่าวว่า “ฝ่าบาท ท่านช่างอยู่นิ่งไม่เป็นเลยจริงๆ เพิ่งจบศึกเทพมารฟ้าบุพกาลตนหนึ่งมา ก็ตีกับมิ่งต่อเลยหรือ เดิมพันการต่อสู้ของพวกท่านเรียกได้ว่าแพร่กระจายไปทั่วฟ้าบุพกาลแล้ว”
จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายส่ายหน้าก่อนเอ่ยว่า “หาใช่เราที่ก่อเรื่องไม่ เป็นมิ่งที่มาท้าทายก่อน คาดว่าคงเป็นเขาเช่นกันที่แพร่กระจายข่าวลือออกไป”
รอยยิ้มบนใบหน้าโจวฝานเลือนหายไป เอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “ข้าก็รู้สึกว่าผิดปกติเช่นกัน จึงพาเหล่ายอดฝีมือทั้งหมดของเจดีย์มรรคายิ่งใหญ่มาด้วย ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ข้าล้วนจะสนับสนุนท่าน!”
จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายลุกขึ้นมา เดินมาหยุดตรงหน้า ตบไหล่เขาพร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่น่าเชื่อเลยว่าผู้รู้ใจของเราจะเคยเป็นทหารสวรรค์ในสังกัดเรามาก่อน”
โจวฝานกลอกตาใส่เขา คนผู้นี้ชมชอบเอ่ยเรื่องนี้ต่อหน้าผู้อื่นนัก กดให้โจวฝานอยู่ต่ำกว่าตนเสมอ
“จะว่าก็ว่าเถอะ รอจนเจดีย์มรรคายิ่งใหญ่ของข้าเผชิญอันตราย วังสวรรค์ของท่านก็ต้องมาเช่นกัน”
“นิสัยของเรา เจ้ายังไม่รู้กระจ่างอีกหรือ จะไม่ให้การสนับสนุนได้อย่างไร”
ทั้งสองสบตากัน เปล่งเสียงหัวเราะดังลั่น
เหล่าเเม่ทัพนายพลของเจดีย์มรรคายิ่งใหญ่และเหล่าเทพเซียนของวังสวรรค์ล้วนเผยรอยยิ้มออกมา
ฟ้าบุพกาลกว้างไกลไร้สิ้นสุด สองกลุ่มอิทธิพลเคยเผชิญศึกร่วมกันมาหลายต่อหลายครั้ง คอยพึ่งพาช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ต่างนับถือกันเป็นพี่เป็นน้องแล้ว
โจวฝานเอ่ยว่า “ระยะนี้อาจจะมีผู้ทรงพลังของกลุ่มอิทธิพลมรรคาสวรรค์อื่นๆ มุ่งหน้ามา เมื่อถึงเวลานั้นวังสวรรค์จะปล่อยพวกเขาเข้ามาหรือไม่”
จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายตอบด้วยรอยยิ้ม “ปล่อยสิ ย่อมปล่อยแน่อยู่แล้ว ผู้ที่ถูกคุกคามมิได้มีเพียงวังสวรรค์ หากมีชัย วังสวรรค์ของเราจะมีชื่อเสียงเลื่องลือ หากว่าพ่าย จะทำให้กลุ่มอิทธิพลอื่นๆ รู้สึกสะท้านไปด้วย”
โจวฝานพยักหน้ารับ ลอบสะท้อนใจอยู่ภายใน
จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายสิถึงจะเป็นผู้กระทำการใหญ่อย่างแท้จริง ตัวเขาโจวฝานถึงแม้จะก่อตั้งกลุ่มอิทธิพลขึ้น แต่กลับเหมือนราชาตราตั้งเท่านั้น ไม่ได้มีรัศมีเยี่ยงจักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้าย และยิ่งไม่สันทัดการวางแผนเหมือนเขา
หากเขาเป็นจักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้าย คงกังวลว่ากลุ่มอิทธิพลอื่นจะมาสร้างปัญหาซ้ำเติม
เมื่อเป็นเช่นนี้ เหล่าผู้บำเพ็ญของเจดีย์มรรคายิ่งใหญ่จึงพักอยู่ที่วังสวรรค์
โจวฝานดึงตัวหานทั่ว ฉู่ซื่อเหรินและฉินหลิงไปพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว ใช้คำกล่าวอ้างสวยหรูว่าเป็นการรวมตัวของศิษย์ร่วมสำนัก
เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง มีกลุ่มอิทธิพลทยอยมาเยี่ยมเยือน จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายก็ปล่อยพวกเขาเข้ามาในวังสวรรค์ ใจกว้างผ่าเผยยิ่ง