ตอนที่ 857
บทที่ 857 สุดยอดผู้แข็งแกร่งแห่งฟ้าบุพกาล
October 22, 2026
บทที่ 857 สุดยอดผู้แข็งแกร่งแห่งฟ้าบุพกาล
“ขุนพลศักดิ์สิทธิ์พ่ายแพ้แล้ว”
บรรพชนมารลู่หยวนตอบ น้ำเสียงราบเรียบ
หานทั่วและอี๋เทียนสบตากัน ต่างมองเห็นความตื่นเต้นในดวงตาของกันและกัน
เมื่อแสนกว่าปีก่อน เขาเคยได้ยินเสียงของหานเจวี๋ย เพียงแต่ไม่กล้ายืนยันสถานการณ์ศึก
“สมกับเป็นท่านพ่อบุญธรรมของข้า ร้ายกาจจริงๆ!”
อี๋เทียนเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ หานทั่วฟังแล้วกลอกตาใส่
บรรพชนมารลู่หยวนกล่าวว่า “พวกเจ้าไปพร้อมกับข้าเถอะ”
หานทั่วและอี๋เทียนไม่ได้คัดค้านอะไร พยักหน้ารับทันที เหาะตามไป
ทั้งสามออกจากโลกใบนี้อย่างรวดเร็ว
ระหว่างทาง อี๋เทียนตื่นเต้นยิ่ง สอบถามบรรพชนมารลู่หยวนอยู่ตลอดว่าขุนพลศักดิ์สิทธิ์ตายอย่างไร เป็นอย่างที่หานเจวี๋ยกล่าวไว้จริงหรือไม่ ที่ว่ามีขุนพลศักดิ์สิทธิ์ปรากฏตัวขึ้นมาอีกสองหมื่นคน
บรรพชนมารลู่หยวนตอบไปตามความจริง ทั้งสองฟังแล้วเลือดลมพลุ่งพล่าน
….
ผ่านไปอีกหนึ่งแสนปี
หานเจวี๋ยลืมตาขึ้น
ตบะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ถึงแม้จะไม่นับว่าเร็ว แต่มีความก้าวหน้าจริงๆ ตอนนี้เขาไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะทะลวงขั้น
โลกอนธการยังคงขยายตัวอยู่ ขณะนี้ยังคงไร้ขีดจำกัดเช่นกัน อีกทั้งเหลือเวลาอีกนานกว่าจะถึงศึกตัดสินกับผู้นำดวงจิตมหามรรค หานเจวี๋ยยังมีโอกาสสำหรับทะลวงสองขั้นย่อย ถึงขั้นที่อาจมากกว่านั้น
หานเจวี๋ยตรวจดูจดหมายตามความเคยชิน
มีโชควาสนาต่างกันไป บ้างก็ถูกทุบตีหรือไม่ก็บุกเบิกแผนที่ใหม่
หลังจากบรรลุถึงยอดมหามรรค ถึงแม้หานเจวี๋ยจะสามารถสอดส่องทั่วฟ้าบุพกาลได้ แต่ในฟ้าบุพกาลยังมีเขตพื้นที่ที่ถูกปิดกั้นด้วยพลังลึกลับอยู่อีกมาก มองเห็นเพียงขอบเขตกว้างใหญ่เพียงใด มองไม่เห็นทุกสิ่งที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายในขอบเขต ดังนั้นหากว่ากันในอีกมุมหนึ่งแล้ว ยอดมหามรรคก็ไม่สามารถสอดส่องฟ้าบุพกาลอย่างครบถ้วนได้
หลังอ่านจดหมายเสร็จ หานเจวี๋ยสอดส่องมรรคาสวรรค์ต่อ
เส้นทางสวรรค์ฟ้าบุพกาลทั้งสองสายสร้างเสร็จแล้ว มีผู้บำเพ็ญสัญจรไปมาไม่ขาดสาย รุ่งเรืองยิ่งกว่าช่วงก่อนขุนพลศักดิ์สิทธิ์บุกมาโจมตี
โลกพุทธะและโลกหงหยวนก็เชื่อมต่อกับแดนเซียนเช่นกัน ดวงชะตามรรคาสวรรค์โคจรอยู่ในสามโลก
รุ่งเรืองสดใส!
หานเจวี๋ยพยักหน้าด้วยความพอใจ จากนั้นก็เริ่มเทศนาธรรมให้ศิษย์ภายในเขตเซียนร้อยคีรี
ปัจจุบันนี้ เหล่าศิษย์ในเขตเซียนร้อยคีรีทะลุถึงสิบห้าล้านรายแล้ว ยังคงอยู่ในขอบเขตที่ตั้งใจควบคุมไว้
หานตั้วเทียนและหลี่เสวียนเอ้ายังคงกุมอำนาจส่วนใหญ่ของสำนักซ่อนเร้นไว้ หานเจวี๋ยก็ยังคงไว้วางใจพวกเขายิ่งนัก คอยตรวจสอบดูเป็นครั้งคราวก็พอแล้ว
การเทศนาธรรมดำเนินอยู่หนึ่งร้อยปี
หานเจวี๋ยมายังอาณาเขตเต๋าแห่งที่สอง เทศนาธรรมให้เทพมารฟ้าบุพกาลทั้งสี่สิบเจ็ดตนต่อ
ร้อยปีต่อมา เทพมารขุนพลสวรรค์ มู่หรงฉี่และจิ้งจอกชาดเริ่มมุ่งหน้าสู่ระดับเสรีแล้ว
หานเจวี๋ยพอใจมาก ในที่สุดสมาชิกชุดแรกของกองทัพเทพมารก็ไล่ตามทันแล้ว อีกไม่นานก็สามารถแซงหน้าศิษย์คนอื่นๆ ในสำนักซ่อนเร้นได้แล้ว
เช่นนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องปกติ ต่อให้โจวฝานและพวกเต้าจื้อจุนจะมีโชควาสนายิ่งใหญ่แค่ไหน เรื่องคุณสมบัติก็เทียบกับเทพมารฟ้าบุพกาลไม่ได้
หลังเทศนาธรรมจบ หานเจวี๋ยก็ไม่ได้รบกวนลี่เหยาและอู้เต้าเจี้ยนเลย จากไปเงียบๆ
เมื่อกลับมาถึงอาณาเขตเต๋าหลักไอรีนโนเวล
ขณะที่หานเจวี๋ยกำลังจะฝึกบำเพ็ญ ทันใดนั้นเขารับรู้ถึงบางสิ่งได้
เขาทอดสายตาออกไป มองไปที่มุมหนึ่งของชายขอบฟ้าบุพกาล เขามองเห็นห้วงจักรวาลแห่งหนึ่ง
จักรวาลนั้นแปรสภาพมาจากดาวดวงหนึ่งที่หานเจวี๋ยโยนออกไปในตอนที่เขาพิสูจน์ยอดมหามรรคสำเร็จ ตอนนี้ กฎแห่งการสรรค์สร้างได้แผ่สายใยเส้นหนึ่งเชื่อมต่อเข้ากับจักรวาลแห่งนั้นแล้ว สายใยนี้กำลังขยายใหญ่ขึ้น
หานเจวี๋ยหรี่ตาลง
นี่คือความการุณของกฎแห่งการสรรค์สร้างหรือ
เมื่อมีพลังแห่งการสรรค์สร้างเช่นนี้ ไม่ช้าก็เร็วห้วงจักรวาลแห่งนั้นจะให้กำเนิดสิ่งมีชีวิต อีกทั้งจะวิวัฒนาการกลายเป็นห้วงจักรวาลแบบปกติทั่วไปอย่างรวดเร็ว
หานเจวี๋ยใจเต้นแรงเล็กน้อย
บางทีเขาอาจจะพึ่งพาห้วงจักรวาลแห่งนั้น เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังแห่งการสรรค์สร้างได้
หานเจวี๋ยทิ้งกระแสจิตไว้ จากนั้นจิตรับรู้ก็กลับเข้าร่างจริง ฝึกบำเพ็ญต่อไป
….