ตอนที่ 318
บทที่ 318 รอให้บริษัทมู่ซื่อล้มละลาย คุณก็มาทำงานให้ฉัน
October 22, 2026
บทที่ 318 รอให้บริษัทมู่ซื่อล้มละลาย คุณก็มาทำงานให้ฉัน
หลังจากที่ถึงห้องทำงานของประธาน ถังซินได้ยินเสียงคนพูดดังออกมาจากข้างใน และไม่รู้ว่ามีแขกอยู่ข้างในหรือไม่
เธอจึงเคาะประตูตามมารยาท
“เข้ามา” มู่เฉินหย่วนพูดออกมา และไม่มีเสียงพูดอะไรออกมาอีก
ถังซินผลักประตูเข้าไป และไม่พบว่ามีแขก มู่เฉินหย่วนได้วิดีโอคอลกับคนอื่นอยู่ที่โต๊ะทำงาน เมื่อได้ยินเสียงคนเคลื่อนไหว เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองสักครู่ และสายตาก็กลับไปจับจ้องโน๊ตบุ๊คอย่างรวดเร็ว
ถังซินก้าวเข้าไปอย่างเบาๆ หลังจากที่ไปถึงโต๊ะ ก็เอากระเป๋าเก็บความร้อนวางไว้ข้างบน และรออย่างเงียบๆโดยไม่ได้พูดอะไร
ชายหนุ่มพูดภาษาอังกฤษ เขาพูดอย่างรวดเร็วแต่มีความชัดเจน
ถังซินฟังออกว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจการส่งออก บนโต๊ะยังมีเอกสารเกี่ยวกับการส่งออกวางอยู่บนโต๊ะหลายฉบับ ทุกครั้งที่มู่เฉินหย่วนอยากจะหยิบเอกสาร เธอจึงเอาเอกสารฉบับนั้นยื่นไปให้เขาก่อน
การสนทนาเกี่ยวกับธุรกิจการส่งออกในครั้งนี้ ต่อเนื่องไปจนถึงเวลาครึ่งชั่วโมงเต็มๆ
เมื่อปิดวิดีโอคอล มู่เฉินหย่วนก็ถอดหูฟังออก
ประชุมไปเกือบสองชั่วโมง ชายหนุ่มก็ยังคงกระปรี้กระเปร่า ไม่มีความอ่อนเพลียและง่วงนอนแม้แต่น้อย
ถังซินเอาน้ำชายื่นให้เขา ทอดถอนใจและชื่นชม “สมกับที่เป็นประธานมู่ การร่วมมือทางการค้าที่ยากขนาดนี้ คุณก็ยังพูดโน้มน้าวใจคนอื่นได้ และรอแค่วันที่จะเซ็นต์สัญญาเท่านั้น”
มู่เฉินหย่วนขมวดคิ้วเล็กน้อย และพูดอย่างตรงประเด็นขึ้นว่า “รู้ว่าเขาต้องการอะไร ก็เอาจุดนั้นเป็นตัวล่อ เขาก็เพียงแค่ไม่ชอบได้กำไรต่ำก็เท่านั้น ถ้าอย่างนั้นฉันจึงให้ตามราคาที่เขาอยากได้”
ถังซินเอียงหน้ามองเขา “คุณใจดีขนาดนั้นเลยหรอ?”
“ในด้านอื่นจะหักค่าใช้จ่ายหรือไม่ฉันก็ออกความเห็นไม่ได้” มู่เฉินหย่วนจิบชาไปหนึ่งคำ “ทำธุรกิจจะหาแค่เงินได้อย่างไร จะต้องควักเงินออกมาด้วย”
“นักลงทุนสมองเฉียบแหลมจริงๆ สุดยอด!” ถังซินรู้สึกละอายที่ไม่อาจเปรียบเทียบสู้ด้วยได้
เธอเปิดกล่องเก็บความร้อนออก หยิบกับข้าวและขาหมูน้ำแดงออกมา “แม่ให้ฉันเอาอาหารกลางวันมาให้คุณ ฉันจำได้ว่าคุณไม่ชอบกินขาหมู ไม่อย่างนั้นให้ฉันกินแทนคุณเอามั้ย?”
“ของชอบสามารถเปลี่ยนกันได้ มู่เฉินหย่วนลากกล่องข้าวไปตรงหน้า ไม่ให้เธอได้ฉกฉวยโอกาสนี้ ยิ่งไปกว่านั้นนี่คือการแสดงความมีน้ำใจของแม่ยายอย่างหนึ่ง ฉันจำเป็นต้องกินให้หมด”
ถังซินมองบน “หน้าไม่อายจริงๆ ยังไม่ขอแต่งงาน ก็เรียกว่าแม่ยายแล้ว!”
มู่เฉินหย่วนมองที่นิ้วของเธอ “ไม่ใช่ว่าสวมแหวนแล้วหรอ?”
“อันนี้ให้ตอนเล่นเกมส์!”
“ฉันรู้แล้ว คุณนายมู่คิดว่ายังไม่อลังการ ไม่โรแมนติกพอ มู่เฉินหย่วนหยิบมือถือขึ้นมา ฉันจะเรียกนักออกแบบมา ให้เขาได้คุยกับเธอต่อหน้า ดูว่าเธออยากที่จะได้แหวนแบบไหน”
ถังซินรีบแย่งโทรศัพท์เขามาอย่างรวดเร็ว “ซื้อแหวนใหม่เปลืองเงินมาก คุณกินข้าวของคุณไป!”
ถ้าหากนักออกแบบมาที่บริษัทมู่ซื่อจริงๆ ไม่แน่ในช่วงบ่ายคนทั้งองค์กรอาจจะรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับมู่เฉินหย่วนกันหมด
มู่เฉินหย่วนยิ้มหัวเราะเบาๆ
เมื่อถังซินส่งอาหารกลางวันเสร็จแล้วก็อยากที่จะกลับออกไป เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คนพูดซุบซิบนินทา แต่มู่เฉินหย่วนบอกว่าจะสอนเธอเกี่ยวกับทำโครงการสาธารณะ จึงทำให้เธอหยุดก้าวขาได้สำเร็จและกลับมานั่งที่ข้างๆเขา
มู่เฉินหย่วนพูดเรื่องโครงการนี้อย่างเข้าใจได้ง่าย ทำให้ถังซินฟังอยู่อย่างตั้งใจ
หลังจากที่พูดจุดสำคัญของโครงการเสร็จแล้ว เขาก็ได้กินข้าวเสร็จแล้วเช่นกัน
“ปล่อยเป็นหน้าที่ฉันเถอะ ฉันจะทำออกมาให้ดีอย่างแน่นอน” ถังซินรีบจัดเก็บกระเป๋าเก็บความร้อน ดูแล้วมีท่าทางที่ฮึกเหิม “ถ้าไม่หาอะไรทำอีก สมองของฉันใกล้จะขึ้นสนิมแล้ว”
มู่เฉินหย่วนลูบคลำคาง “สนใจจะเป็นรองประธานมั้ย? งานเยอะ เธอจะไม่ได้อยู่อย่างสบายแน่นอน”
“ไม่ทำ!” ถังซินปฏิเสธอย่างไม่คิด “ถ้าหากให้ฉันทำในบริษัทอื่น ฉันรับปากแน่นอน เป็นโอกาสดีที่จะได้ฝึกฝน แต่ทำในบริษัทมู่ซื่อไม่ได้”
“ทำไมหล่ะ?”
ถังซินขมวดคิ้ว “ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเราจะปิดเป็นความลับ แต่ฉันไปมาหาสู่กับคุณบ่อยๆ บางคนเขาก็เดากันถูกบ้าง ฉันอยู่แผนก R ทำให้คนไม่พอใจกันเป็นกอง ถ้าหากได้เป็นรองประธาน คำพูดที่ไม่น่าฟังเหล่านั้น อาจจะเข้าหูผู้ถือหุ้นอย่างแน่นอน ทำให้คุณถูกพวกเขาจับตาดู”
มู่เฉินหย่วนยิ้ม “คนที่ถือหุ้นมากที่สุดในบริษัทมู่ซื่อคือฉัน เธอยังกลัวผู้ถือหุ้นรวมกันลงมติไม่ไว้วางใจฉันหรอ?”
“ไม่กังวล แต่แค่กลัวเรื่องบางเรื่องที่ไม่น่าฟังเผยแพร่ออกไป”
ใบหน้าของหญิงสาวยิ้มอย่างมั่นใจในตนเอง และมีความสวยแพรวพราวแต่มีความดุดัน