ตอนที่ 135
บทที่ 135 อาหารรสชาติแย่
October 22, 2026
เธอหิวจนทนไม่ไหวแล้ว
เมื่อได้กลิ่นอาหารแล้ว ทำให้เธอหิวมากขึ้นไปอีก
เมื่อเปปเปอร์เห็นท่าทางทรมานของส้มเปรี้ยว สุดท้ายจึงยอมตกลง “ไปเถอะ”
“ค่ะ” ส้มเปรี้ยวยิ้มพร้อมพยักหน้า
เพิ่งเดินได้ไม่กี่ก้าว จู่ๆ เธอก็ชะงักลง แล้วหันกลับไปมองปีโป้ที่นั่งอยู่บนโซฟา “ปีโป้ ไปด้วยกันมั้ย”
“ผมไม่ไปกับคุณหรอก” ปีโป้ตอกกลับอย่างเย็นชา
ส้มเปรี้ยวก้มหน้าลงด้วยสายตาหม่นๆ
เปปเปอร์เม้มริมฝีมาก “ถ้านายไม่มาช่วย ก็อย่าหวังเลยว่าคืนนี้จะได้กินข้าว”
พูดจบเขาก็เดินเข้าไปในครัวพร้อมกับส้มเปรี้ยว
ปีโป้ที่นั่งอยู่บนโซฟาปัดผมเล็กน้อยด้วยความโมโห อยากจะตะโกนออกมาว่าไม่กินแล้ว
แต่ท้องที่กำลังร้องจ๊อกๆ ทำให้เขาเงียบลง
ในที่สุดปีโป้ก็ต้องยอมเดินตามไปห้องครัวอย่างอดไม่ได้
ห้องครัวมีความกว้างขวางโอ่อ่าราวกับสามารถรองรับแขกนับสิบคนได้ อีกทั้งยังเดินเหินขยับซ้ายขวาได้สะดวกจนไม่ต้องกังวลเรื่องชนคนนู้นคนนี้เลย
ตอนที่พวกเปปเปอร์ทั้งสามคนเดินเข้ามา เป็นจังหวะที่เห็นอาหารในหม้อของมายมิ้นท์พอดี
อาหารในหม้อลอยขึ้นมา ก่อนพลิกกลับอีกด้านแล้วตกลงไปในหม้อตามเดิมอย่างพร้อมเพรียงกัน
ลาเต้ ทามทอยและชาหวานที่ยืนอยู่ด้านข้าง ต่างมองอย่างตะลึง
“เก่งจัง” ชาหวานอุทานออกมา
ทามทอยพยักหน้าตามแล้วเสริมว่า “ระดับเชฟเลยนะเนี่ย”
“ที่รัก...” ลาเต้ขมวดคิ้ว ในใจทั้งดีใจและเศร้าใจในเวลาเดียวกัน
เขาดีใจที่อีกสักพักก็จะได้กินอาหารฝีมือคนรักของตัวเอง
แต่ในขณะเดียวกัน เขารูสึกเจ็บปวดใจที่ที่รักที่เขาคอยทะนุถนอม โดนคนในตระกูลนวบดินทร์กลั่นแกล้ง จนถึงขั้นที่สามารถทำอาหารด้วยเทคนิคยากๆ อย่างการสะบัดกระทะมือเดียว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ที่รักไม่เคยทำอะไรพวกนี้มาก่อนเลย
เขาคิดและหันไปหน้าไปมองทั้งสามคนที่เพิ่งเดินเข้ามาด้วยสายตาโหดเหี้ยม
เดิมทีทั้งสามคนรวมทั้งเปปเปอร์ต่างพากันมองอาหารในหม้อของมายมิ้นท์ จนกระทั่งสัมผัสได้ถึงแววตาของลาเต้ จึงดึงสติกลับมา
พวกเขาโดนอาหารในหม้อของมายมิ้นท์ดึงดูดเข้าอย่างจัง
“ไปเถอะ ไปทางนั้นกันเถอะ” เปปเปอร์กระแอมเบาๆ พร้อมดึงสายตากลับมา และชี้ไปยังเตาอีกทาง
ส้มเปรี้ยวคล้องแขนเขาแล้วเดินไปพร้อมกัน
ปีโป้หันไปมองทางมายมิ้นท์ แล้วหันกลับไปมองหน้าพี่ชายตัวเอง ก่อนเดินตามไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก
ทั้งสามคนเดินมาแล้วหยุดตรงหน้าเตา เห็นอุปกรณ์ทำครัวที่อยู่ตรงหน้า แล้วรู้สึกถึงความลำบากยากเข็ญขึ้นมาทันที
เพราะพวกเขาไม่เคยเข้าครัวเลยแม้แต่ครั้งเดียว ยิ่งไปกว่านั้นคือวัตถุดิบตรงหน้าพวกเขาก็ยิ่งไม่รู้จักเลยสักอย่าง เพราะฉะนั้นพวกเขาไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหน
“เปปเปอร์ ทำยังไงเหรอ?” ส้มเปรี้ยวหยิบหม้อขึ้นมาสำรวจ ก่อนเอ่ยปากถามชายหนุ่มข้างๆ อย่างทำอะไรไม่ถูก
ชายหนุ่มครุ่นคิดชั่วครู่ “จัดการล้างวัตถุดิบก่อนเถอะ แล้วค่อยคิดกันอีกทีว่าอยากกินเมนูอะไร?”
“แต่ว่าวัตถุดิบอยู่ที่ไหนล่ะ?” ส้มเปรี้ยวถามด้วยความงงงวย
ปีโป้หัวเราะเยาะ “ถึงผมจะทำอาหารไม่เป็น แต่ผมก็รู้ว่าพวกวัตถุดิบอยู่ในตู้เย็น”
พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินไปทางตู้เย็น
ส้มเปรี้ยวกัดริมฝีปากล่าง ดวงตาเริ่มมีสีแดง “เปปเปอร์ ฉันไร้ประโยชน์มากเลยใช่ไหมคะ ไม่รู้แม้กระทั่งวัตถุดิบอยู่ตรงไหน”
“ไม่หรอก เป็นปกติที่คนไม่เคยเข้าครัวจะไม่รู้เรื่องนี้” เปปเปอร์พูดพลางลูบเส้นผมของเธอ
เมื่อลาเต้ได้ยินดังนั้น จึงกลอกตาแล้วพูดว่า “ปกติที่ไหนกัน นี่เป็นความรู้ทั่วไปเลยนะ? ถ้าไม่มีแม้กระทั่งความรู้พื้นฐานแบบนี้ ก็พอจะเดาได้ว่าคู่หมั้นของคุณเปปเปอร์เป็นคนไร้ค่าแค่ไหน ยิ่งกว่านั้นคือคุณเปปเปอร์โกหกหน้าตายว่ามันเป็นเรื่องปกติ และดูเหมือนว่าเธอก็ยังเชื่อคำโกหกเหล่านี้ นั่นทำให้เห็นชัดแล้วว่าเธอไม่มีสมอง ที่แยกไม่ออกว่าทั้งหมดเป็นแค่คำปลอบใจ”
“ฮะ ฮะ” ชาหวานและทามทอยอดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมา
มายมิ้นท์เผยอมุมปากขึ้น
เปปเปอร์มองหน้าลาเต้ด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสบอารมณ์ อีกทั้งแววตายังเยือกเย็น
ฝ่ายส้มเปรี้ยวทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “ลาเต้ มากเกินไปแล้วนะ”
คาดไม่ถึงว่าจะกล้าด่าทอว่าเธอไร้ค่า ไร้สมอง!
“มากเกินไปตรงไหนเหรอ ผมแค่พูดความจริง แค่คุณรับไม่ได้ก็เท่ากับว่าผมทำเกินไปเหรอ?” ลาเต้ผายมือออกและหัวเราะอย่างสะใจ
หน้าอกของส้มเปรี้ยวกระเพื่อมอย่างแรง
ลาเต้ต้องการจะถากถางเธอต่อ แต่แล้วมายมิ้นท์ดึงเขาไว้พอดี “พอเถอะค่ะลาเต้ ไม่ต้องพูดอะไรแล้วค่ะ เดี๋ยวไปยั่วโมโหแล้วจะกลายเป็นเรื่องใหญ่”
“โอเคครับ ที่รักพูดขนาดนี้แล้ว ผมจะหุบปากก็แล้วกัน” ลาเต้พูดด้วยใบหน้ายิ้มหน้าระรื่น