ตอนที่ 51
บทที่ 51 เอาใจใส่อดีตพี่สะใภ้ขนาดนี้ ตกหลุมรักเธอแล้วใช่ไหม
October 22, 2026
“......” บรรดาผู้ปกครองโมโหจนพูดไม่ออก
“ผมชนะแล้ว! ผมชนะแล้ว!” ปีโป้วิ่งมาหามายมิ้นท์ ในขณะที่ยังคงหายใจหอบอยู่ แต่กลับมีความตื่นตระหนกและความตื่นเต้นที่ไม่อาจเก็บซ้อนเอาไว้ได้อยู่ในน้ำเสียงด้วย “เมื่อกี้ผมเพิ่งจะ strikeลูกแบบหล่อระเบิดไปเลย! พี่เห็นหรือเปล่า ได้ถ่ายเอาไว้หรือเปล่า?”
“เปล่า” มายมิ้นท์ลูบผมลง ทำสีหน้านิ่งเฉยและไม่ตื่นเต้นดีใจเลย ราวกับว่าคนที่ปรบมือให้ปีโป้คนนั้นไม่ใช่ตัวเองเลย
“พี่ พี่......พี่พูดมั่วๆแล้ว ผมเห็นชัดๆว่าพี่น่ะ......”
“ถ้าแพ้แล้วนายกับพี่ชายของนายก็จะเสียหน้า ไม่ใช่ฉัน ฉันมีอะไรน่าดูงั้นเหรอ? เลิกขวางทางฉันได้แล้ว ฉันจะไปช่วยนายเซ็นสัญญา” มายมิ้นท์ผลักปีโป้ออกไป ในขณะที่กำลังเดินไปหาโค้ชที่อยู่ด้านนั้น
เวลาที่พูดคุยกับโค้ช เธอก็พูดด้วยความเกรงใจและมีมารยาทว่า “ขอโทษค่ะ ต้องขอรบกวนเวลาของคุณแล้ว”
ปีโป้ “......”
ทามทอยถ่ายภาพท่าทางที่ตื่นตระหนกตกใจนั้นของปีโป้เอาไว้ ต่อมา ก็โอบไหล่ของเขาและถามด้วยรอยยิ้มว่า “ได้ยินมาว่าตอนที่มายมิ้นท์อยู่ที่ตระกูลนวบดินทร์ นายแกล้งเธอทุกวันเลยนี่ ตอนนี้โลกหมุนเวียนเปลี่ยนผันซะแล้ว รสชาติที่ถูกเธอแกล้งเป็นยังไงบ้างล่ะ?”
“ผมเป็นผู้ชาย ก็เลยไม่คิดที่จะไปต่อล้อต่อเถียงกับเธอต่างหาก!” ปีโป้ทำเสียงฮึดฮัด
“มัวทำอะไรอยู่!” มายมิ้นท์หันหน้ากลับมา แล้วเหลือบมองปีโป้ด้วยสายตาที่ไม่พอใจ “ไม่อยากเล่นบาสเก็ตบอลแล้วใช่ไหม รีบมาลงชื่อสิ!”
เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของตนเอง ปีโป้จึงรีบวิ่งไปเซ็นชื่อในสัญญาอย่างรวดเร็ว
โค้ชบอกกับนักเรียนและบรรดาผู้ปกครองว่า เมื่อถึงเวลานั้นจะส่งรถมารับพวกเขาไปที่ฐานฝึก หลังจากที่พูดคุยกันเล็กน้อย โค้ชก็พาคนเดินออกไปแล้ว
และบรรดาผู้ปกครองก็ทยอยนำลูกของตัวเองเดินจากไปเช่นกัน
หลังจากที่ปีโป้กับมายมิ้นท์เดินออกมาจากสนามบาสเก็ตบอล พวกเขาก็ดูสัญญาในมือซ้ำไปซ้ำมา และมีความรู้สึกว่ามันไม่เป็นความจริง
อันที่จริงตอนที่มายมิ้นท์ไม่รับโทรศัพท์ในตอนบ่าย เขาได้โทรหาส้มเปรี้ยว เพราะอยากจะให้เธอช่วยเหลือตัวเองสักหน่อย
แต่ส้มเปรี้ยวกลับพูดอ้อมค้อมว่าเธอกำลังพักฟื้นในโรงพยาบาล จึงไม่สะดวกที่จะช่วย และยังพูดอีกว่า “ปีโป้ เชื่อฟังคำพูดของพี่ชายนายเถอะ อย่าทำให้เขาโกรธเลย”
เขารู้สึกสิ้นหวังไปหมด แต่ทว่าต่อมา มายมิ้นท์ก็เป็นคนที่มาช่วยเขา
มายมิ้นท์ไม่เพียงแต่จะช่วยสั่งสอนผู้ปกครองเหล่านั้นให้เขา เธอยังคงยืนอยู่เคียงข้างเขาอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ และไม่ได้ทำให้เขากลัวเปปเปอร์อีกด้วย เธอเอาแต่พูดว่า “เล่นให้ดีๆนะ” เท่านั้น
ปีโป้เงยหน้าขึ้นไปมองมายมิ้นท์ที่อยู่ข้างหน้า
สีของท้องฟ้าค่อยๆมืดลง แสงสายันต์ในยามตะวันรอนก็ไม่มีแล้ว แต่ทว่ามายมิ้นท์ที่อยู่ในดวงตาของเขากลับถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีทองเหลืองอร่าม และประกายสีทองระยิบระยับ เต็มไปด้วยความสง่างามน่าเกรงขาม
ราวกับเป็นพระผู้ช่วยชีวิตของเขา!
ปีโป้ยัดสัญญาลงในกระเป๋านักเรียน แล้วรีบก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และเดินเคียงข้างไปพร้อมกับมายมิ้นท์ “พี่สะใภ้ วันนี้คุณสวมชุดนี้แล้วดูดีจริงๆ รูปร่างก็เฉียบขาดมากเลย ถ้าซูเปอร์โมเดลอยู่ต่อหน้าคุณจะต้องหม่นหมองไร้สีสันไปเลยแน่ๆ!”
“......” พอมายมิ้นท์หันศีรษะไปเห็นดวงตาที่จริงใจและน่ารักของเด็กหนุ่มเข้า เธอก็รู้สึกขนลุกขนพองไปทั่วร่างกาย
มายมิ้นท์ลูบแขนไปมา แล้วพูดว่า “ฉันไม่ใช่พี่สะใภ้ของนายแล้วนะ เรียกพี่สาวเถอะ”
“ครับ พี่สาว” ปีโป้เปลี่ยนคำพูดใหม่อย่างรวดเร็ว
มายมิ้นท์ช่วยเหลือเขามากขนาดนี้ ด้วยเหตุนี้แม้ว่าเธอจะให้เขาเรียกว่าบรรพบุรุษ เขาก็สามารถเรียกออกมาได้โดยไม่ลังเลเลยสักนิด
ในระหว่างที่เดินมาถึงรถ ปีโป้ก้าวไปเปิดประตูด้านหลังอย่างรวดเร็ว “พี่สาวขึ้นรถครับ ระวังอย่าให้ชนศีรษะนะครับ”
มายมิ้นท์รู้สึกไม่สบายไปทั้งตัว จึงรีบขึ้นรถอย่างรวดเร็ว
“นายทำอะไร?” หลังจากที่ทามทอยเดินเข้ามา เขาก็ใช้มือผลักชายหนุ่ม แล้วถามด้วยความสนใจเป็นอย่างยิ่ง “เอาใจใส่อดีตพี่สะใภ้ขนาดนี้ ตกหลุมรักเธอเข้าแล้วใช่ไหม?”
“พี่ทามทอยพี่กำลังคิดฟุ้งซ่านอะไรอยู่เนี่ย ผมเพิ่งสิบแปดเองนะ!”
“งั้นก็ดี” ทามทอยดีดขี้บุหรี่ลง แล้วพูดหยอกเย้าว่า “นายอายุยังน้อย มีกำลังวังชา อีกทั้งยังดีกว่าพี่ชายของนาย กระตือรือร้นและอบอุ่นด้วย ไม่แน่ว่าเธออาจจะชอบก็ได้นะ”