ตอนที่ 11
บทที่ 11 ฉันก็ยังพอมีคุณธรรมอยู่บ้างนะ
October 28, 2026
กงเส้าถิงค่อย ๆ ได้สติกลับคืนมาจากความสับสนในใจของเขา
เมื่อคิดถึงแรงกระตุ้นที่ถาโถมเข้ามาเมื่อครู่ เขาจึงนิ่งเงียบ และเหลือบตาลงมองข้างล่าง
ทำไมถึงไม่ตอบสนองแล้วล่ะ ตอนแรกก็ยังดี ๆ อยู่เลยนี่
เขาถอนหายใจด้วยความจนปัญญา และดวงตาเรียว ๆ คู่นั้นของเขาก็เหลือบมองไปที่เธอก่อนแวบนึง ก่อนจะเดินกลับห้องของตนไปอาบน้ำ
เช้าวันรุ่งขึ้น
เยี่ยหลานซานป้อนข้าวเช้าแก่นายน้อยกงเสร็จ เธอก็สัญญาว่าเมื่อเสร็จธุระแล้วจะมาเยี่ยมใหม่ แล้วจึงขอตัวลา
แต่เยี่ยหลานซานนั้นมีสีหน้าที่เศร้าหมองเล็กน้อยในขณะที่เธอกำลังเดินจากไป เห็นได้ชัดว่าเธอมีบางอย่างอยู่ภายในใจเป็นแน่
กงเส้าถิงเห็นดังนั้นก็อดห่วงเธอไม่ได้ จึงสั่งให้โจวไท่ตามเธอไปในขณะที่เธอกำลังออกจากที่นี่ เพื่อคอยปกป้องคุ้มครองเธอโดยไม่ให้เธอรู้
เยี่ยหลานซานรู้สึกเบื่อหน่ายและไม่ค่อยจะเต็มใจ บวกกับรู้สึกหดหู่ใจอยู่เล็กน้อย ก่อนที่เธอจะโบกรถเพื่อไปสนามบินต่อ
ระหว่างทางเธอก็คิดในใจว่า ด้วยนิสัยของคน ๆ นั้น เธอก็เตรียมใจพร้อมที่จะโดนเขาหลอกมาอยู่แล้ว
หลังจากกลับบ้านไป เธอค่อยไประบายกับตุ๊กตาตัวแทนเขาที่เธอทำขึ้นมาก็ได้ เห้อ~
เมื่อถึงสนามบิน
เธอก็เห็นคนร่างเล็กในชุดสีดำที่เปี่ยมไปด้วยความสง่าและมีเสน่ห์ กำลังเดินตรงมาที่เธอ
ร่างกายของเธอก็เริ่มเกิดอาการสั่นอย่างรุนแรง
นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็น เขา!
เมื่อ2ปีก่อน เธอดันไปแทงเขาเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ และเขาก็เคยพูดไว้แล้วว่า “เจอกันครั้งหน้า ฉันเอาคืนเธอแน่”
ขาของเธอเริ่มสั่นไม่หยุด ถ้าเธอจะวิ่งตอนนี้ ยังทันไหมนะ?
สมองอันน้อยนิดของเธอนั้นเพิ่งจะผุดความคิดที่จะหนีหน้าคนคนนั้นไปหมาด ๆ
จู่ ๆ เขาก็เดินเข้ามา เขาเป็นคนที่มีรูปร่างหน้าตาที่ดูสง่า และมีเสน่ห์มาก ๆ
เขาเดินเข้ามาทักทายเยี่ยหลานซาน พร้อมกับโอบไหล่ของเธอเข้ามาประชิดตัวของเขา และหัวเราะคิกคักก่อนจะพูดว่า
“เสี่ยวชี ไม่เจอกันนานเลยนะ”
ถึงแม้ภายนอกของเขาคนนี้จะดูเหมือนสาวงาม แต่น้ำเสียงของเขานั้นดูเหมือนชายที่พยายามดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง
เยี่ยหลานซานตอบกลับไปว่า “ใช่ ไม่เจอกันนานเลย”
เขาไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อนเลยสักนิด แต่เยี่ยหลานซานก็มั่นใจว่าเขาคงไม่มีทางลืมเรื่องนั้นแน่
เขาคนนี้น่ะ เจ้าคิดเจ้าแค้นยิ่งกว่าใคร ๆ
เธอแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นและตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า “ พี่ชายสี่ ท่าทางของพี่นี่ ออกลายชัดมากขึ้นกว่าเดิมนะคะ”
ใช่แล้วล่ะ คนตรงหน้านี้ จริง ๆ แล้วเป็นชายที่มีจิตใจเป็นหญิง รูปร่างหน้าตาของเขานั้นดูอ่อนโยนน่าทะนุถนอม
แต่กลับชื่นชอบการเที่ยวไนต์คลับและออกล่าผู้ชายยามราตรีอีกด้วย
“เธอก็ดูดีขึ้นเยอะเลยนะ” อวิ๋นซีพูดด้วยน้ำเสียงเนิบๆ พร้อมกับแนบตัวแน่นกับเยี่ยหลานซาน อีกทั้งยังส่งรอยยิ้มที่เดาไม่ออกเลยว่าจะสื่ออะไร “ 1 ปี 8 เดือน กับอีก12วัน รวมเป็น 620 วัน
โอ้! เสี่ยวชี เธอยังจำได้มั้ยว่า ก่อนที่เธอจะมาแอฟริกาใต้น่ะ เธอทำอะไรไว้กับฉัน”
เห็นไหมล่ะ เขามาคิดบัญชีกับฉันจริง ๆ ด้วย
เยี่ยหลานซานยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน ถึงขั้นทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว
เธอพยายามที่จะทำตัวให้เหมือนว่าจริงใจและไร้เดียงสาให้มาก ๆ ไว้ ก่อนจะพูดออกไปว่า “เรื่องที่มันผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะนะ คนยุคใหม่อย่างเราเราเนี่ย ต้องมองไปข้างหน้า”
“แต่ช่วงนี้ต้นคอของฉันมันไม่ค่อยดีเลยน่ะสิ เอาแต่มองไปข้างหน้าก็เกรงว่าจะไม่ไหวเอา” อวิ๋นซีกล่าว
เยี่ยหลานซานได้ยินดังนั้นก็กลอกตามองบน ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหดหู่ว่า “งั้นฉันหาหมอที่เชี่ยวชาญเรื่องกระดูกให้พี่ดีไหมคะ”
อวิ๋นซีถอนหายใจอย่างแผ่ว ๆ เหมือนไม่เต็มใจ ก่อนจะพูดว่า “เธอไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอก ฉันจะอยู่แอฟริกาใต้จนถึงปีหน้า เธอแค่ดูแลฉันก็พอแล้วล่ะ” ในขณะที่พูดก็ส่งสายตาแสดงถึงความเหนือกว่าออกมา
เยี่ยหลานซานได้ยินเช่นนั้นถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่คิดในใจว่า “พูดออกมาได้ไง ว่าจะให้น้องสาวดูแล”
เมื่ออวิ๋นซีสามารถปราบน้องสาวของตัวเองได้อยู่หมัดแล้วนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นยิ้มร่ามีความสุขขึ้นมาทันที
แล้วเขาก็กวักมือเรียกคนข้างหลัง “เสี่ยวจิน..”
คนที่อยู่ข้างหลังของอวิ๋นซี คือเด็กสาวคนหนึ่งที่ดูจะเป็นคนว่านอนสอนง่ายมาก ๆ
เธอลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 5 ใบ เดินตามเสียงเรียกของอวิ๋นซีมา
เด็กสาวที่มีใบหน้าราวกับหน้าของตุ๊กตา บวกกับผมทรงบ๊อบของเธอนั้น ทำให้เธอดูน่ารักมาก ๆ มองแค่แวบแรกก็จะเห็น ใบหน้าที่มีดวงตากลมโตเปล่งประกาย โดยเฉพาะขนตาของเธอที่หนากว่าคนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด และเหมาะกับเด็กสาวคนนี้จริง ๆ
เยี่ยหลานซานกระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “อวิ๋นซี คุณชายอายุไม่น้อยอย่างพี่นี่ ให้สาวน้อยที่ยังเด็กขนาดนี้มาแบกกระเป๋าหลายใบได้ยังไง พี่ยังมีคุณธรรมเหลืออยู่บ้างมั้ยเนี่ย”
เธอมองด้วยความรู้สึกเวทนา