ตอนที่ 15
บทที่15 ห้ามพูดคำว่า
October 28, 2026
ประธานของเอ็มเพอเรอร์กรุ๊ปผู้ลึกลับ และเป็นทายาทของตระกูลแรกแห่งเมืองหลวง ซึ่งหมายความว่าเขาเป็นถึง เจ้าชายแห่งจักรวรรดิผู้มีอิทธิพล
เขามีนามว่า กงเส่าถิง
เขาดูแลทุกอย่างภายในวังหลวงตั้งแต่อายุ 22 ปี จนตอนนี้ได้กลายเป็น ประธานใหญ่ของ เอ็มเพอเรอร์กรุ๊ป เรียบร้อยแล้ว
และเขาติดอันดับบุคคลที่รวยที่สุดด้วยวัยเพียง 26 ปี และในปีนี้ ก็เข้าปีที่ 3 ของการครองอันดับนี้แล้วด้วย
แต่เขาในวัย 29 ปีในตอนนี้นั้น กลายเป็นคนที่มีอารมณ์ร้ายขึ้น เนื่องจากตัวเขาเองได้ผ่านอะไรร้ายแรงมามาก ทำให้ทุกวันนี้กลายเป็นคนที่เย็นชาเหมือนน้ำนิ่งที่เมื่อสิ่งใดก็ตามที่ตกลงไปในน้ำนั่น ก็จะจมดิ่งลงไปไม่มีวันหวนคืน
โจโจคิดไม่ถึงว่า เขาจะได้พบกับเจ้าชายในตำนานเป็นครั้งแรกในชีวิต เพราะด้วยเรื่องอื้อฉาวของโม้เข่อซิน
“อืม”
กงเส่าถิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เฉยเมย
ในขณะที่มองไปที่จอคอมพิวเตอร์สองเครื่องที่เปิดอยู่ตรงหน้าเขา
และหน้าจอ LCD 32นิ้ว 2เครื่อง ที่กำลังเปิดอยู่นั้น ไม่มีเนื้อหาของธุรกิจประจำตระกูลแต่อย่างใด แต่เป็นหน้าเว็บของข่าวบันเทิงทั้งสองจอ
จอหนึ่งเป็นข่าวฉาวของโม้เข่อซิน แต่อีกจอหนึ่งเป็นข่าวฉาวของเยี่ยหลานซาน
ข่าวนึงเป็นข่าวที่กำลังเดือดอยู่ในตอนนี้
ส่วนอีกข่าวนึงเหมือนถูกเก็บแช่แข็งไป จนไม่มีทางที่จะปะทุออกมาได้อีก
เขายิ้มมุมปากเล็กน้อยด้วยความพอใจ
โจโจเข้าไม่ถึงความคิดของกงเส่าถิง และเดาไม่ออกเลยสักนิดว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่ก็คำถามที่โจโจกำลังสงสัยอยู่ “ประธานกงครับ แสงดาวกรุ๊ปได้ทำอะไรผิดต่อท่านประธานกงรึเปล่าครับ”
“อืม”
กงเส่าถิงมองมาด้วยสายตาเฉยเมย
แม้จะเป็นแค่คำถามง่าย ๆ ธรรมดา ๆ แต่ตอนที่เขาตอบกลับมานั้น สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความแข็งกร้าวของเขา
โจโจที่อยู่ภายใต้กลิ่นอายที่แข็งกร้าวนี้ ก็พิจารณาคำตอบอยู่ในใจ และพูดต่อว่า “ในขณะเดียวกันดาราชายของแสงดาวกรุ๊ปอีกคนก็เพิ่งมีภาพหลุดออกมาจนผู้คนพากันตกใจ”
กงเส่าถิงก็ยังตอบกลับไปแค่คำว่า “อืม” และไม่ได้แสดงสีหน้าใดใด ก่อนจะหยิบเช็คเงินสดออกมาและยื่นให้กับโจโจ “นี่รางวัลของคุณ”
“ไม่เป็นไรเลยครับ ไม่เป็นไรเลย” โจโจไม่กล้ารับเช็คเงินสดนั้น และปฏิเสธอย่างสุภาพนอบน้อม ก่อนจะพูดว่า “ได้รับใช้ประธานกง ก็ถือว่าเป็นเกียรติกับผมอย่างยิ่งแล้วล่ะครับ”
“ฉันไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณใคร”
กงเส่าถิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เบาแต่ทรงพลัง
โจโจลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปหยิบเช็คเงินสดนั้นมา
และก่อนไปก็ไม่ลืมที่จะแสวงหาประโยชน์คราวหน้าด้วย “ประธานกงครับ ผมจะปิดปากให้สนิทเลย ถ้าหากว่ามีอะไรให้ผมรับใช้อีกก็บอกได้เลยนะครับ”
“อืม”
แล้วโทรศัพท์ของกงเส่าถิงก็มีเสียงแจ้งเตือนขึ้น ตื้ด——
เป็นข้อความจากโจวไท่ [ บอสครับ คุณเยี่ยออกไปทานข้าวกับเพื่อนของเธออีก2คน ท่าทางดูปกติดีครับ]
และข้อความถัดมาก็เป็นภาพประกอบ 1 ภาพ
โจวไท่กลัวจะถูกจับได้ว่าคอยตามดูเยี่ยหลานซานอยู่ จึงรักษาระยะห่างไว้ไม่ให้ใกล้จนเกินไป และถึงแม้ว่าภาพที่ถ่ายเยี่ยหลานซานมาได้นั้นจะมาจากมุมที่ไกลไปหน่อย แต่ความรู้สึกแรกที่มองภาพสามสาวนั้น ก็สัมผัสได้ถึงความเศร้าเล็กน้อย
เยี่ยหลานซานสวมเสื้อโอเวอร์ไซส์สีขาวตัวใหญ่จนปิดบั้นท้าย แต่ยังเผยให้เห็นขากางเกงขาสั้นสีดำที่เหลือไม่ถึง 2 เซนติเมตรโผล่ออกมา เธอสวมรองเท้าสีขาวเหยียบส้น แลดูเหมือนเด็กมัธยมต้นใสใสคนหนึ่งเลย
เขามองลงไป ก็เห็นขาขาว ๆ เรียวยาวทั้งสองข้างที่กระทบกับแสงอาทิตย์จนทำให้เขาต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย
มองแวบแรกก็รู้สึกว่าเธอดูดีมาก
พอมองอีกทีก็ต้องตาตกลงด้วยความไม่พอใจกับชุดที่เธอสวมใส่
ออกมาข้างนอกแต่ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นได้ไงเนี่ย แล้วนี่ก็เห็นขาอ่อนมากไปอีก
สีหน้าของเขาแสดงออกถึงกลิ่นอายความเป็นเจ้าของ หนุ่มน้อยอารมณ์ดีคนนั้นกลายเป็นหมาป่าหนุ่มที่แปดเปื้อนไปด้วยความปรารถนาในทุกสิ่งอย่าง
โจโจลุกลี้ลุกลน เมื่อเห็นกงเส่าถิงขมวดคิ้วระงับความซับซ้อนของอารมณ์ตัวเอง เขาไม่กล้าที่จะวอแวอะไรต่อ จึงพูดขึ้นว่า “ประธานกงครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวลาเลยนะครับ”
พูดจบก็ถือเช็คเงินสดเดินออกไป
หลังจากปิดประตูห้องของท่านประธาน เขาก็เหลือบตาลงดู
เมื่อเห็นตัวเลขบนเช็คเงินสดนั้น ก็กำเช็คไว้แน่นด้วยความตื่นเต้นตกใจ