ตอนที่ 16
บทที่16 คืนนี้เธอจะกลับมามั้ย
October 28, 2026
รองประธานของเอ็มเพอเรอร์กรุ๊ป หรือ กงฉีหลิน หลานชายของกงเส่าถิง เดินเข้ามาในห้องทำงานของประธานพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ
เขากับกงเส่าถิงมีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายคลึงกันอยู่บ้างเล็กน้อย
ภายใต้ผมดำซอยกับคิ้วหนาเรียวที่เลิกขึ้นเล็กน้อย ลับกับใบหน้าที่หล่อเหลาสง่างามนั้นได้อย่างลงตัว
ด้านหลังแว่นตากรอบทองที่สวมอยู่บนดั้งจมูกโด่งนั้น ก็คือดวงตาเฉียบคมโดยมีขนตาหนางอนประดับอยู่
และทุก ๆ ฝีเท้าที่ย่างก้าวเข้ามานั้น สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความสุภาพเรียบร้อยไปทั่วทั้งตัวเขา
หลังจากที่เขาส่งเอกสารในมือให้กงเส่าถิง เขาก็มองไปที่ฉืออวี้เฟิง ที่ไม่รู้ทำไมถึงยืนหน้าแดงเหมือนตื่นเต้นอะไรอยู่ แล้วถามว่า “มีอะไรให้ช่วยมั้ย”
ฉืออวี้เฟิงที่ทำท่าเหมือนอยากจะเปิดปากพูดเรื่องต่าง ๆ แต่เมื่อนึกถึงคำเตือนของกงเส่าถิง เขาก็รีบหุบปากลงทันที
“ไม่มีอะไร ๆ ”
ตั้งแต่เกิดมา ฉืออวี้เฟิงก็ไม่เคยที่จะสงบปากสงบคำลงได้ ถ้าหากไม่ใช่เพื่อศักดิ์ศรีของกงเส่าถิงแล้วละก็ เขาสามารถป่าวประกาศให้คนทั้งโลกรู้ได้ในทันทีเลยว่า น้าชายของเขาตกหลุมรักผู้หญิงคนนึงเข้าแล้ว
เขาอึดอัดใจ และมองไปที่กงฉีหลิน “สิงน้อย ฉันไปรอนายที่ห้องพักรับรองนะ เสร็จธุระของนายเมื่อไหร่ ไปดื่มไปคุยเล่นเป็นเพื่อนฉันหน่อย”
พูดจบเขาก็เดินออกไปด้วยสีหน้าไม่มีความสุข
นี่มันไม่ใช่ฉืออวี้เฟิงคนเดิมเลย!
กงฉีหลินดันแว่นกรอบทองบนดั้งจมูกของเขาขึ้นและมองไปที่ลุงของเขาอย่างสงสัย “อาฉือทำไมมีท่าทางแปลก ๆ แบบนั้นละครับ”
“สงสัยจะขาดความรักล่ะมั้ง”
กงเส่าถิงปิดคอมพิวเตอร์และพูดขึ้นเบา ๆ
กงฉีหลินได้ยินดังนั้นก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ
ฉืออวี้เฟิงถูกคุณป้ากับลุงเขยเร่งให้เขารีบแต่งงานอยู่แทบทุกวัน ด้านนอกนั่นก็มีกลุ่มสาว ๆ ที่มักจะรายล้อมเขาอยู่บ่อย ๆ คนแบบนี้เนี่ยนะ ที่จะขาดความรัก?
กงฉีหลินหรี่ตาลง และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเริ่มสงสัยในคำพูดของลุง
…………
หลังจากผู้ก่อการร้ายทั้งสองอย่างเยี่ยหลานซานกับกงเส่าถิงได้ทำเรื่องเลวร้ายสำเร็จกันไปแล้วนั้น ทั้งสองคนต่างก็กลับมาทำหน้าที่ของตนเองต่อ
คนหนึ่งก็จัดเลี้ยงต้อนรับเพื่อนที่มาจากแดนไกล ส่วนอีกคนหนึ่งก็กลับไปจัดการประชุมสำคัญของธุรกิจประจำตระกูล
เหลือเพียง แสงดาวกรุ๊ปที่เพิ่งโดนทั้งคู่เล่นงานไปนั้น กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่
ผู้บริหารระดับสูงแห่งแสงดาวกรุ๊ป กำลังโมโหจัด!
พ่อของเฉียวเฟยฝาน นามว่าเฉียวหย่วนฟานได้จัดประชุมบริษัทฉุกเฉินขึ้น
ณ ห้องประชุม นำโดยผู้บริหารระดับสูง เฉียวหย่วนฟาน และหัวหน้าแผนกต่าง ๆ ที่นั่งตัวตรง แทบจะไม่กล้าหายใจออกมา
ปึ้ง!
เฉียวหย่วนฟานฟาดแฟ้มเอกสารในมือของเขาลงบนโต๊ะ สัมผัสได้ถึงอำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ก่อนที่เขาพูดออกมาด้วยความโมโห “ฝ่ายประชาสัมพันธ์กับหัวหน้าแต่ละแผนกทำอะไรกินกันอยู่เรอะ! ผ่านไปชั่วโมงนึงแล้ว ยับยั้งข่าวฉาวไร้สาระพวกนี้ยังทำกันไม่ได้ แล้วนี่ยังจะปล่อยให้มันเลวร้ายขึ้นอีก พวกคุณทำอะไรกันอยู่!”
ในตอนนี้นั้น มันถึงจุดที่แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว
ไม่ว่าจะเป็นโม้เข่อซินหรืออู๋เทาก็ตาม ใครที่ตกอยู่ในข่าวฉาวนี้ ถือว่าได้สร้างความเสื่อมเสียอันใหญ่หลวงให้กับทางแสงดาวกรุ๊ปแล้ว
ผอ. ฝ่ายประชาสัมพันธ์ก็ร้องไห้จนไม่เหลือน้ำตา
เขาพยายามอย่างเต็มที่แล้วที่จะลดทอนความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ว่าดาราสองคนนั้นจะทำเรื่องอย่างที่เป็นข่าวจริงหรือไม่ หลักฐานทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นภาพจริง และชัดเจนว่าหลักฐานทุกอย่างเป็นของจริงด้วย ผู้ลงมือ สามารถทำทุกอย่างได้อย่างรวดเร็วและไม่ทิ้งร่องรอยใดใด และดูเหมือนกะไว้แล้วว่าจะไม่ให้ดาราทั้งสองคนนั้นได้มีโอกาสออกมาแก้ตัวต่อสื่อมวลชน
ไม่ว่าทางฝ่ายประชาสัมพันธ์จะพยายามเข้าแทรกแซงหรือพูดโน้มน้าวอย่างไร ก็ไม่สามารถยุติคำประณามสาปแช่งของชาวเน็ตได้
ยิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอารมณ์ของเฉียวหย่วนฟานในตอนนี้ ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็ไม่กล้าจะพูดอะไรออกมา
หลานชายของเฉียวหย่วนฟาน นามว่าเฉียวเฉิน เล็งเห็นถึงสถานการณ์ที่เย็นลงจนเหลือเพียงความเงียบสงัด ทำให้เขาเริ่มพูดขึ้นมา “ลุงรองครับ ฝ่ายตรงข้ามลงมือได้อย่างรุนแรงเจ็บแสบมาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เราไม่มีโอกาสที่จะโต้แย้งเลย และตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่เราจะต้องมานั่งรับผิดชอบอีกต่อไปแล้ว เราควรจะเร่งสืบหาว่าใครที่มันมาทำแบบนี้กับเรา”
คนอื่น ๆ รีบออกความคิดเห็นส่งเสริม “ใช่ครับ ๆ ๆ /ใช่ค่ะ ๆ ๆ”
เฉียวหย่วนฟานถามด้วยความที่ยังโมโหอยู่ “งั้นหาเจอรึยังล่ะ!?”