ตอนที่ 17
บทที่17 คุณเยี่ยถูกลักพาตัวไปแล้วครับ!
October 28, 2026
เยี่ยหลานซานเงียบไม่พูดอะไร
เธอกลอกตามองบนใส่พี่ชาย จากนั้นก็เปิดประตูและออกจากคอนโดไป
ชายไม่จริงหญิงไม่แท้อย่างอวิ๋นซีมาปักหลักอยู่ข้างกายเธอถึงเมืองหลวงนี้ คงจะไม่ได้อยู่กันอย่างผาสุขแน่
เยี่ยหลานซานคิดแล้วก็ถอนหายใจ ก่อนจะเรียกรถแท็กซี่เพื่อไปโรงพยาบาล
เมื่อรถแท็กซี่ที่เธอนั่งไปนั้นขับออกไปได้สักพัก โจวไท่ที่แอบดูอยู่ก็รีบขับรถตามเธอไปติด ๆ
มือนึงขับรถ อีกมือนึงก็ส่งข้อความหากงเส่าถิง “บอสครับ ตามเส้นทางที่คุณเยี่ยกำลังมุ่งหน้าไปนั้น เธอน่าจะกำลังไปโรงพยาบาลครับ”
ในขณะที่เยี่ยหลานซานนั่งอยู่บนรถ เธอก็เงยหน้ามองวิวข้างทางผ่านกระจกหน้าต่างรถไปด้วย
เวลามันช่างผ่านไปไวเหลือเกิน
นี่ก็จะ 2 ปีเต็มแล้วที่เธอมาอยู่ในเมืองหลวง
2 ปีที่ผ่านมา ในหัวเธอก็มัวแต่ครุ่นคิดเรื่องของเยี่ยอีเหรินกับเฉียวเฟยฝาน เธอไม่เคยได้ตั้งใจมองดูทิวทัศน์ของเมืองหลวงแบบนี้มาก่อนเลย
ที่ที่เธออยู่นี้ เป็นเมืองหลวงของแอฟริกาใต้ ทุก ๆ ที่ในเมืองหลวงรายล้อมไปด้วยอาคารสูงตระหง่าน บวกกับเศรษฐกิจที่พัฒนาจนกลายเป็นเมืองที่เจริญที่สุดเมืองหนึ่งเลยก็ว่าได้
อากาศของวันนี้ดีจริง ๆ แสงแดดยังคงส่องอยู่อ่อน ๆ คู่กับลมร้อนที่พัดอยู่เบา ๆ
หน้าต่างที่เปิดอยู่ครึ่งนึง ทำให้ลมอุ่น ๆ นั้นปะทะหน้าของเธอ แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกเย็นสบายและมีความสุขไปกับช่วงเวลานี้
เพียงแต่ว่า ยังมีใครบางคนที่ทนเห็นเธอมีความสุขไม่ได้
ชึบ! คนขับแท็กซี่เหยียบเบรกอย่างกะทันหัน
ร่างของเยี่ยหลานซานที่นั่งอยู่เบาะหลังโดยไม่คาดเข็มขัดนิรภัยกระแทกกับเบาะข้างคนขับด้านหน้าเข้าอย่างจัง
ในขณะที่เยี่ยหลานซานย่นจมูกด้วยความเจ็บปวด ก็ได้ยินเสียงของคนขับแท็กซี่ตะโกนด่าขึ้นมา “ มาขวางหน้ารถแบบนี้ได้ยังไงกัน! อยากตายรึไงวะ! ถ้าไม่ใช่เพราะฉันเบรกได้ทันก็ชนแล้ว! บ้าเอ๊ย!”
พูดจบเขาก็ทุบพวงมาลัยด้วยความโกรธและบีบแตรให้ส่งเสียงดัง ปี้น ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
เยี่ยหลานซานมองผ่านกระจกหน้ารถ
ก็เห็นรถไมบัคหรูคันหนึ่งจอดขวางหน้ารถแท็กซี่
รถคันนั้นดูคุ้นตามาก
เธอรู้สึกคุ้นจนนึกออกว่ามันคือรถของใคร
เธอสบถออกมาทีนึงก่อนจะเปิดประตูรถแท็กซี่และเดินลงมาด้วยสีหน้าเย็นชา
การจราจรในเมืองหลวง เดิมก็มักจะรถติดกันอยู่ตลอด และในเวลานี้ก็เป็นช่วงเวลาเลิกงานของใครหลาย ๆ คนอีกด้วย เมื่อเจอเข้ากับสถานการณ์นี้ก็ยิ่งทำให้การจราจรเป็นอัมพาตไปทั้งถนน
ในเวลาเดียวกันที่เธอลงจากรถแท็กซี่ ประตูรถหรูก็ถูกเปิดออกโดยคนที่นั่งอยู่ข้างในรถ
เฉียวเฟยฝานสวมชุดลำลองสีเทาอ่อนกับหมวกแก๊ปสีเดียวกัน พร้อมกับสวมแมสพลางใบหน้าที่ผู้คนเห็นแล้วก็ต้องรู้ว่าเป็นใคร ไม่มีใครคาดคิดว่าจักรพรรดิแห่งวงการภาพยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในจีนจะมาปรากฏตัวอยู่ตรงนี้
เขาเดินออกมาจากรถอย่างกระวนกระวาย และคว้าแขนของเยี่ยหลานซานขึ้นบนรถ
เขาเป็นคนที่ดูเหมือนจะอ่อนแอ แต่กลับมีพละกำลังมากอยู่พอสมควร จนทำให้ข้อมือของเยี่ยหลานซานที่ถูกดึงไปนั้นเกิดความเจ็บปวดเล็กน้อย
เธอยกขาขึ้นเตะเข้าที่น่องของเขา
เธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่าขัดขืน และด้วยแรงเตะนั้นของเธอ ทำให้เฉียวเฟยฝานเดินโซซัดโซเซ
เฉียวเฟยฝานกลั้นความเจ็บปวดแล้วต่อยเข้าที่ท้องเธออย่างรุนแรงก่อนจะเปิดประตูรถและจับเธอยัดเข้าไปข้างใน และขับรถออกไปจากที่ตรงนั้นด้วยความเร็ว
โจวไท่ที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างจากมุมที่ห่างจากที่เกิดเหตุไม่ไกลมากนัก เขาตกใจจนรีบวีดีโอคอลหากงเส่าถิงทันที “บอสครับ แย่แล้วครับ คุณเยี่ยถูกลักพาตัวไปแล้วครับบอส...”
กงเส่าถิงที่พอเสร็จจากการประชุม เขาก็รีบมาโรงพยาบาล นอนรอเยี่ยหลานซานอยู่บนเตียงคนไข้
และเมื่อขาได้ยินดังนั้น ก็ลุกขึ้นนั่งทันที เพียงเสี้ยววินาทีสีหน้าที่เฉยชาของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีหน้ามืดครึ้ม สายตาแสดงออกถึงความดุร้าย
เขาก้าวเท้าลงไปบนรองเท้าแตะของโรงพยาบาลโดยไม่สนใจที่จะเปลี่ยน แล้วเดินออกจากห้องไปด้วยความรวดเร็ว
เมื่อโจวไท่เห็นดังนั้นก็อดถามขึ้นมาไม่ได้ว่า “บอสไม่แกล้งป่วยแล้วเหรอครับ?”
ได้ยินว่าเมื่อวานแม้แต่แขนก็ยกไม่ขึ้น อยากจะให้เยี่ยหลานซานคอยป้อนข้าวป้อนน้ำ แต่วันนี้กลับวิ่งเต้นจะออกไปช่วยชีวิตเธอ มันจะไม่ย้อนแย้งไปหน่อยเหรอเนี่ย?
ในใจของกงเส่าถิงนั้น ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความปลอดภัยของเยี่ยหลานซานอีกแล้ว “เตรียมปืนไว้ให้พร้อม ยิงได้ทุกเมื่อ!”