ตอนที่ 18
บทที่18 บอสครับ รบกวนเบามือกับผมด้วยนะครับ!
October 28, 2026
“ฉันไม่รู้ แล้วก็ไม่อยากรับรู้ด้วย!”
ในเมื่อพูดกันไม่รู้เรื่องก็เงียบเสียดีกว่า!
ไม่นานพวกเขาก็ถึงแยกไฟแดง ตอนนี้เยี่ยหลานซานมีแผนอยู่ในใจแล้ว เธอมองไปที่เฉียวเฟยฝานอย่างใจเย็น “เรื่องที่นายลักพาตัวฉันขึ้นรถมาวันนี้ ฉันจะไม่ติดใจเอาความอะไรกับนาย แต่ฉันขอแนะนำนายไว้อย่างนึง ว่าหลังจากนี้เราควรกลับไปเป็นคนที่ไม่รู้จักกันจะดีกว่า”
เมื่อเธอพูดจบ เฉียวเฟยฝานก็เหยียบเบรกทันที
เยี่ยหลานซานเปิดประตูและลงไปอย่างภาคภูมิใจ
เธอปิดประตู ปั้ง! และแอบถูกใจอยู่เล็ก ๆ
ทั้ง ๆ ที่ตกลงกันแล้วว่าจะกลับไปเป็นคนไม่รู้จักกัน แต่ทำไมมันถึงรู้สึกจี๊ด ๆ ในใจจังนะ
เฉียวเฟยฝานจ้องมองเธอจากด้านหลัง จนเธอหายวับไปท่ามกลางรถที่กำลังจอดต่อ ๆ กันในจราจรที่ติดขัดนั้น
จนกระทั่งเจ้าของรถคันหลังบีบแตรขัดจังหวะเขา
เขาตกใจเสียงแตรจนได้สติและรีบขับรถต่อ
และในตอนที่เขาเหยียบคันเร่งอยู่นั้น ตัวเขาเองก็เพิ่งจะนึกได้ว่าที่มาพบเธอวันนี้ ก็เพื่อที่จะขอให้เธอยุติการก่อเรื่องที่น่ารังเกียจนั้นซะ แล้วออกมาขอโทษสื่อ ขอโทษประชาชนทุกคน แต่เมื่อเขาเผชิญหน้ากับท่าทีที่เยาะเย้ยและเฉยชาของเธอนั้น เขาคาดไม่ถึงเลยว่าจะลืมพูดเรื่องสำคัญออกไป...
เขากำหมัดทุบลงบนพวงมาลัยด้วยความโกรธจนเสียงแตรรถดัง
และในที่สุดโจวไท่ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ตามมาได้ทันเวลา และได้เห็นเยี่ยหลานซานเดินลงมาจากรถพอดี
เขาหายใจออกมาอย่างโล่งใจ
และอยากจะรายงานกงเส่าถิงซักหน่อยว่าเธอไม่เป็นอะไรมากแล้ว ทันทีที่เขาจอดมอเตอร์ไซค์ลงข้างทางและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก็ถูกเยี่ยหลานซานจับได้ “พี่โจว!”
โจวไท่ตกใจพูดอะไรไม่ออก มือไม้สั่นทั้ง ๆ ที่จับโทรศัพท์อยู่
และท่าทางที่กำลังจะกดโทรศัพท์ก็หยุดชะงักลง
เยี่ยหลานซานเดินเข้ามาจากด้านหน้า และมองเขาด้วยความแปลกใจที่โจวไท่นั้นสวมสูทขี่มอเตอร์ไซค์ “พี่โจว บังเอิญจริง ๆ เลยค่ะ ไม่คิดว่าจะเจอพี่ที่นี่!”
โจวไท่ทำตัวไม่ถูกได้แต่ยิ้มออกไป “แหะ ๆ ใช่ บังเอิญจริง ๆ เลยเนอะ”
แล้วเธอก็ถามต่อ “พี่มีธุระเร่งด่วนรึเปล่าคะ?”
“หา?”
โจวไท่พยายามปกปิดความล่อกแล่กของสายตาเขา “มะ ไม่มีครับ”
“งั้นก็ดีเลยค่ะ ตอนนี้รถกำลังติดอยู่ด้วย คงจะเรียกรถยากมาก พี่โจวช่วยขับพาฉันไปโรงพยาบาลทีเถอะค่ะ ไปเยี่ยมพี่ใหญ่ของพี่โจกัน” เยี่ยหลานซานพูดจบก็ขึ้นนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เรียบร้อย
โจวไท่อยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ขาดเนื่องจากความตื่นตระหนกของตัวเอง ทำเอาลิ้นแข็งจนพูดไม่ออก
อยากจะพูดว่าไม่เป็นไรก็พูดไม่ออก!
อยากจะพูดอะไรก็พูดไม่ได้!
ในตอนนี้ คุณเยี่ยก็นั่งซ้อนท้ายเรียบร้อยแล้ว ทำให้เขาไม่มีโอกาสจะรายงานเจ้านายของเขาเลย
ทำได้เพียงสะอื้นอยู่ในใจ และเร่งเครื่องไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ
หวังว่าฉันจะพอซื้อเวลาให้บอสได้เตรียมตัวใหม่อีกครั้งทันนะ
เขาคิดไว้อย่างสวยงาม
แต่เยี่ยหลานซานเห็นว่าเขาขับมอเตอร์ไซค์ช้ามาก ซึ่งช้ากว่าคุณป้าที่ขี่จักรยานไฟฟ้าตามถนนเสียอีก และมันทำให้ความอดทนของเธอนั้นเริ่มจะหมดลง
เธอตบบ่าของโจวไท่เบา ๆ เพื่อเรียก “พี่โจว พี่จอดมอเตอร์ไซค์เถอะ”
“ ห๊า? ได้ครับ!”
โจวไท่จอดรถลงข้างทาง
แอบดีใจเพราะคิดว่าคุณเยี่ยอาจจะเปลี่ยนใจไม่ไปกับเขาแล้ว แต่กลับพบว่า เยี่ยหลานซานลงจากรถก็ผลักเขาให้ไปนั่งข้างหลังของมอเตอร์ไซค์และเธอก็กระโดดขึ้นควบด้านหน้ามอเตอร์ไซค์ในท่าทางที่เท่ห์ไม่เบา
โจวไท่อดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปากยิ้ม “คุณเยี่ย ขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเป็นด้วยเหรอครับ?”
“มันแน่นอนอยู่แล้วค่ะ”
ในขณะที่เยี่ยหลานซานขี่มอเตอร์ไซค์อยู่นั้น เธอก็เม้มริมฝีปาก คิ้วขมวดและไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่
“เกาะแน่น ๆ นะคะ!”
ทันทีที่พูดจบ รถก็พุ่งไปข้างหน้าเร็วขึ้นเหมือนจรวด
ท่ามกลางลมที่ปะทะตัวทั้งคู่ โจวไท่เกาะท้ายรถแน่น ทั้งตัวเขาถูกลมตีจนสภาพจากที่เนี้ยบ ๆ ก็กลายเป็นยุ่งเหยิงเล็กน้อย
ทักษะการขับขี่ของคุณเยี่ยนั้นเท่ห์เหนือใครจริง ๆ
ขอร้องล่ะ ช่วยเพิ่มความเป็นกุลสตรีอีกสักนิดจะได้มั้ยเนี่ย!?
เขาเกาะท้ายรถแน่นเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองตกลงไป แม้แต่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาบอสยังทำไม่ได้