ตอนที่ 3
บทที่ 3
October 31, 2026
เจียงเฉินหานในชุดสูทดูดีสง่างามยืนอยู่ที่ประตูทางเข้า ด้วยบุคลิกที่สง่างามและรูปร่างสูงโปร่งเหมือนนายแบบ ทำให้ลูกค้าหลายคนในร้านกาแฟแอบมองเขา แววตาเต็มไปด้วยความตะลึงจนปิดไม่มิด
ข้าง ๆ เจียงเฉินหานเป็นชายหนุ่มรูปหล่อคนหนึ่ง อายุประมาณสามสิบต้น ๆ มีสง่าราศีไม่แพ้กันเลย
เซ่าเยว่จำได้แล้ว
ไต้อวิ๋นหาน ศาสตราจารย์ประจำสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยเอ ตอนเดินที่งานสัมมนา ได้รู้ว่าเขากำลังวิจัยเรื่องความเสถียรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล AI
ด้านหลังพวกเขาเป็นผู้ช่วยของเจียงเฉินหาน ชื่อสวี่หลิน กำลังอุ้มแฟ้มเอกสารไว้ในอ้อมแขน
เจียงซื่อกรุปเป็นบริษัทชั้นนำในวงการเทคโนโลยีของเมืองไห่ ที่ติดต่อกับไต้อวิ๋นหานก็น่าจะเป็นการพบปะกันเรื่องธุรกิจ
เซ่าเยว่ไม่อยากเจอเจียงเฉินหานเลย
แต่ถ้าเธอลุกออกไปตอนนี้ จะยิ่งเป็นที่สังเกตมากกว่าเดิม จึงได้แต่ภาวนาให้เขาไม่เห็นเธอ
แต่โชคชะตาไม่เข้าข้าง
วินาทีถัดมา สายตาของเจียงเฉินหาน ก็จับจ้องมาที่เธออย่างแม่นยำ
สายตาทั้งคู่ประสานกัน
เจียงเฉินหานเหมือนเห็นคนแปลกหน้า แววตาไร้ความอบอุ่น ก่อนจะถอนสายตากลับ
เขาไม่สนใจการปรากฏตัวของเธอ
สวี่หลินมองตามสายตาไป ก็เห็นเซ่าเยว่ แต่ก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรเหมือนกัน หันไปพูดว่า “ห้องส่วนตัวอยู่ทางนี้ครับ ศาสตราจารย์ไต้ ประธานเจียง เชิญครับ”
เซ่าเยว่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ
แต่แล้วพวกเขาก็หยุดเดิน
ไต้อวิ๋นหานถามขึ้นอย่างกะทันหันว่า “ประธานเจียง คุณรู้จักผู้หญิงที่นั่งริมหน้าต่างคนนั้นเหรอครับ? ขออภัยที่เสียมารยาทนะครับ แต่ผมสังเกตเห็นว่าคุณกับผู้ช่วยสวี่มองเธอพร้อมกันพอดี”
เจียงเฉินหานคิดว่าเซ่าเยว่จะปรากฏตัวที่บริษัท คิดไม่ถึงว่าเธอจะตามมาถึงที่นี่ด้วย
ก็ยังไม่ได้รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่
แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะดีใจที่เจอเธอ
เจียงเฉินหานตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างไม่ใส่ใจว่า “แม่บ้านที่บ้านครับ”
ไต้อวิ๋นหานชะงักไปเล็กน้อย
ที่เขาถามออกมา ไม่ใช่เพราะเจียงเฉินหานให้ความสนใจใคร แต่เพราะเขาจำได้ว่าเคยเห็นเธอที่ห้องแล็บของมหาวิทยาลัยเอ...
แต่มหาวิทยาลัยเอเป็นสถาบันชั้นนำของประเทศ ต่อให้ชีวิตหลังเรียนจบจะแย่แค่ไหน บัณฑิตจากที่นั่นก็ไม่มีทางต้องไปเป็นแม่บ้าน
ยิ่งไปกว่านั้น นักศึกษาคนนั้นจากมหาวิทยาลัยเอ ถือเป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ ตอนนี้ห้องแล็บของไต้อวิ๋นหานกำลังประสบปัญหาทางเทคนิค หากได้อัจฉริยะแบบนี้มาร่วมทีม ก็อาจสามารถพลิกสถานการณ์ได้ในเวลาอันสั้น
แต่ไม่รู้ทำไม จู่ ๆ เมื่อไม่กี่ปีก่อน เธอก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
เขาตั้งใจตรวจสอบแฟ้มประวัติของบัณฑิตทุกคนแล้ว ล้วนธรรมดา ไม่มีใครที่เข้าข่ายว่าเป็นนักศึกษาอัจฉริยะคนนั้นเลย...
ไต้อวิ๋นหานเคยประเมินแล้วว่า ด้วยพรสวรรค์ของนักศึกษาอัจฉริยะคนนี้ แค่เผยแพร่งานวิจัยไม่กี่ชิ้น ก็สามารถสั่นสะเทือนวงการได้ อีกทั้งยังไม่ใช่เรื่องยากที่จะกลายเป็นศาสตราจารย์ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเอ กระทั่งยังสามารถได้รับการบรรจุชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศของสถาบันวิจัยวิทยาการคอมพิวเตอร์อีกด้วย
อนาคตไร้ขีดจำกัด
ไต้อวิ๋นหานคิดอย่างรู้สึกเสียดายเล็กน้อย ในเมื่อดูผิด ก็ไม่จำเป็นต้องสนใจอีกต่อไป “ไปกันเถอะครับ ประธานเจียง”
เจียงเฉินหานไม่ได้มองเซ่าเยว่อีก เดินตรงเข้าไปในห้องส่วนตัวทันที
เล็บของเซ่าเยว่ขูดไปบนแก้วกาแฟ
จนส่งเสียงไม่น่าฟัง
กู้อี้ชวนเคยไปเยือนที่บ้าน หลังได้ชิมอาหารที่เธอทำ ก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจเกินคำบรรยาย ป่าวประกาศว่าจะแต่งภรรยาที่มีฝีมือทำอาหารยอดเยี่ยมเหมือนเธอ
ตอนนั้นเจียงเฉินหานพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “แต่งกับแม่ครัว นายก็พอใจแล้วเหรอ”
การรักใครสักคน อาจทำให้เรากลายเป็นคนโง่จริง ๆ
ตอนนั้นเซ่าเยว่ไม่ได้คิดอะไร
ตอนนี้คิดดูแล้ว มันช่างไร้สาระและน่าขันสิ้นดี
สามปีที่ทุ่มเทไป กลับได้แค่สถานะแม่ครัวและแม่บ้าน นี่มันหมายความว่าอะไร?
จู่ ๆ เซ่าเยว่ก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอย่างรุนแรง เพราะรู้ตัวที่ช้าเกินไป ความเจ็บปวดนี้เหมือนเข็มที่ทิ่มแทงลงกลางหัวใจอย่างแนบแน่นไม่หยุดหย่อน
“ก๊อก ๆ”
รอจนเจียงเฉินหานเข้าไปในห้องส่วนตัวแล้ว สวี่หลินก็เดินมาหา ก่อนจะเคาะโต๊ะของเธอ
เซ่าเยว่หลุดจากภวังค์ แล้วเงยหน้าขึ้นมอง
สวี่หลินถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา สีหน้าไม่พอใจ “คุณมาทำอะไรที่นี่? ประธานเจียงเตือนคุณแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าไม่ให้ตามสืบความเคลื่อนไหวของเขาอีก?”
ก่อนหน้านี้คุณปู่เจียงล้มป่วย เซ่าเยว่ติดต่อเจียงเฉินหานไม่ได้ จำต้องติดต่อเลขาของเขา สุดท้ายถึงตามหาเขาเจอในผับ
เจียงเฉินหานเมามายไม่ได้สติ พอเธอเข้าไปพยุงเขา กลับถูกเขาโถมตัวล้มทับบนโซฟา แล้วจูบเธออย่างรุนแรง
เซ่าเยว่ทั้งประหลาดใจและดีใจ
เจียงเฉินหานเย็นชาต่อเธอเสมอ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเป็นฝ่ายจูบเธอก่อน...