ตอนที่ 6
บทที่ 6
October 31, 2026
เจียงเฉินหาน “เธอเก่งมากเลย”
เซี่ยอวิ๋นซูเห็นแววชื่นชมอย่างลึกซึ้งในดวงตาของเขา
ปฏิกิริยาแบบนี้อยู่ในความคาดหมายของเธอทั้งหมด
เจียงซื่อกรุปร่วมมือกับห้องทดลองของศาสตราจารย์ไต้ หากโปรเจกต์ของศาสตราจารย์ไต้ประสบความสำเร็จ เจียงซื่อกรุปก็ย่อมได้รับผลประโยชน์ตามไปด้วย
เซี่ยอวิ๋นซูกลับประเทศครั้งนี้ เธอตั้งใจจะเป็นบุคคลสำคัญในการพิชิตเทคโนโลยีหลัก เธอมั่นใจว่าตัวเองสามารถทำได้
ทุกวันนี้ไม่ใช่ยุคของสาวหวานใสซื่ออีกต่อไปแล้ว ไม่ใช่ว่าทำอาหารไม่กี่มื้อหรืออ้อนนิดอ้อนหน่อยก็จะสามารถมัดใจผู้ชายได้
ผู้หญิงต้องมีความสามารถ ผู้ชายถึงจะหันมามองเธอบ้าง
และเซี่ยอวิ๋นซูจะเป็นผู้หญิงที่มีความสามารถ
......
เซ่าเยว่ยุ่งอยู่ทั้งเช้า ระหว่างนั้นก็แวะไปชงกาแฟที่ห้องน้ำชา และหยิบติดมือมาเผื่อเพื่อนร่วมงานด้วยหนึ่งแก้ว
จู่ ๆ ก็ได้รับสายจากเลขาจาง
เธอเป็นเลขาของเจียงเฉินหาน
การติดต่อเพียงอย่างเดียวของเซ่าเยว่กับเธอ ก็คือถามเรื่องกำหนดการเดินทางของเจียงเฉินหาน
เซ่าเยว่ไม่อยากติดต่อใครที่เกี่ยวข้องกับเจียงเฉินหานเลย แต่เลขาจางเป็นสาวน้อยที่ใจดีมาก หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็รับสายของเธอ
“เซ่าเยว่ ตอนนี้เธอสบายดีไหม?” เสียงของเลขาจางเบามาก
“ฉันสบายดีมาก” เซ่าเยว่ไม่รู้ว่าเธอถามแบบนี้ทำไม
เสียงของเลขาจางเต็มไปด้วยความเป็นห่วง “ประธานเจียงเพิ่งพาผู้หญิงคนหนึ่งมาชมบริษัทเรา ฮือฮาสุด ๆ ผู้บริหารระดับสูงทุกคนต่างคิดว่าเธอคือว่าที่ภรรยาท่านประธาน...ฉันไม่รู้ว่าเธอรู้เรื่องนี้หรือเปล่า เลยบอกเธอไว้ก่อน ผู้หญิงคนนั้นชื่อเซี่ย...”
เสียงของเลขาจางหยุดลงกะทันหัน
จากนั้นก็มีเสียงเรียกเบา ๆ อย่างตกใจว่า “ผู้...ผู้ช่วยสวี่ ฉัน...”
เธอหลบอยู่ที่มุมทางเดิน ไม่คิดเลยว่าสวี่หลินจะเดินผ่านมาข้างหลัง!
สวี่หลินคว้าโทรศัพท์ของเลขาจางขึ้นมาดูแวบหนึ่ง แล้วขมวดคิ้วแน่น
“เธอมาถามกำหนดการเดินทางของประธานเจียงจากเธออีกแล้ว?”
เลขาจางเห็นประธานเจียงที่ยืนอยู่ข้างหลังสวี่หลิน พร้อมกับผู้หญิงคนนั้นที่ชื่อเซี่ยอวิ๋นซู ก็ตกใจจนช็อก พูดอะไรไม่ออก
สวี่หลินไม่รอคำตอบจากเลขาจาง รีบรายงานตามหน้าที่ทันทีว่า “ประธานเจียง เป็นเซ่าเยว่ครับ เธอตามสืบกำหนดการเดินทางของคุณอีกแล้ว”
สวี่หลินไม่ได้วางสาย เขาไม่กลัวว่าเซ่าเยว่จะได้ยิน
เซ่าเยว่ขมวดคิ้ว
เธอไม่สนใจคำกล่าวหาเสีย ๆ หาย ๆ ของสวี่หลิน ตั้งใจจะวางสาย แต่แล้วเสียงเย็นชาของเจียงเฉินหานก็ดังขึ้นมา “ไม่ต้องสนใจเธอ”
นี่คือท่าทีที่เจียงเฉินหานมีต่อเธอมาตลอด
เซ่าเยว่ไม่ได้แปลกใจแต่อย่างใด
แค่เขาไม่ถามความจริงให้กระจ่าง แล้วก็เข้าใจเธอผิดไปเอง
เซ่าเยว่ในอดีตจะต้องอธิบายให้ชัดเจนเสมอ เพราะเธอกลัวเจียงเฉินหานจะเข้าใจผิด และก็กลัวว่าเขาจะโกรธด้วย
แต่ในเมื่อหย่ากันแล้ว เธอก็ไม่จำเป็นต้องแคร์ความรู้สึกของเจียงเฉินหานอีกต่อไป และยิ่งไม่ต้องไปสืบข่าวคราวของเขากับเซี่ยอวิ๋นซู
แต่วินาทีต่อมา เป็นเสียงที่เย็นชายิ่งกว่าของเจียงเฉินหาน “พรุ่งนี้คุณไม่ต้องมาทำงานแล้ว!”
เซ่าเยว่ตะลึง เขาจะไล่เลขาจางออกเหรอ?
ใช่แล้ว หลังจากติดต่อกับเลขาจางครั้งแรก เจียงเฉินหานก็จะไล่เธอออก
เซ่าเยว่ได้ขอร้องหลายครั้ง เลขาจางจึงสามารถอยู่ที่เจียงซื่อกรุปต่อได้ แต่เขาเคยเตือนแล้วว่าห้ามมีครั้งหน้าอีก
ก็แน่ล่ะ ไม่มีครั้งหน้าอีกแล้ว
เจียงเฉินหานไม่เคยไว้หน้าตนเลย
“เฉินหาน ไม่จำเป็นต้องโกรธมากขนาดนี้เพราะเลขาคนเดียวหรอก”
นี่...คือเสียงของเซี่ยอวิ๋นซูสินะ
ให้ความรู้สึกอ่อนโยนมาก
เหมือนกับชื่อของเธอ
เซี่ยอวิ๋นซูพูดปลอบ “เอาอย่างนี้นะ อีกเดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวเอง นายหายโกรธดีไหม? ถือซะว่าเห็นแก่หน้าฉัน”
สองวินาทีต่อมา “โอเค”
น้ำเสียงของเจียงเฉินหานไม่หนักไม่เบา
ถ้าเทียบกับความเย็นชาของประโยคก่อนหน้า ตอนนี้อ่อนโยนขึ้นเยอะ