ตอนที่ 857
บทที่ 869 อาสะใภ้จะทิ้งพ่อเก็บลูก
October 22, 2026
หวังผิงเข้าไปอ้วกในห้องน้ำอยู่นาน ตอนที่ออกมาหน้าซีดไปหมด
เฮ่อเสี่ยวเหวินหันหน้าไปมองเขาอย่างเห็นใจ แล้วพูดกับพวกหนานซ่ง “เห็นแล้วยังล่ะ เป็นแบบนี้แหละ ตั้งแต่ที่ผลตรวจออกมา เขาก็เริ่มอ้วกไม่หยุด ทั้งเวียนหัวทั้งคลื่นไส้ ฉันคิดว่าเขาเป็นอะไร ก็เลยพาเขาไปตรวจที่โรงพยาบาล หมอบอกว่าเขาแพ้ท้องแทนภรรยา ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจ”
ลั่วอินหัวเราะน้องชาย “ผู้หญิงตั้งครรภ์ ผู้ชายไม่มีทางแพ้ท้อง เขาน่าจะมีความตึงเครียดวิตกกังวลทางจิตใจที่เกิดจากปัจจัยทางจิตวิทยา เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง ตอนที่ฉันท้องน้องเล็ก อ้วกหนักมาก อาซงก็อ้วกพร้อมกับฉัน บางครั้งอ้วกหนักกว่าฉันอีก ฉันคิดว่าดีซะอีก ให้พวกเขาได้รับรู้ถึงความยากลำบากของผู้หญิงบ้าง”
หวังผิงนั่งเม้มปากไม่พูดไม่จาอยู่ข้างเฮ่อเสี่ยวเหวิน เฮ่อเสี่ยวเหวินก็ไม่พูดอะไร แต่แววตาคู่นั้นเผยความในใจ: ฉันก็คิดว่าเป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
ยวี่จิ้นเหวินฟังจบดวงตาเป็นประกาย เขาบีบมือของหนานซ่ง “ถ้าอาการแพ้ท้องสามารถถ่ายโอนกันได้ก็ดีสิ พวกผู้ชายหนังหนา ทนทาน”
“ไม่ได้ ฉันไม่ทนทาน”
ไป๋ลู่ยวี๋ยกมือขึ้นแสดงความคิดเห็น
ทุกคนมองไปทางเขา ลั่วอินตบท้ายทอยของเขา แล้วพูดอย่างโมโห: “นายหาเมียให้ได้ก่อน ค่อยคิดถึงเรื่องทนทานไม่ทนทานเถอะ”
ไป๋ลู่ยวี๋: “...”
“เป็นโสดเพราะมีเหตุผล” หนานซ่งเหลือบมองไป๋ลู่ยวี๋ “พี่เล็ก พี่ต้องปรับปรุงความเป็นลูกผู้ชายของพี่หน่อย ไม่อย่างงั้นคงจะต้องใช้ชีวิตคนเดียวตลอดไป”
ไป๋ลู่ยวี๋ไม่อยากฟังแล้ว “พูดมั่ว พี่เล็กของเธออยู่ข้างนอกเป็นที่แย่งชิงของทุกคนเหอะ เพียงแต่ครอบครัวของเราเก่งเกินไป เก่งจนกลายเป็นอะไรไปแล้ว...”
เขาคับข้องใจ
แต่ละคนหล่อและดีเลิศขนาดนี้ไม่ว่า แถมยังเป็นพวกลุ่มหลงความรักอีก
ไป๋ลู่ยวี๋ถอนหายใจ เขากินอาหารหมามาตั้งแต่เด็ก หนานหนิงซงกับลั่วอินแสดงให้พวกเขาเห็นว่าการเป็น “คู่รัก” คืออะไร พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่ขยายความให้พวกเขาเห็นว่ารักแท้หน้าตาเป็นยังไง เวลาสั้น ๆ แต่วิจิตรตระการตา...เขายึดหลัก “ขาดดีกว่าเกิน” มาโดยตลอด เชื่อว่าความรักสุดท้ายก็ต้องเกิดขึ้น เพียงแต่อาหารอร่อย ก็ไม่กลัวว่าจะช้า
ด้านนอกฝนตก ทุกคนรวมตัวกันอยู่ในห้องเดียว ทำให้อากาศอบอ้าวมาก
ลั่วจวินหังและเหยียนยวนอยู่ในห้องยังไม่ออกมา หนานซ่งและคนอื่น ๆ ไม่กล้าไปรบกวน หนานซ่งพาเฮ่อเสี่ยวเหวินไปที่ห้องของตัวเอง สองเพื่อนสาวแอบคุยกัน
ไป๋ลู่ยวี๋หิวแล้ว เขาลงไปทานอาหารด้านล่าง
ยวี่จิ้นเหวินเล่นหมากรุกเป็นเพื่อนหนานหนิงซงอยู่ที่ข้างหน้าต่าง
ลั่วอินกลับดึงตัวหวังผิงไว้แล้วถามเขา “ต่อไปนายจะวางแผนยังไง? จะแต่งงานกับเสี่ยวเหวินเมื่อไหร่?”
หวังผิงพูดอย่างเรียบเฉย “ไม่รีบร้อน”
“ยังไม่รีบร้อนอีก?” ลั่วอินรู้สึกว่า “ฮ่องเต้ไม่รีบร้อนขันทีร้อนใจจนตาย” เธอถลึงตามองเขา “ลูกก็มีแล้ว นายอยากจะท้องก่อนแต่งเหรอ?”
ถึงแม้หวังผิงกับเฮ่อเสี่ยวเหวินจะเคยแต่งงานกันมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ตอนนี้เด็กในท้องของเสี่ยวเหวินคือลูกของหลานอวี้...แค่ก ๆ คนที่เข้าใจก็คงเข้าใจ
หวังผิงมองดูลั่วอิน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มแฝงไปด้วยความอ่อนโยน
“พี่ ผมไม่อยากให้เฮ่อเสี่ยวเหวินคิดว่า เป็นเพราะเด็กในท้องของเธอถึงได้แต่งงานกับเธอ ผมอยากแต่งงานกับเธอ เป็นเพราะเธอมีค่า”
ลั่วอินเข้าใจความหมายของเขา “นายคิดว่า ขาดช่วงเวลาที่เหมาะสม? หรือว่านายคิดว่าความรักของพวกนายยังไม่มั่นคง?”
“ทั้งสอง”
หวังผิงหยุดนิ่ง เม้มปาก จากนั้นก็พูดขึ้น “ตอนนี้เธอยุ่งมาก ยุ่งจนไม่มีเวลาให้ผม ผมรู้สึกว่าในใจของเธอ ผมไม่ได้สำคัญขนาดนั้น”
“???”
เขาพูดออกมาประโยคเดียว ไม่ใช่แค่ลั่วอิน แม้แต่หนานหนิงซงและยวี่จิ้นเหวินที่กำลังเดินหมากอยู่ก็มองไปทางหวังผิง
ลั่วอินนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็พูดขึ้น: “น้องชาย นี่นายตกหลุมรักแล้ว! เริ่มเป็นทุกข์เป็นร้อนในผลเสียของตัวเอง ยังกับสามีขี้น้อยใจ”