ตอนที่ 829
บทที่841 บ้านเรามันไม่ปกติ
October 22, 2026
ซ่งตงเซิงเบิกตากว้าง มองซ่งซีด้วยความเหลือเชื่อ
ซ่งซีมองดวงตาเรียวรีของเขา เธอไม่แม้แต่จะใจอ่อน กำมีดในมือแน่นแล้วแทงลงไปบนตำแหน่งหัวใจของเขาพอดี จึงหมุนด้ามมีด ส่งซ่งตงเซิงเดินทางกลับไปยังปรโลก
เธอดึงมีดออกมา เลือดของซ่งตงเซิงกระเซ็นมาโดนใบหน้าของซ่งซี
เลือดสีสดที่เปรอะเปื้อนอยู่บนใบหน้าของเธอ ทำให้รอยแผลเป็นยาวนั้นดูน่ากลัวเพิ่มขึ้น เหมือนมีดอกฝิ่นผลิบานอยู่บนใบหน้าขาวซีดของเธอ
"กรี๊ด-"
ซูต๋าเหม่ยหวีดร้องออกมาเสียงดัง เธอรีบตะเกียกตะกายไปหาซ่งตงเซิงก็สัมผัสได้ว่ามือนั้นอาบย้อมไปด้วยเลือด
เลือดค่อย ๆ ไหลออกมาจากปากของซ่งตงเซิง เขานอนเสียชีวิตอยู่ตรงตำแหน่งนี้ และศพของเขายังคงเบิกตากว้าง
มือของซูต๋าเหม่ยสั่นระรัว ร่างกายของเธอก็สั่นไม่หยุดเหมือนกัน เธอตะโกนถาม: "ทำไม! ตกลงแกเป็นตัวอะไรกันแน่!"
คนด้านนอกกำลังส่งสัญญาณให้กับเธอ ซ่งซีรู้ว่าเธอจะมามัวเสียเวลาไม่ได้ เธอรีบหยิบตลับน้ำหมึกพิมพ์ลายมือกับเครื่องอ่านลายนิ้วมือออกมา แล้วปั๊มลายนิ้วมือของซ่งตงเซิงเอาไว้ เมื่อได้ยินซูต๋าเหม่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอหันไปสบตากับดวงตาแดงก่ำ ซ่งซีมองเธอ จากนั้นก็หัวเราะออกมา
"แม่ อันนี้คงต้องถามแม่แล้วแหละ"
ซ่งซีเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาวางเปล่าของเธอเหมือนกับซ่งตงเซิงไม่มีผิด "เป็นแม่ กับเขา ที่เลี้ยงหนูให้เป็นแบบนี้ หนูไม่ฆ่าเขา เขาก็ฆ่าหนู อย่างนั้นหนูก็ทำได้แค่ชิงลงมือก่อน บนโลกใบนี้คนที่อ่อนแอกว่าก็ต้องกลายเป็นเหยื่อของผู้ที่แข็งแกร่งกว่า เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตอนนั้นแม่ฆ่าตาของหนู ส่วนปู่ของหนู ซ่งตงเซิงก็เป็นคนถอดสายออกซิเจนเองกับมือ เพราะฉะนั้น แม่ก็ดูให้ดี หนูทำตามพ่อกับแม่หมดเลยนะ แถมดินบนเส้นทางเดียวกันกับพ่อแม่ในตอนนั้นด้วย ครอบครัวของเราน่ะ ไม่มีใครปกติหรอก พวกคุณมันพวกโรคจิต ส่วนหนูก็คือสัตว์ร้าย อย่ามาเหยียดกันเองเลย......"
ระหว่างที่พูด ซ่งซีเองก็รู้สึกว่ามันน่าขำ เธอจึงหัวเราะออกมาเบา ๆ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นแล้วหัวเราะออกมาเสียงดัง
เธอถือมีดที่เปื้อนเลือดเอาไว้แล้วหนีไป ส่วนซูต๋าเหม่ยก็ย้อนคิดไปถึงภาพตอนที่ตัวเองกำลังฆ่าพ่อของตัวเอง
ศีรษะของเธอปวดจนแทบจะระเบิด กลิ่นคาวเลือดคลุ้งเข้าไปในจมูกของเธอ แล้วเธอก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้หญิงที่อยู่ด้านนอก
เธอกุมศีรษะของตัวเอง แต่ตัวก็ยังคงสั่นไม่หยุด
ในตอนที่หนานซ่งและคนอื่น ๆ พาตำรวจเข้ามาภายในสำนักชี ก็ได้ยินเสียงหวีดร้องอย่างเจ็บปวดดังออกมาจากภายในห้อง
"เวรกรรม ทั้งหมดนี้ก็คือเวรกรรม-!"
ตำรวจรีบเข้ามาล้อมสำนักชีเอาไว้ในทันที ในตอนที่บุกเข้าไปด้านใน ก็เห็นศพของซ่งตงเซิงที่นอนเบิกตากว้างอยู่บนพื้น และซูต๋าเหม่ยที่หวีดร้องเสียงแหลมออกมาไม่หยุด ตัวของเธอยังคงสวมชุดขาว สภาพของเธอดูน่าสงสาร ในตอนที่เห็นหนานซ่ง อยู่ ๆ เธอก็นิ่งไปในทันที
ซูต๋าเหม่ยมองหนานซ่งอึ้ง ๆ แล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ๆ เธอทีละก้าว ๆ
ยวี่จิ้นเหวินเอาตัวเองมาบังไว้ตัวหนานซ่งไว้ ซูต๋าเหม่ยยื่นนิ้วชี้มาทางหนานซ่ง ดวงตาของเธอบวมเป่ง แล้ววิ่งเข้ามาหาเธอ
"ลั่วอิน เป็นแก! ในที่สุดแกก็ยอมปรากฏตัวสักที! แกนั่นแหละที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ แกนั่นแหละที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้-!"
ตำรวจเข้าไปสกัดซูต๋าเหม่ยเอาไว้ แล้วกดตัวเธอให้คุกเข่าลง พร้อมใส่กุญแจมือเธอ "อยู่นิ่ง ๆ !"
"ฉันไม่ใช่ลั่วอิน"
ซูต๋าเหม่ยได้ยินเสียงนั้น เสียงตะโกนของเธอก็เงียบลง เธอรีบเงยหน้าขึ้นมาในทันที แล้วจ้องไปที่ดวงตาที่เหมือนกับลั่วอินของหนานซ่ง แล้วฟังเธอพูด:
"ฉันคือลูกสาวของลั่วอิน หนานซ่ง"
สำนักข่าวของเมืองกั่งเมื่อได้ยินข่าวก็รีบรุดมาในทันที จากนั้นก็ล้อมสำนักชีเอาไว้จนแน่นขนัด พวกเขาเห็นว่าบรรดาแม่ชีต่างก็สวมชุดขาวแต่ที่ขาของพวกเธอนั้นกลับสวมถุงน่องสีดำอยู่ด้วย ผมสีดำขลับปล่อยให้ยาวสลวยอยู่ทางด้านหลัง ภาพสุดแปลกตรงหน้าทำให้พวกเขาตกตะลึง แล้วรีบถ่ายภาพกันอย่างบ้าคลั่ง
ที่แท้สำนักชีแห่งนี้ ก็ไม่ได้มีแม่ชีอาศัยอยู่ แต่กลับไปสาวบำเรอกามที่อยู่ในชุดแม่ชีต่างหาก!
ศพของซ่งตงเซิงเองก็ถูกยกออกไป
เพียงแต่ฆาตกรนั้นหนีไปแล้ว
ตำรวจตรวจสอบสำนักชีทุกซอกทุกมุม แต่ก็หาซ่งซีไม่เจอ ดูเหมือนว่าเธอนั้นจะไหวตัวทัน แล้วก็หนีไปแล้ว
พวกเขาคว้าน้ำเหลวอีกครั้ง ส่วนผู้ร้ายที่มีคดีจำนวนมากติดตัวอย่างซ่งซี ก็ได้ก่อคดีเพิ่มอีกหนึ่งคดี