ตอนที่ 144
บทที่ 144 ลู่หานถิงมองเห็นเซี่ยซีหวั่นกับลู่จื่อเซี่ยนแล้ว
October 22, 2026
พอได้ยินลู่จื่อเซี่ยนเอ่ยชื่อ “เซี่ยซีหวั่น” ลู่อินอินก็ตกใจ “จื่อเซี่ยน หลานรู้จักเซี่ยซีหวั่นเหรอ ใช่ ผู้หญิงที่มีพรสวรรค์คนนี้ก็คือเซี่ยซีหวั่น ป้าก็อยากจะแนะนำให้หลานได้รู้จัก”
“คุณป้า ผมจะไปเดี๋ยวนี้ครับ!” ลู่จื่อเซี่ยนวางสายไปทันที
เด็กคนนี้!
ลู่อินอินเก็บโทรศัพท์มือถือ ในใจรู้สึกสงสัยเล็กน้อย หรือว่าจื่อเซี่ยนกับซีหวั่นจะรู้จักกันมาก่อน
เมื่อครู่จื่อเซี่ยนยังบอกว่าจะไม่มา แต่พอได้ยินชื่อของเซี่ยซีหวั่นก็เปลี่ยนใจทันที แถมยังรีบร้อนมาที่นี่ด้วย นี่ดูเหมือนจะแสดงถึงอะไรบางอย่าง
……
เซี่ยซีหวั่นถือแก้วไวน์เอาหนึ่งใบ จิบไวน์หนึ่งอึก เวลานี้เองเซี่ยเหยียนเหยียนก็เดินมาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ถามด้วยเสียงเบาๆว่า “หวั่นหวั่น เธอไปรู้จักกับท่านอธิการบดีได้ยังไง เธอมีเรื่องอะไรปิดบังฉันอยู่หรือเปล่า”
เซี่ยซีหวั่นรู้ว่าตอนนี้ในใจเซี่ยเหยียนเหยียนทุรนทุรายร้อนรุ่มเหมือนถูกไฟสุมทรวง เพราะเรื่องวุฒิการศึกษาและการเรียนแพทย์เป็นสิ่งที่เซี่ยเหยียนเหยียนภาคภูมิใจ และก็เป็นความสำเร็จในชีวิตของเธอ พอความภาคภูมิใจนี้หายไป เช่นนั้นเธอไร้ค่าแล้ว
“เซี่ยเหยียนเหยียน สิ่งที่เธอรักมากที่สุดคืออะไร ใช้ช่วงเวลานี้ให้เต็มที่เถอะ เพราะฉันจะแย่งสิ่งที่เธอรักมาทีละอย่าง จะให้เธอได้ลิ้มรสชาติของการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างและการถูกทอดทิ้งเมินเฉยจากโลกใบนี้แบบที่ฉันโดนเมื่อสิบปีก่อน”
หัวใจของเซี่ยเหยียนเหยียนดิ่งวูบลงไปไม่หยุด เซี่ยซีหวั่นรู้จักอธิการบดี เธอคิดว่านี่เป็นแค่จุดเริ่มต้น ยังมีเรื่องที่น่ากลัวยิ่งกว่านี้ในภายหลัง
เซี่ยเหยียนเหยียนกำหมัดแน่น “หวั่นหวั่น งั้นพวกเราจะได้เห็นดีกัน!”
เวลานี้เองลู่อินอินร้องเรียกที่ด้านข้างว่า “ซีหวั่น เธอมานี่หน่อย”
ลู่อินอินกำลังเรียกเธอแล้ว เซี่ยซีหวั่นวางแก้วไวน์ลงอย่างรวดเร็ว เธอมองเซี่ยเหยียนเหยียนด้วยสายตารู้สึกผิด “ขอโทษด้วยนะ ฉันต้องไปก่อนแล้ว”
เซี่ยซีหวั่นเดินมาข้างๆลู่อินอิน ลู่อินอินจูงมือเล็กๆของเธอออกไป
เซี่ยเหยียนเหยียนมองไปทางที่ทั้งสองคนเดินหายลับไป ในใจก็อิจฉาจนแทบกระอักเลือด เมื่อครู่ลู่อินอินไม่ได้เหลียวมองเธอเลย ในสายตาเธอมีแต่เซี่ยซีหวั่น!
ปกติแล้วเซี่ยเหยียนเหยียนเกลียดความรู้สึกที่ถูกเมินเฉยไม่ให้ความสำคัญแบบนี้ เหมือนกับเมื่อหลายปีก่อนเธออยู่ข้างหลังเซี่ยซีหวั่นกับเย่หลิง เรียกว่าเธออาศัยใบไม้สีเขียวทำตัวกลมกลืนไป ไม่ต้องพูดถึงความรู้สึกที่เหมือนไม่มีตัวตน แล้วยังถูกซุบซิบหัวเราะเยาะว่าเป็นผู้ติดตามที่โง่เง่าอะไรพวกนั้นอีก
……
เซี่ยซีหวั่นเดินไปกับลู่อินอินแล้ว เธอถามอย่างสงสัยว่า “ท่านอธิการบดีคะ จะพาฉันไปไหนเหรอคะ ไปพบคนสำคัญคนนั้นเหรอคะ”
ลู่อินอินพยักหน้า “ใช่แล้วซีหวั่น ตอนนี้ฉันจะแนะนำคนคนนี้ให้เธอรู้จัก! ดูสิ เขามาแล้ว!”
เซี่ยซีหวั่นเงยหน้าขึ้นมา ในสายตามองเห็นร่างสูงใหญ่ที่หล่อเหลา ลู่จื่อเซี่ยนมาแล้ว
ลู่จื่อเซี่ยนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ท่าทางดูสะอาดสะอ้านเย็นชา ในมือเขายังถือเสื้อคลุมเบสบอลสีดำ เขาเพิ่งมาจากข้างนอก ไม่นาน เขาก็หยุดฝีเท้าลง
ดวงตาทั้งสองคู่สบกัน ขนตางอนยาวของเซี่ยซีหวั่นกะพริบขึ้นลง เธอคิดไม่ถึงว่าคนสำคัญที่ท่านอธิการบดีบอกด้วยท่าทางมีลับลมคมในจะเป็นเขา
แน่นอนว่าลู่จื่อเซี่ยนมองแวบแรกก็เห็นเซี่ยซีหวั่นที่อยู่ข้างหน้าแล้ว หญิงสาวผู้งดงามยืนอยู่ภายใต้แสงไฟ ดวงตาสดใสแฝงด้วยความสงสัยมองมาที่เขา
สองปีก่อนเธอไปที่เมืองตี้ดู เด็กสาวที่อายุยังไม่ถึง18อ่อนเยาว์อย่างยิ่ง แต่ก็ยากที่จะซ่อนร่างบอบบางที่งดงามนั้นเอาไว้ได้ลู่จื่อเซี่ยนยังจำได้ว่าวันนั้นเธอสวมเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนส์ เป็นเด็กสาววัยรุ่นที่สดใสน่ารัก
เขาและเธอช่วยรักษาผู้ป่วยคนหนึ่งที่เลือดออกอาการสาหัสบนถนนของเมืองตี้ดู นิ้วมือเรียวยาวของเธอเคยสอดประสานเข้าไปในปลายนิ้วที่เรียวยาวของเขา กดที่หัวใจของผู้ป่วยเพื่อทำเอ็กซ์เรย์ทรวงอก