ตอนที่ 1597
บทที่ 1597 สาวใช้ของคุณชายเย่ 1437
October 28, 2026
" รอเดี๋ยว! " ทันใดนั้นก็มีชายแปลกหน้าคนหนึ่งวิ่งพุ่งออกมา เขากระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูของผู้กำกับหวู และสีหน้าของผู้กำกับหวูก็ดูเบาใจลง " งั้นหยุดก่อน ไม่ต้องดื่มน้ำผลไม้รสนี้แล้ว เปลี่ยนเป็นรสแอปเปิลก็แล้วกัน "
บนตึกสูงที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ชายผู้เคร่งครึ้มคนหนึ่งได้วางกล้องส่องทางไกลลง เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้วแน่น มือทั้งสองข้างออกแรงกำราวจับจนเห็นเส้นเลือดบนมือ
เย่ป๋อถอนหายใจ สุดท้ายคุณชายก็ไม่อยากให้ติงยียีต้องทนทุกข์ทรมานเกินไป ถ้าไม่อย่างงั้นเพียงแค่เธอดื่มน้ำผลไม้รสนั้นเข้า ก็คงบรรลุเป้าหมายที่ต้องการในตอนแรกไปแล้ว
ณ ฉากถ่ายทำ ติงยียีได้ถ่ายฉากดื่มน้ำผลไม้ด้วยความราบรื่นจนเสร็จสิ้น แต่ก็ต้องกลับมากระโดดฉากที่เธอกลัวความสูงนั้นอีกครั้ง เธอกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก แต่ก็เห็นชายแปลกหน้าคนนั้นเดินเข้ามา " ผู้จัดการใหญ่บอกว่า ถ้าวันนี้ก่อนห้าโมงเย็นยังถ่ายทำไม่เสร็จ ทุกอย่างจะถือว่าผิดสัญญาที่ให้ทำเอาไว้ "
" ห้าโมงเย็นเนี่ยนะ! " ชิวไป๋ตะโกนออกมา เธอแอบรู้สึกว่าเรื่องมันชักไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว ไม่มีทางที่ติงยียีจะสามารถถ่ายงานเสร็จได้ภายในห้าโมงเย็นแน่นอน แต่พอนึกถึงเงินค่าปรับนั้นก็ทำเอาเธอร้อนโดนแทบบ้า
เมื่อถึงห้าโมงเย็น ติงยียีขาอ่อนจนต้องคุกเข่าลงบนพื้น ใบหน้าเธอขาวซีด สีหน้าดูไร้ซึ่งความรู้สึก ผู้กำกับหวูถอนหายใจส่ายหน้าและเดินจากไป ก็ถือว่าละครฉากนี้ได้จบลงแล้ว เย่เนี่ยนโม่ก็ได้ผลลัพธ์ตามที่เขาต้องการเช่นกัน แต่วิธีการนี้กลับทำให้คนรู้สึกว่ามันแข่งก้าวและรุนแรงไปหน่อย
" ยียี! " ชิวไป๋รู้ว่าเรื่องนี้ชักไม่ค่อยดีแน่ จึงพูดโทษตัวเองขึ้นมา " ขอโทษนะยียี มันเป็นความผิดของฉันทั้งหมด ถ้าฉันถามพวกเขาให้ละเอียดกว่านี้ว่าถ่ายทำอะไร เธอก็คงจะไม่ต้องเป็นแบบนี้"
ติงยียีพยายามฝืนยิ้ม " ไม่เป็นไรหรอก ฉันกลับไปทำงานที่ฝรั่งเศสก็ได้ แล้วก็เอามารวมกับเงินสะสมของฉัน ก็คงคืนได้ทีละนิดทีละหน่อย "
ชิวไป๋เห็นท่าทีที่ฝืนทำตัวเข้มแข็งของเธอ ก็ไม่รู้จะบอกเธอยังไงว่าเธอจะต้องชดใช้ค่าปรับอีกกี่สิบล้าน ตอนแรกเธอรู้สึกว่าไม่มีทางที่มันจะไม่สำเร็จ ก็เลยตอบตกลงไป แต่ไม่นึกเลยว่าเธอจะอวดดีไปหน่อย
" ทั้งหมดเป็นเพราะฉัน ฉันผิดเองทั้งหมด! " ชิวไป๋ลงไปนั่งคุกเข่าเป็นเพื่อนติงยียี ขณะที่เธอโทษตัวเองไปด้วยก็คิดว่าจะช่วยติงยียีคืนเงินก้อนนี้ยังไง
จากนั้นก็มีรถเก๋งคันหนึ่งขับผ่านข้างๆ พวกเธอไป เย่ป๋อลงมาจากรถด้วยท่าทีนิ่งเฉย " คุณยียี เชิญครับ "
ติงยียีมองหน้าเขาด้วยความงุนงง เพียงแวบเดียวชิวไป๋ก็เข้าใจถึงเรื่องทั้งหมด " ที่แท้ก็เป็นแผนของพวกคุณนี่เอง! "
เย่ป๋อมองเธอด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ความเงียบถือเป็นการยืนยันทุกอย่าง พวกเขาได้ใช้ความมั่นใจของตัวเองที่เป็นจุดอ่อนของชิวไป๋มาวางแผนการนี้ มีเพียงชิวไป๋เท่านั้นที่จะทำให้ติงยียีโดดเข้ามาในเกมนี้โดยที่ไม่คิดจะระวังตัว
" พวกคุณมันหน้าไม่อาย " ชิวไป๋ปากสั่นเครือ ภายในใจของเธอก็เอาแต่โทษตัวเองไม่หยุด ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะเธอ
มือของเธอถูกใครบางคนกุมไว้เบาๆ เธอจึงหลุดจากภวังค์และหันไปมอง ก็พบรอยยิ้มที่อ่อนโยนของติงยียีส่งมาให้เธอ จากนั้นก็หันไปมองเย่ป๋อด้วยใบหน้านิ่งเฉย " ถ้างั้นก็สรุปได้ว่าฉันติดหนี้เย่เนี่ยนโม่หลายสิบล้านใช่ไหม? "
เย่ป๋อมองเธอที่ดูนิ่งสงบผิดปกติ จากนั้นก็พยักหน้า " ใช่ครับ "
" บอกประธานาเย่ว่าฉันคืนไม่ไหวหรอก ฉันขอติดคุกแทน " ติงยียีตอบนิ่งๆ สายตาของเธอมองผ่านเย่ป๋อไป จากนั้นก็มองไปยังตรงอื่น เพราะเธอไม่อยากให้ใครเห็นถึงความกลัวในแววตาของเธอ
เย่ป๋อถอนหายใจด้วยความแผ่วเบา ไม่ผิดกับที่คุณชายพูดเอาไว้จริงๆ ด้วย ติงยียีต้องยอมเข้าคุกเพื่อชดใช้เงินและจะไม่ยอมอยู่ข้างเขาแต่โดยดี " คุณยียี ถ้าคุณติดคุก คุณพ่อของคุณและญาติคนอื่นก็จะถูกคนติฉินนินทาได้นะครับ "
ติงยียีชะงัก ชิวไป๋กัดฟันกรอด " ความรักที่ใช้การบังคับไม่มีทางที่จะยืนยาวได้หรอกนะ! "
เย่ป๋อมองเธอด้วยแววตาโศกเศร้า อยากจะพูดอะไรก็ไม่สามารถพูดออกมาได้ ผ่านไปพักใหญ่ติงยียีก็ปล่อยมือจากชิวไป๋ด้วยสีหน้าหมดหวัง " ไปเถอะ "
ทันใดนั้นบนรถก็มีคนลงมาเปิดประตูอย่างรวดเร็ว สุดท้ายติงยียีก็หันกลับไปมองชิวไป๋ จากนั้นก็ตัดสินใจเบือนหน้าและขึ้นไปนั่งบนรถ
เย่ป๋อก้มลงมองนาฬิกาข้อมือด้วยความเคร่งขรึม เขาเดินไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว มือซ้ายยื่นออกไปข้างหน้าเล็กน้อย เหมือนอยากจะพยายามจับมือของชิวไป๋เอาไว้
เธอส่ายหน้า " ฉันคิดมาโดยตลอดว่าอายุจะทำให้ภาวะอารมณ์ของคนทั้งสอง มุมมองในเรื่องต่างๆ ก็ไม่เหมือนกัน ตอนนี้ฉันถึงเพิ่งจะรู้ว่าที่จริงแล้วความคิดของคนต่างหากที่เป็นช่องว่างที่น่ากลัวที่สุด "
" เสี่ยวชิว ผมจำเป็นต้องทำตามคำสั่งของคุณชาย " เย่ป๋อพูดด้วยน้ำเสียงที่เชื่องช้า เหมือนคนในวัยชราที่ใกล้จะตายเต็มที เขาไม่มีทางที่จะใช้คำพูดฝืนใจเพื่อให้เธอดีใจได้
ชิวไป๋ถลึงตามองเขา " น่ารังเกียจ! " เธอมองรถเก๋งด้วยความรู้สึกผิดในใจก็คิดเอาไว้แล้วว่าจะไปหาใครเพื่อขอความช่วยเหลือ ดังนั้นเธอก็เดินจากไปด้วยความตั้งมั่น
ติงยียีกับเย่ป๋อเงียบใส่กันตลอดทาง ต่างฝ่ายต่างมีเรื่องในใจ เมื่อถึงประตูใหญ่ของตระกูลเย่ ติงยียีก็พูดขึ้นมาว่า " คุณไปหาชิวไป๋เถอะ เธอเป็นคนดื้อดึงมาก ถ้าคุณไม่ไปหาเธอ คุณก็จะเสียเธอไปจริงๆนะ "
คำพูดของเธอทำให้เย่ป๋อกำกระเป๋าเอกสารแน่น เขารู้ว่าสิ่งที่เธอพูดมันถูก แต่เขาก็พูดออกมาอย่างชัดเจนว่า " คุณชายได้กำชับให้ผมต้องส่งคุณถึงตระกูลเย่อย่างปลอดภัย "
ติงยียีหัวเราะออกมา " แต่ความรักมีครั้งเดียวนะเย่ป๋อ วางใจเถอะ ฉันเชื่อว่าทุกที่จะมีคนคอยจับตาดูฉันอยู่แล้วถูกไหม? "
เย่ป๋อเงียบไป สักพักใหญ่เขาก็ดูเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ " คุณยียี ขอบคุณนะครับ! "
" ไปเถอะ " ติงยียีหุบยิ้มแล้วหันไปเผชิญหน้ากับคฤหาสน์หลังใหญ่นอกหน้าต่างที่ดูคุ้นเคยแต่ก็ดูห่างเหินแปลกหน้า
เย่ป๋อรีบลงจากรถ จากนั้นก็กำชับบอดี้การ์ดให้คุ้มกันติงยียีให้ดี จากนั้นก็รีบจากไป ติงยียีลงจากรถ ใบหน้าของเธอยังคงถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอาง และสีหน้าก็ดูนิ่งเฉย
ตระกูลเย่ไม่ได้ดูเปลี่ยนไปเลย แม้กระทั่งพื้นหญ้าก็ดูเหมือนไม่เคยเติบโตสูงใหญ่หรือแก่ตายมาก่อน เธอยืนอยู่หน้าประตูใหญ่นิ่งๆ ชายชุดดำที่ตามมาก็ไม่ได้เร่งเร้าเธอ แค่ยืนข้างเธออยู่แบบนั้น