ตอนที่ 1717
บทที่ 1717 แม่บ้านของคุณชายเย่ 1557
October 28, 2026
เธอค่อยๆ เดินไปข้างหน้า มีเสียงจังหวะดนตรีดังขึ้นมา คนรับใช้และคุณหมอที่ยืนอยู่อีกด้านต่างก็ตีสิ่งของที่สามารถหาได้ในตอนนั้นเพื่อฮัมเพลงแต่งงาน
ติงยียีสวมใส่ชุดแต่งงานที่ขาดๆ เดินไปที่ตรงหน้าของเขา ท่าทางดูเคร่งขรึม “คุณเย่ชูหวิน”
เขายิ้มตอบ ดวงตาของเขามองตามเสียงของเธอไป แต่ข้างในมีความว่างเปล่า
“ฉันยินดีที่จะแต่งงานกับคุณเย่ชูหวิน เป็นภรรยาของเขา ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข จะรวยหรือจน จะแข็งแรงหรือจะป่วย ฉันก็จะซื่อสัตย์ต่อเขาตลอดไป แล้วคุณเย่ชูหวินล่ะ คุณยินดีที่จะรับคุณยียีเป็นภรรยาหรือไม่?”
เธอมองดูเขาด้วยสายตาที่เจ้าเล่ห์ แต่ดวงตาของเธอยังมีความตึงเครียดแอบแฝงอยู่ เธอกำหมัดตัวเองแน่นขึ้น กำกล่องที่อยู่ในฝ่ามือแน่นขึ้นจนมุมของกล่องทำให้เธอเจ็บปวด
“ได้แต่งงานกับคุณคือสิ่งที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของผม”
ไม่น่าจะเป็นอะไรหรอก การแต่งงานแบบนี้ไม่มีผลทางกฎหมายใดๆ เขาและเธอไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน หลังจากที่เขาจากไปเธอยังสามารถไล่ตามความรักของเธอได้ ดังนั้นขอให้เขามีความสุขกับความอ่อนโยนของเธอเป็นครั้งสุดท้ายแล้วกัน
ติงยียียิ้มอย่างมีความสุข เธอเดินไปตรงหน้าของแล้วเอากล่องออกมา “คิดไม่ถึงใช่ไหม ฉันเอาแหวนของพวกเรามาด้วย”
เสียงของเธอฟังดูใกล้ชิดแต่ก็ดูห่างเหิน เม็ดเหงื่อบนหน้าผากของเย่ชูหวินเยอะขึ้นเรื่อยๆ เขาใช้ความพยายามเพื่อมองกล่องแหวนตรงหน้าเขาด้วยดวงตาคู่ที่พร่ามัว ติงยียียื่นมือของเธอออกไปและรอเขาเอาแหวนวงนั้นขึ้นมาสวมให้เธออย่างเงียบๆ
ดวงตาของเย่ชูหวินเบลอมาก กล่องไม้ที่อยู่ข้างหน้าเขากำลังขยับไปมา และเขาก็ยื่นมือออกไปอย่างสั่นๆ แต่ก็คว้าได้แค่กล่องที่ว่างเปล่า เขาทำได้แค่หรี่ตาและเพ่งเล็งใหม่อีกครั้ง
กว่าจะเอาแหวนวงนั้นมาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย หัวของเขาก็ปวดเหมือนจะระเบิดแล้ว ไม่ใช่แค่หัวเท่านั้น กระดูกในร่างกายก็เหมือนจะแตกสลาย
ในที่สุดเขาก็ได้กุมมือของติงยียีไว้ เขาส่ายหัวและยื่นมือออกไปช้าๆ ปลายนิ้วของเธอสั่นเล็กน้อยในความหนาวเย็น แหวนเพิ่งสวมเข้าไปได้ไม่กี่นาที จากนั้นก็ถูกถอดออกตามท่าทีของเย่ชูหวิน
“ชูหวิน”
แหวนตกลงไปที่พื้นและเกิดเสียงดังขึ้น พยาบาลและหมอที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็รีบวิ่งมาทางพวกเขาอย่างวุ่นวาย
เย่ชูหวินล้มลงกับพื้น ถึงแม้จะปวดมากแต่ตาของเขากลับมองเห็นได้อย่างชัดเจน เขาเห็นแหวนที่ตกอยู่บนพื้น และมองเห็นใบหน้าของติงยียีที่เต็มไปด้วยน้ำตา
เขาอยากจะพูด อยากบอกกับเธอว่าเขาไม่เป็นอะไร รูม่านตาขยายออกทันทีหลังจากที่มีเงาคนใกล้เข้ามาด้านหลังเธอ
อ้าวเสว่เดินเข้ามาหาเขาช้าๆ ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของชัยชนะ แล้วก็ค่อยๆ หันไปทางติงยียี สายตาเหมือนกับตอนเห็นเหยื่อที่กำลังจะได้มาอยู่ในกำมือ
รูม่านตาของเขาหดเล็กลง พลังอันน่าทึ่งก็ระเบิดออกมา เขากำลังจะลุกขึ้นหลังจากพยายาม มีความเชื่อเดียวในหัวใจของเขาเท่านั้น นั่นก็คือผู้หญิงคนนี้ต้องตาย
เขาพยายามลุกขึ้น เขานึกว่าตนเองทำได้เร็วมาก แต่ในสายตาของคนอื่นก็เหมือนเขากำลังดิ้นรนอย่างไร้ประโยชน์ ติงยียีร้องไห้แล้ววิ่งมาทางเขาและถามอย่างตัวสั่นเทา “คุณอยากได้อะไรเดี๋ยวฉันไปหยิบให้”
หมอโอบแขนของเขาและรีบพูดว่า “โทร 120 เดี๋ยวนี้ อาการของเขาอันตรายมาก และอุปกรณ์ส่วนใหญ่ของเราไม่เพียงพอ”
คนใช้รีบร้อนวิ่งไปโทรศัพท์ เย่ชูหวินจ้องอ้าวเสี่ยอย่างไม่ละสายตา เขาห่างจากเธอแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น อีกแค่เอื้อมมือเดียวเขาก็สามารถจับเธอได้แล้ว จากนั้นก็พาเธอไปที่หน้าผา แต่ตอนนี้เขากลับทำอะไรไม่ได้
อ้าวเสว่มองดูเขาอย่างเย็นชา จนกระทั่งเสียงบีบหัวใจของติงยียีดังขึ้น
คนบางคนอยากตาย เพราะไม่มีเงิน เพราะอกหัก เพราะไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ คนบางคนมีเงิน กำลังจะมีความสุขในอนาคต แต่กลับต้องตาย โชดชะตาที่เลวร้ายนี้ช่างไม่มีความยุติธรรมกับคนทุกคนเลย
โรงพยาบาลในรัสเซียมีความโดดเด่นมาก อาคารสูงตระหง่านและสวยงามทำให้ยากต่อการคิดว่านี่คือโรงพยาบาลจริงๆ ผู้คนที่มาและจากไปต่างพูดคุยกันเงียบๆ ต่างก็ไม่อยากรบกวนผู้อื่น
ติงยียีกำลังนั่งอยู่บนทางเดินในสวน หัวใจของเธอว่างเปล่าจนหายใจไม่ออก เธอไม่ได้เฝ้าอยู่นอกประตูห้องผ่าตัด เธอแค่นั่งเฉยๆ โดยไม่คิดอะไร
เด็กหญิงชาวรัสเซียตัวเล็กๆ กำลังถือกระปุกออมสินของเธอโดยมีผ้าก๊อซพันรอบศีรษะ กระปุกออมสินตกลงไปที่พื้น และเสียงกระจกแตกก็ดังมาก
หัวใจของติงยียีสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงตามกระปุกออมสินที่แตก เสียงร้องของเด็กก็ดังเข้ามาในหูของเธอ และเธอก็เคลื่อนไหวอย่างกระวนกระวายใจ
มีคนค่อยๆ โอบไหล่ของเธอไว้ แรงนั้นเบามากๆ ราวกับกำลังปลอบเด็กที่กำลังฝันร้ายอยู่ เธอหันกลับไปมองอย่างสั่นๆ เมื่อเห็นดวงตาที่เศร้าและเจ็บปวดของเย่เนี่ยนโม่ มันก็ทำให้เธอรู้สึกร้อนรน
“เขาไม่เป็นอะไรใช่ไหม? เขาทนมาได้ตั้งหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้ก็เหมือนกัน”
เย่เนี่ยนโม่ไม่พูดอะไร ทำแค่เพิ่มแรงที่บีบไหล่ของเธอขึ้น ความเศร้าโศกในดวงตาของเขาเยอะเกินกว่าจะละลายหายไป ในที่สุดเขาก็พูดขึ้นมา แต่เสียงของเขาแหบแห้ง “ยียี”
ร่างกายของติงยียีสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ พฤติกรรมที่ผิดปกติของเย่เนี่ยนโม่ทำให้เธอตกใจ “ถ้าคุณไม่บอกฉัน ฉันจะไปหาเขาด้วยตัวเองและเขาคงจะมีความสุขมากที่ได้พบฉัน”
เพิ่งหันกลับไปมือก็ถูกคว้าไว้ เสียงของเย่เนี่ยนโม่ดูเจ็บปวดมาก “เขาทนไม่ไหว”