ตอนที่ 1782
บทที่ 1782 มือที่สาม
October 28, 2026
บอดี้การ์ดของเจี๋ยเทียนเปิดประตู สถานการณ์ทำให้พนักงานในที่นั้นล้วนเข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น วิ่งรุดไปข้างหน้าด้วยความสับสนมึนงง “สวัสดีครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ?”
ชายที่เป็นหัวหน้าถือดอกกุหลาบช่อใหญ่ หลังจากเห็นติงยียีก็มุ่งตรงมาที่เธอ
“คุณหนูติง!” ชายทั้งหกค้อมเอวพร้อมเพรียงกัน ชายที่เป็นหัวหน้าเอาดอกกุหลาบในมือส่งมาหน้าเธอ “คุณชายเจี๋ยขอให้วันนี้คุณมีความสุขนะครับ”
เผชิญกับสายตาหยอกล้อของไห่โจ๋ซวน ติงยียีจึงรับดอกกุหลาบมาอย่างจนใจ “พวกนายไม่จำเป็นต้องส่งดอกไม้มาให้ฉันทุกวันจริงๆนะ เดี๋ยวฉันจะไปอธิบายกับเจี๋ยเทียนเอง”
“ครับ!” ชายทั้งหกตะโกนดังหนึ่งคำเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ทำเอาบาร์เทนเดอร์ที่ง่วงงุนตกใจสะดุ้ง ทั้งหลายส่งดอกไม้เสร็จก็ไปยืนเฝ้าอยู่นอกประตู ทำให้วัยรุ่นสองสามคนที่อยากเข้ามาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะจากไป
ไห่โจ๋ซวนเขย่าแก้ว ของเหลวสีเหลืองทองเคลื่อนไปมาอยู่ในก้อนน้ำแข็งสีขาว เขาชูแก้วขึ้นเคาะตีติงยียี “เจี๋ยเทียนที่เธอว่าคือผู้ชายที่ช่วงก่อนหน้านี้กวาดล้างบ่อนพนันที่ลาสเวกัสรวดเดียว แล้วสืบทอดทรัพย์สินทั้งหมดของราชานักพนันคนนั้นหรือ?”
ติงยียีพยักหน้า “ใช่”
เขาหัวเราะ “นี่จะเป็นศัตรูตัวฉกาจของเย่เนี่ยนโม่เลยนะ”
เห็นเขายิ่งพูดยิ่งเหลวไหล ติงยียีรีบเอ่ยพูด “วันนี้อันที่จริงแล้วไม่ใช่ฉันที่มาหานาย เป็นเมิ่นเจ๋ เธออยากพูดคุยกับนาย ตอนนี้เธอยังอยู่ระหว่างทาง”
นัยน์ตาไห่โจ๋ซวนฉายแววประหลาดใจขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะวูบหายไปอย่างรวดเร็ว เขาตอบรับง่ายๆหนึ่งคำ “ครับ”
ตอนนี้เองเมิ่นเจ๋ผลักประตูเข้ามา ดูจากลักษณะเธอตั้งใจแต่งตัวเป็นอย่างดี เธอก้าวเดินมาหน้าทั้งสองอย่างรวดเร็ว แววตาตอนหยุดอยู่ที่ไห่โจ๋ซวนยังฉายแววอาลัยรักอยู่เล็กน้อย
ติงยียีลุกขึ้น “ฉันออกไปเดินเล่นข้างนอกสักหน่อย”
ซ่งเมิ่นเจ๋นั่งลง แล้วพูดกับบริกรที่อยู่ด้านข้าง “น้ำเย็นแก้วหนึ่ง ขอบคุณค่ะ”
“ดื่มอย่างอื่นดีกว่า ดื่มน้ำเย็นตอนนี้ไม่ดีต่อร่างกาย” ไห่โจ๋ซวนพูดขึ้นอย่างกะทันหัน
เธอชะงักไป ในใจพลันเกิดความรู้สึกที่คุ้นเคยขึ้นมา หลังจากสั่งกาแฟแก้วหนึ่งกับบริกรก็หันหน้ากลับมามองเขา “นายก็ยังคิดถึงคนอื่นเหมือนเดิมเลยนะ”
ไห่โจ๋ซวนวางแก้วเหล้า ท่าทางจริงจัง “ถ้าการกระทำของฉันมีตรงไหนที่ทำให้เธอเข้าใจผิด ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือว่าตอนนี้ ฉันต้องขอโทษด้วย”
“ฉันขอบคุณสำหรับความเข้าใจผิดที่นายมอบให้ฉัน” ซ่งเมิ่นเจ๋มองตาเขาแล้วพูดชัดถ้อยชัดคำ “ความห่วงใยอย่างหนึ่ง ถ้อยคำคลุมเครือหนึ่งประโยค อย่างน้อยก็ทำให้ฉันรู้สึกได้ถึงความสุขของการแอบรัก ฉันจะพยายามทำความเข้าใจทุกๆการกระทำของนายว่ามันหมายความว่าอะไร วิเคราะห์ความหมายในคำพูดของทุกคำของนาย ใช้ชีวิตอย่างเจ็บปวดและแอบรักไปด้วย”
บริกรเดินเข้ามาเสิร์ฟกาแฟ เธอหยุดลงครู่หนึ่ง หลังจากจัดการสภาพอารมณ์ดีแล้วก็เปิดปากพูดต่อ “แต่ตอนนี้ก็ดี ฉันรู้ว่าคนที่นายชอบไม่ใช่ฉันอีกแล้ว ความรู้สึกกังวลแบบนั้นจะไม่มีอีกแล้วเช่นกัน”
ตั้งแต่ต้นจนจบไห่โจ๋ซวนไม่ได้เอ่ยขัดเธอ ทั้งยังเป็นเหมือนผู้ฟังที่ตั้งใจฟังอย่างละเอียดคนหนึ่ง กระทั่งเธอพูดจบถึงได้พูดขึ้นมา “เธอสามารถหาคนที่ดีกว่านี้ได้”
ซ่งเมิ่นเจ๋ตกใจ สีหน้าอ้างว้างขึ้นมาเล็กน้อย “จู่ๆก็อยากจะดื่มเหล้าสักหน่อย”
“ดื่มเหล้ากลางวันแสกๆไม่ดี ทำร้ายกระเพาะอาหาร” ไห่โจ๋ซวนขยับแก้วเหล้าของตน แล้วพูดกับบริกร “ขอกาแฟแก้วหนึ่ง”
มองท่าทางของเขา จู่ๆซ่งเมิ่นเจ๋ก็ลุกยืนขึ้นอย่างกะทันหัน ผ่านครึ่งโต๊ะตรงเข้าไปชิดใกล้ไห่โจ๋ซวน เอ่ยปากพูดทีละคำๆ “ถ้าฉันบอกว่าลืมนายไม่ได้ล่ะ? ฉันยินดีเป็นผู้หญิงของนายอีกคน ขอเพียงตอนที่นายไม่ได้อยู่กับเธอมาอยู่กับฉันบ้างเป็นบางครั้งก็พอ”
ไห่โจ๋ซวนย่นคิ้ว “เธอควบคุมอารมณ์หน่อย”
“นายไม่ได้อยากแก้แค้นตระกูลเย่หรอกหรือ? งั้นก็เห็นด้วยกับแผนฉันสิ ทำลายเย่ชูฉิงลูกสาวสุดที่รักของตระกูลเย่ได้ ก็เป็นการโจมตีตระกูลเย่ทั้งหมด”
สีหน้าของซ่งเมิ่นเจ๋ดูตื่นเต้นอยู่เล็กน้อย ขับเน้นให้บลัชออนสีชมพูมีสีระเรื่อยิ่งขึ้น “ฉันแค่อยากจะรักนายเท่านั้น ฉันไม่ทำลายนายกับเธอหรอก ถึงอย่างไรพวกคุณก็ยังไม่ได้แต่งงานไม่ใช่หรือ?”
“พอได้แล้ว” ไห่โจ๋ซวนลุกยืน ควักธนบัตรสองสามใบจากกระเป๋าเงินวางบนโต๊ะ มองดูเธออย่างลึกซึ้ง “ถ้าหากว่าเธอมีความคิดแบบนี้ละก็ ต่อไปพวกเราก็ไม่ต้องพบเจอกันอีก”
เขาเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ซ่งเมิ่นเจ๋นั่งตัวแข็งอยู่ที่เดิม ควักโทรศัพท์ออกมาโทรหาติงยียีเหมือนหุ่นยนต์ “สวัสดีค่ะ หมายเลขที่คุณเรียกอยู่ระหว่างการสนทนา”
เธอทิ้งโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างแรง ฟุบลงบนโต๊ะแล้วร้องไห้อย่างกลั้นไม่อยู่
ไม่ไกลจากบาร์ ติงยียีกำลังคุยกับเย่เนี่ยนโม่ “ชูฉิงกำลังทำอะไรอยู่?”
“อยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ ทำไมเหรอ?” เสียงของเย่เนี่ยนโม่ระคนไปด้วยความสุขใจบางเบา น้ำเสียงผ่อนคลายยิ่ง
“ไม่มีอะไร” ติงยียีละอายใจเล็กน้อย แต่ก็ยังตัดสินใจช่วยซ่งเมิ่นเจ๋ตัดสินใจปิดบังเรื่องที่ทั้งสองพบกัน “ไม่มีอะไร คุณทำธุระเถอะ”
เย่เนี่ยนโม่เอ่ยพูดอย่างฉับพลัน “คืนนี้ทานข้าวที่บ้าน?”
“บ้าน? บ้านตระกูลเย่?” ติงยียีสับสนเล็กน้อย
น้ำเสียงของเย่เนี่ยนโม่ที่อยู่ปลายสายสูงขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงแฝงไปด้วยความสุขใจ “ต่อไปก็เป็นบ้านเธอเหมือนกัน”
วางสายลง สีหน้าสุขสมของเขาเหือดหายไป หัวคิ้วขมวดมุ่น ริมฝีปากเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง
“คนลึกลับคนนี้ทำกับตระกูลเย่ไม่ใช่แค่หนึ่งครั้ง แต่วิธีการกลับกลอกมากมายนัก” เย่เนี่ยนโม่วางข้อมูลในมือลงบนโต๊ะ ที่อยู่บนโต๊ะคือภาพด้านหลังของคนชุดดำที่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้”
เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้ว “ฉันสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่ตระกูลเย่พบเจอเรื่องราวมากมายจะเกี่ยวข้องกับคนคนนี้
“อันตรายที่ซ่อนอยู่ในตระกูลเย่ไม่อาจเก็บไว้ได้แม้เพียงผู้เดียว” น้ำเสียงของเย่เชินหลินแฝงไปด้วยอันตราย ศัตรูตัวฉกาจที่อยู่ข้างหน้าคนนี้รู้เรื่องตระกูลเย่ดีเกินไป ทำให้ระมัดระวังอย่างไรก็ป้องกันไม่หมด
ตอนนี้เองโทรศัพท์ตั้งโต๊ะที่อยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น หลังจากเย่ป๋อรับสายก็ส่งต่อให้เย่เชินหลิน เสียงBakerดังขึ้นมา “หาอ้าวเสว่เจอแล้ว แต่ว่าเกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อย”
เย่เยี่ยนโม่เพิ่งจะเปิดประตู เย่ชูฉิงที่อยู่นอกประตูมาโดยตลอดก็ประชิดเข้ามา “ฉันจะไปด้วย”