ตอนที่ 1783
บทที่ 1783 กลายเป็นหลานสะใภ้
October 28, 2026
“ยียีตัวน้อยฉันคิดถึงเธอจะตายอยู่แล้ว!” เจี๋ยเทียนครองหน้าจอใหญ่ทั้งหมด ยิ้มแย้มอย่างไม่คิดอะไร
ติงยียีถอนหายใจ “เจี๋ยเทียน ฉันบอกแล้วว่าไม่ต้องให้ใครส่งดอกกุหลาบมาให้ฉันอีกแล้ว”
“ไม่ชอบดอกกุหลาบเหรอ? อย่างนั้นเครื่องสำอางได้ไหม?” เจี๋ยเทียนดีดนิ้ว ในสายตาปรากฏชายสวมสูทคนหนึ่งขึ้นมา
ติงยียีรีบห้าม “เจี๋ยเทียน ฉันหมายความว่าไม่ต้องส่งอะไรมาทั้งนั้น สิ่งของทั้งหมดฉันไม่ต้องการ!”
เจี๋ยเทียนเงียบลง เอนร่างไปพิงเก้าอี้หนังข้างหลัง “เธอไม่อยากได้ก็ได้ แต่ฉันก็ยังจะส่งไปอยู่ดี”
“ถ้านายต้องการแบบนี้ งั้นทุกวันส่งข้อความให้ฉันสักข้อความก็ได้” ติงยียีได้แต่ถอยให้ก้าวหนึ่งอีกครั้ง
คำพูดของเธอทำให้เจี๋ยเทียนดีใจขึ้นมา รับปากด้วยความดีใจเป็นอย่างยิ่ง น้ำเสียงก็เปลี่ยนไปผ่อนคลายเหมือนก่อนหน้านี้ “เสี่ยวติงติงต้องรอฉันนะ ฉันจัดการธุระทางนี้เสร็จก็จะกลับไปแล้ว”
วางสาย ติงยียีถอนหายใจอย่างหนัก บางมุมเจี๋ยเทียนก็เหมือนเย่เนี่ยนโม่มาก หัวแข็งจนน่ากลัว
ในสายตาปราศจากเงาร่างของซ่งเมิ่นเจ๋ เธอหันหน้าไปมองโรงพยาบาลแวบหนึ่ง “ออกรถเถอะ”
ซ่งเมิ่นเจ๋เดินถือโทรศัพท์พิมพ์ข้อความส่งอยู่ที่ทางเดิน
“เรื่องที่เราเจอกันวันนี้ชูฉิงรู้เรื่องแล้ว ฉันไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น วางใจได้”
กดปุ่มส่ง เธอยืนรออยู่ที่เดิมหลายนาที ข้อความในโทรศัพท์ขึ้นว่าส่งแล้ว แต่ไม่มีการตอบกลับแต่อย่างใด
เธอเดินหน้าต่อไปอย่างกลัดกลุ้มใจ ข้างหลังมีเสียงฝีเท้าดังขึ้น เธอไม่ทันได้หลบก็ถูกชนล้มไปด้านข้าง
คนที่ชนเธอเห็นหน้าไม่ชัด เห็นๆอยู่ว่าอากาศอบอุ่นแต่ยังสวมเสื้อแจ็กเกต เธออดไม่ได้ที่จะมองอยู่หลายครั้ง
เท้าเตะโดนสิ่งของ เธอก้มหน้ามอง เป็นบัตรสีน้ำตาลใบหนึ่ง เก็บบัตรขึ้นมาดู ที่แท้เป็นบัตรนักศึกษาใบหนึ่ง
“เก๋อเฟิ่ง นักศึกษาชั้นปีที่สามของมหาวิทยาลัยซินถัง”
เธอเงยหน้าขึ้น ไหนเลยจะมีเงาร่างของนักศึกษาคนนั้น คิดจะควักกระเป๋าเงินออกมาโบกแท็กซี่ไล่ตามนักศึกษาคนนั้น กลับพบว่ากระเป๋าเงินได้ปลิวหายไปแล้ว
“จะต้องเป็นนักศึกษาเมื่อครู่นี้ขโมยไปแน่ๆ” โชคดีที่ในตัวยังมีเศษเงินที่พนักงานจากร้านกาแฟทอนให้ เธอรีบโบกรถแท็กซี่ตามไป
เพิ่งถึงมหาวิทยาลัยซินถัง เธอก็มองเห็นเย่ป๋อที่ยืนจ้องประตูอยู่ตรงหน้าประตูมหาลัย
เขายืนอยู่ตรงนั้น สวมชุดสูท เทียบกับกลุ่มวัยรุ่นคึกคักที่อยู่รอบๆแล้วต่างกันอย่างเห็นได้ชัด พอเห็นซ่งเมิ่นเจ๋ เขาก็ตกใจเล็กน้อย “เป็นเธอ?”
“มีเด็กคนหนึ่งขโมยกระเป๋าเงินฉันไป ฉันกำลังตามหาเขาอยู่” ซ่งเมิ่นเจ๋ถือบัตรนักศึกษาแล้วพูด
เย่ป๋อหยิบบัตรนักศึกษาในมือเธอมาแล้วเดินเข้าประตูมหาลัย “ฉันไปเป็นเพื่อนเธอเอง”
ตามข้อมูลจากบัตรนักศึกษาทั้งสองจึงตามหานักศึกษาที่ชื่อเก๋อเฟิ่งเจออย่างรวดเร็ว พอเก๋อเฟิ่งเห็นพวกเขาก็รีบวิ่งออกจากตึกเรียนทันที
เย่ป๋อเดินไปขวางเขาไว้ตรงมุมหนึ่งของระเบียงทางเดินอย่างรวดเร็ว ซ่งเมิ่นเจ๋รีบตามไป “เอากระเป๋าเงินฉันคืนมา”
เก๋อเฟิ่งดูประหลาดใจมาก ทั้งยังรู้สึกเหมือนคลายใจไปเปลาะหนึ่ง ร่างที่แข็งเกร็งก็ผ่อนคลายลง น้ำเสียงเปลี่ยนไปเอ้อระเหยลอยชาย “ตลกแล้ว คุณมีเหตุผลอะไรมาหาว่าผมเอาไป อาศัยบัตรนักศึกษาที่ผมทำหายโดยไม่ทันระวังเนี่ยนะ?”
“แล้วเมื่อครู่นี้หนีทำไม?” เย่ป๋อถาม
เก๋อเฟิ่งพูดอย่างไม่สนใจ “ผู้หญิงที่คบกับผมมีเยอะแยะ ทำแท้งไปก็ไม่น้อย ผมนึกว่าเป็นหนึ่งในครอบครัวของพวกเธอมาตามหาอีก ไม่อยากจะรับผิดชอบก็ต้องหนีสิ!”
ซ่งเมิ่นเจ๋มองเขาอย่างประหลาดใจ ไม่เข้าใจเลยว่าเขาพูดถ้อยคำเหล่านี้ออกมาจากปากได้อย่างไร
เก๋อเฟิ่งกวาดตามองพวกเขาทั้งสอง ขณะที่คิดจะจากไป แขนก็ถูกคนหมุนล็อกไว้ด้านหลัง เขาเจ็บจนร้องออกมา “เจ็บนะ ปล่อยฉัน!”
“เอากระเป๋าเงินคืนมา ไม่อย่างนั้นก็รอใช้เงินมากกว่าเดิมไปต่อแขนเอา” เย่ป๋อพูดอย่างเย็นชา เพิ่มแรงขึ้นไปอีกโดยปริยาย
เฟิ่งเก๋อร้องว้ากเสียงดัง “ฉันบอกแล้วๆ ฉันทิ้งกระเป๋าเงินลงถังขยะอันนั้นที่อยู่นอกประตูมหาลัย ส่วนเงินฉันเอาไปซื้ออุปกรณ์ในเกมแล้ว บนตัวฉันไม่มีเงิน”
เย่ป๋อปล่อยเขา “ไป!”
ทั้งสองกลับมายังประตูมหาวิทยาลัยอีกครั้ง แล้วก็หากระเป๋าใบหนึ่งเงินเจอในถังขยะจริงๆ บัตรทั้งหมดในกระเป๋ายังอยู่ครบ มีเพียงเงินที่ไม่อยู่แล้ว
“ขอบคุณนะ” ซ่งเมิ่นเจ๋พูดด้วยรอยยิ้ม “เพื่อเป็นการขอบคุณนาย ฉันขอเลี้ยงอาหารนายแล้วกัน”
“ไม่ต้องหรอก ฉันยังมีธุระต้องไปก่อนน่ะ” เย่ป๋อพูดอย่างสุขุม แต่สีหน้ากลับดูร้อนใจอยู่เล็กน้อย เขาไม่คิดว่าจะมาเสียเวลาอยู่ที่นี่นานขนาดนี้ เลยเวลาที่นัดกับคุณชายเอาไว้แล้ว
ห้องพิเศษในโรงแรม เย่เนี่ยนโม่มองนาฬิกาข้อมือโดยไม่พูดอะไร นี่เป็นครั้งแรกที่เย่ป๋อมาสาย ติงยียีที่อยู่ข้างๆสังเกตเห็นว่าเขาเหมือนจะแปลกพิกลไปเล็กน้อย จึงส่งสายตาถามไถ่
เขายิ้มอบอุ่นกลับมา แล้วยื่นมือมาจับฝ่ามือของเธอ
ติงยียีเหลือบมองฝู้เฟิ่งหยีแวบหนึ่งอย่างไม่เป็นธรรมชาติ อยากจะชักมือกลับแต่ก็กลัวจะเคลื่อนไหวรุนแรงไป
ทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในสายตาของฝู้เฟิ่งหยี เธอยิ้มตาหยีแล้วพูด “พวกเธอก็ไม่ใช่เด็กเล็กๆแล้ว บ้านรถอะไรไม่พูดแล้ว ไม่ขาดแน่ๆ วันหน้าเชิญญาติๆมาทานอาหารด้วยกัน จะได้กำหนดวันแต่งงาน”
ติงยียีรู้สึกไม่แน่ใจเล็กน้อย เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนั้น วันที่ตนจะมีความสุขภายใต้คำอวยพรจากทุกคน
“พี่ยียี ยินดีด้วยค่ะ” เย่ชูฉิงที่นั่งอยู่ข้างๆฝืนยิ้มแย้ม โทรศัพท์ที่เธอวางไว้บนโต๊ะกะพริบอยู่ตลอดเวลา แววตาเธอหม่นหมองไม่สนใจมัน
เซี่ยซีหรั่นมองออกว่าเธออารมณ์ไม่ดี คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับโจ๋ซวน กำลังคิดจะถาม ประตูก็ถูกคนผลักเปิด ไห่โจ๋ซวนก้าวเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว หลังจากเห็นเย่ชูฉิงท่าทางตึงเครียดก็ดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย
“ชูฉิง” เขาเรียกเสียงอ่อนโยน