ตอนที่ 1784
บทที่ 1784 ตามหาเบาะแส
October 28, 2026
ติงยียีปิดปาก น้ำเสียงเปลี่ยนไป “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ คนคนนั้นทำอะไรกับเธอ?”
“อาจจะเป็นการแสดงก็ได้” สายตาของเย่เนี่ยนโม่ราบเรียบ ภาพข้างหน้าไม่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกใดๆทั้งสิ้น
ติงยียีไม่อยากจะเชื่ออยู่เล็กน้อย “เป็นไปได้หรือ? เพื่อจะหลบหนีจึงเรื่องเช่นนี้ออกมา?”
เย่เนี่ยนโม่ลากเธอออกห่างจากห้องผู้ป้วย น้ำเสียงมั่นใจ “คนอื่นไม่รู้ แต่เธอทำออกมาได้แน่ๆ”
“นายคิดจะทำอย่างไร?” ติงยียีดึงแขนเขาไว้เอ่ยถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจ “นายจะทำร้ายเธอหรือเปล่า?”
เย่เนี่ยนโม่ก้มหน้ามองเธอ “เพียงเพราะเธอเป็นลูกสาวของลุงสวี ฉันถึงได้เก็บเธอไว้จนถึงตอนนี้ แต่ฉันจะไม่สงสารเห็นใจเธออีกแล้ว”
ติงยียีก้มหน้า “ให้ฉันมีส่วนร่วมด้วยได้ไหม ฉันกับเธอเกี่ยวพันกันอย่างลึกล้ำ ถ้าไม่ได้รู้สภาพของเธอ ฉังคงไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างดีได้”
เย่เนี่ยนโม่ไม่อาจปฏิเสธคำขอร้องใดๆของเธอ หลังจากพิจารณาเล็กน้อยก็ตกปากรับคำ
พาติงยียีไปส่งที่บ้านตระกูลติง ทั้งสองสนทนากันอีกครั้ง เย่เนี่ยนโม่ถึงได้ขับรถจากมา
กลับถึงบริษัทเย่ซื่อก็ย่ำรุ่งแล้ว หลอดไฟในบริษัทสว่างไสว เย่ป๋อรออยู่ด้านข้าง พอเห็นเย่เนี่ยนโม่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก “คุณชาย”
“มั่นใจว่านายสามารถใช้สติคุยกับฉันได้แล้วค่อยมาคุยกัน” เย่เนี่ยนโม่คลายเนกไทออกเป็นช่องใหญ่ พลิกเอกสารพลางกวาดตามองเขาเล็กน้อย
กำปั้นของเย่ป๋อที่ปล่อยไว้ข้างลำตัวกำแน่นขึ้นมาทันที “คุณชายผมพร้อมแล้ว”
เย่เนี่ยนโม่ส่งเอกสารชุดหนึ่งให้เขา “นี่เป็นเบาะแสสำคัญที่สุดที่ตัดสินให้เหยียนหมิงเย้าติดคุกในตอนนั้น นายไปตรวจสอบคนคนนี้มา”
“เก๋อเฟิ่ง” เย่ป๋ออ่านออกเสียงอย่างประหลาดใจ รูปถ่ายที่อยู่บนเอกสารวันนี้เขาเพิ่งจะเห็นไป
“รู้จักเหรอ?” เย่เนี่ยนโม่วางปากกาในมือลงมองดูเขาแล้วเอ่ยถาม
เย่ป๋อพยักหน้า แล้วเล่าเรื่องวันนี้ไปรอบหนึ่ง เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้ว “ไปตรวจสอบคนที่ชื่อเก๋อเฟิ่งคนนี้ก่อน”
เขาพยักหน้า ถือเอกสารออกจากห้องไป ยืนอยู่หน้าประตู ข้อมูลในมือถูกบีบจนเปลี่ยนรูป เขาจะไม่ยอมถอดใจกับเรื่องนี้จะเสาะหาความจริงตลอดไป
วันต่อมา
ติงยียีเพิ่งลงจากตึกก็เห็นชายหกคนยืนเรียงแถวหน้ากระดานรอเธออยู่ ที่น่ายินดีก็คือในมือของชายที่เป็นหัวหน้าไม่มีดอกไม้อยู่
“เจี๋ยเทียนได้สั่งให้พวกนายฟังคำพูดของฉันทั้งหมดหรือเปล่า?”
แน่นอนครับ”
อย่างนั้นฉันขอให้พวกนายไม่ต้องคอยตามฉันอีกแล้ว ส่วนเรื่องที่พวกนายส่งข่าวของฉันให้เจี๋ยเทียน ฉันไม่สน”
ชายที่เป็นหัวหน้าลำบากใจเล็กน้อย ได้แต่พูดว่า “สำหรับเรื่องนี้ผมต้องขอคำสั่งจากคุณชายเจี๋ย”
“ถ้าเขาตัดสินใจยากนักละก็ฉันช่วยตัดสินใจให้เขาได้นะ” เย่เนี่ยนโม่ปิดประตูรถ เดินตรงมาที่ติงยียี
ที่ปล่อยให้คนพวกนี้ตามอยู่ข้างกายติงยียี ข้อแรกเพราะสามารถคุ้มครองเธอได้ ข้อสองเขาไม่อยากจะแทรกแซงการตัดสินใจของเธอจนเกินไป แต่ในเมื่อเธอไม่ได้เต็มใจ เขาก็ยินดีที่จะรวบแหจัดการ
บอดี้การ์ดที่เป็นหัวหน้าหันไปผงกศีรษะให้เย่เนี่ยนโม่ ทั้งหกคนขึ้นรถสองคัน คันหนึ่งอยู่หน้าคันหนึ่งอยู่หลัง
“กินข้าวเช้าหรือยัง?” เย่เนี่ยนโม่โอบเอวเธอแล้วถาม
ติงยียีพยักหน้า “กินแล้ว?”
เย่เนี่ยนโม่เอ่ยต่ำคำอย่างรวดเร็ว “จัดการเศษข้าวข้างปากเธอหน่อย”
“จะเป็นไปได้ไง ฉันยังไม่ได้กิน...” ติงยียีปิดปากลงทันที ก่อนทำปากมุ่ยมองดูเขา โมโหตัวเองที่เพียงแป๊บเดียวก็ติดกับอีกฝ่ายเข้าแล้ว
เย่เนี่ยนโม่หมุนตัวไปหยิบเคเอฟซีชุดหนึ่งออกมา กลิ่นพัฟเผือกหอมลอยออกมา ติงยียีหยิบมากัดคำหนึ่ง แล้วก็ถูกรสสัมผัสหวานมันนุ่มหยุ่นข้างในดึงดูดทันที
“อร่อยดี นายอยากกินสักคำไหม”ติงยียีทำท่าจะหยิบออกมาจากถุงชิ้นหนึ่ง ข้อมือก็ถูกจับไว้เบาๆ เย่เนี่ยนโม่เอียงคอแล้วกัดจากมือของเธอคำหนึ่ง
“ไม่เลว” เขาเคี้ยวละเอียด แล้วถือโอกาสประเมินไปด้วย
เห็นชัดว่าเขาจงใจ แต่ติงยียีก็ยังอดหน้าแดงไม่ได้อยู่ดี
มาถึงโรงพยาบาล หมอพาพวกเขาเข้าไปในห้องหนึ่ง “ห้องนี้เหมือนกับห้องสอบสวนในสถานีตำรวจ ด้านในมองไม่เห็นสภาพด้านนอก สำหรับคนที่ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนักเช่นนี้พวกเราจะดำเนินการรักษาด้วยความรู้สึกเจ็บปวด โดยทำการกระตุ้นเส้นประสาทในสมองของพวกเขา”
“จะเจ็บมากไหมคะ?” ติงยียีกังวลใจเล็กน้อย
หมอพูดตอบ “ไม่ครับ เป็นการรักษาธรรมดาทั่วไป”
“ฉันไปดูเธอหน่อยได้ไหมคะ จะอยู่ตรงประตู” ติงยียีถาม
หมอพูด “ได้แค่ตรงประตูเท่านั้น ห้ามเข้าไป เธอในตอนนี้มีความคิดทำร้ายคนอยู่ในระดับที่แน่นอน”
มองเงาหลังที่ห่างไปไกลของติงยียี เย่เนี่ยนโม่มองอุปกรณ์ในห้องแล้วเอ่ยถามในฉับพลัน “ถ้าหากว่าคนเสแสร้งแกล้งทำจะสามารถตรวจสอบได้ไหม?”
“จะเสแสร้งทำน่ะง่าย แต่ความเจ็บปวดจากการกระตุ้นไฟฟ้ารักษานี้เป็นที่แน่นอน ภายใต้การรักษานานหนึ่งชุดจะเจ็บปวดมาก คนที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้แทบจะไม่มี”
เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้ว “เพิ่มความถี่ในการเพิ่มกำลังไฟฟ้าให้ผม”