ตอนที่ 1787
บทที่ 1787 ตามหาเก๋อเฟิ่ง
October 28, 2026
ผู้หญิงคนนั้นโกรธจนใบหน้าบิดเบี้ยว ลุกขึ้นมาด้วยแล้วพูดอย่างไม่พอใจ “พูดตามตรง ลูกสาวฉันเป็นคนเลือกคนมาตลอด ถ้าไม่ใช่ว่าโชคเข้าข้างเธอละก็ ลูกสาวฉันไม่มีทางด้อยไปกว่าเธอแน่!”
เพิ่งพูดจบเธอก็ร้องดัง “ไอ้หยา” ออกมา ก้มหน้ารีบกระโดดหลบ ชี้ติงต้าเฉินแล้วตะโกน “คุณทำอะไรน่ะ!”
ติงต้าเฉินก้มหน้าแกว่งไม้ถูพื้นในมือด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ คราบน้ำบนไม้ถูพื้นทั้งหมดกระเซ็นใส่ขากางเกงของหญิงคนนั้น
เธอเดินออกจากบ้านไปด้วยความพ่ายแพ้ขุ่นเคือง สุดท้ายยังวกกลับมาหยิบผลไม้บนโต๊ะทั้งหมดกลับไปจนเกลี้ยง
ประตูถูกติงต้าเฉินตบอย่างแรง “คนอะไรกัน!”
“ยียีขอโทษนะ ป้าดีใจก็เลยไปพูดกับเพื่อนสองสามคำ คิดไม่ถึงเลย” บนใบหน้าของติงเหม่ยหรงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
ติงยียีกอดไหล่เธอ เอาหัวแนบหัวเธอแล้วพูดปลอบ “ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า พวกคุณดีใจหนูก็ดีใจ”
กลับมาในห้อง เธอถอนหายใจอย่างแรง พลิกตัวลงจากเตียงแล้วลากกระเป๋าเดินบางใบหนึ่งออกมา ในกระเป๋าใส่สิ่งของที่เธอคิดว่าสำคัญที่สุดทั้งหมดเอาไว้
ของเล่นของแพนด้า ภาพถ่ายกับเย่ชูฉิง ผ้าพันคอที่ชิวไป๋ชอบที่สุด ส่วนสุดท้ายของกระเป๋าเก็บกำไลโบราณเรียบง่ายวงหนึ่งไว้
กำไลข้อมือนี้เป็นสื่อกลางที่ทำให้เธอหาพ่อแม่แท้ๆของตัวเองเจอ ต่อมาก็กลายเป็นสื่อกลางที่นำพาความเจ็บปวดไร้สิ้นสุดมาให้เธอ
หลังจากแตกหักกับแม่ครั้งนั้นที่โรงพยาบาลก็ไม่ได้ติดต่อกับแม่มานานเท่าไหร่แล้วนะ? เธอไม่คิดถึงลูกสาวตัวเองสักนิดเลยสินะ
โทรศัพท์กดจนไม่สบายหลัง เธอพลิกตัวหยิบโทรศัทท์ออกมา สายตามองไปที่กำไลโบราณเรียบๆ
“ฉันจะแต่งงานแล้ว วันที่หนึ่งเดือนหน้า อ้าวเสว่ลูกสาวที่คุณรักใคร่หมดโอกาสแล้ว”
เธอกดปุ่มส่ง ภายในใจกลับไม่มีความสุขในการแก้แค้น กลับทุกข์ใจอย่างหนัก ตอนนี้เองโทรศัพท์พลันดังขึ้นมา
“ยียี พาพ่อไปเยี่ยมอ้าวเสว่ได้ไหม พ่อยังไม่ค่อยวางใจ” เสียงสวีเห้าเซิงดูระมัดระวังอยู่เล็กน้อย กลัวจะทำให้เธอโกรธ
ติงยียีหัวเราะออกมาทันที ในใจสุดแสนจะเศร้า เธอขำจริงๆ ส่งคำประกาศอย่างนั้นไปให้แม่ แต่ตอนนี้ดูแล้ว เป็นเธอต่างหากที่แพ้
“ฉันจะพาคุณไป” เช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างฉับพลันออก เธอพูดอย่างเย็นชา
ในสถานพักฟื้นผู้ป่วย ทุกที่ล้วนเป็นคนชราที่การกระทำเชื่องช้า สวีเห้าเซิงไม่ค่อยพอใจ “สถานพักฟื้นแห่งนี้ระดับอายุย่ำแย่เกินไป ไม่ดีต่อการพักฟื้นของอ้าวเสว่”
ติงยียีนำทางอยู่ด้านหน้า เพียงพูดเบาๆว่า “เรื่องเลวร้ายที่เธอทำใช้วิธีนี้เป็นบทลงโทษนับว่าเมตตากับเธอแล้ว”
ด้านหลังเงียบเชียบไป เหลือเพียงเสียงฝีเท้าของทั้งสอง ติงยียีรู้ว่าตนจงใจพูดอย่างนี้จะต้องทำให้เขาเสียใจแน่ แต่เธอก็ควบคุมไม่อยู่ บุตรสาวคนไหนทนรับความลำเอียงของพ่อแม่ได้บ้าง?
มาถึงห้องอ้าวเสว่แล้วแต่กลับไม่เห็นคน พยาบาลบอกว่ามีคนมาหาอ้าวเสว่ ตอนนี้อยู่ที่ห้องรับแขก
ถึงห้องรับแขก อ้าวเสว่กำลังหันหลังให้ทั้งสอง ฝั่งตรงข้ามคือเย่ป๋อกับซ่งเมินเจ๋ที่นั่งอยู่
“ฉันไม่รู้จริงๆ ตอนนี้หัวฉันปวดมาก ฉันไม่รู้จักคนที่ชื่อเก๋อเฟิ่งเลย” เธอยิ่งพูดยิ่งตื่นตัว เอาหัวไปกระแทกขอบโต๊ะอย่างแรง
“เสียวเสว่!” สวีเห้าเซิงรีบเข้าไปใช้มือบังหน้าผากเธอไว้ พลางตะโกนเรียกพยาบางอย่างร้อนใจ “รีบมาดูเร็วเข้าเธอเป็นอะไรไป!”
พยาบาลวิ่งมา ตรงนั้นยุ่งอีนุงตุงนังไปหมด ติงยียีมองสองคนที่อยู่ด้านหน้า “เกิดอะไรขึ้น”
ซ่งเมิ่นเจ๋เอ่ยพูด “พวกเราตรวจพบนักศึกษาคนหนึ่งชื่อเก๋อเฟิ่ง เขาไม่รู้หนีไปไหนแล้ว แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีของชิวไป๋ และคนชุดดำคนนั้นก็เกี่ยวข้องกับคดีของชิวไป๋เหมือนกัน”
“พอแล้ว” เย่ป๋อห้ามเธอไว้ทันที เขารู้ว่าคุณชายไม่อยากให้ติงยียีเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ตอนนี้มันสายไปแล้ว
ติงยียีหยุดสายตาไว้ที่อ้าวเสว่ซึ่งกำลังกรีดร้องอยู่ด้านข้างอย่างงุนงง ภายในใจคล้ายมีส่วนหนึ่งพังทลาย รอยแผลถูกเปิดออกอย่างโหดเหี้ยม ทำให้เธอทำอะไรไม่ถูกไปทันที
เย่ป๋อลุกขึ้นพยักหน้าเป็นการบอกกล่าวติงยียี ก่อนจะเดินออกไปด้านนอก ซ่งเมิ่นเจ๋เดินตามหลังเขา
ตรงประตูมีรถMPVคันหนึ่งจอดอยู่ เขาเพิ่งจะขึ้นรถ ประตูรถก็ถูกซ่งเมิ่นเจ๋ขวางไว้ “นายโกรธเหรอ?”
“ฉันหวังว่าก่อนแต่งงานคุณหนูยียีจะไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องใดก็ตาม” เย่ป๋อสีหน้าเคร่งขรึม
ซ่งเมิ่นเจ๋เขยิบเข้าไปใกล้อีกก้าว เธอหลุบตาลง “ขอโทษ เธอเป็นเพื่อนสนิทของฉัน ฉันไม่อยากปิดบังเรื่องนี้กับเธอ”
เย่ป๋อมองเธอแวบหนึ่ง แล้วละสายตาออกไปด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า หลายวันนี้เขาตามหาว่าเฟิ่งเก๋ออยู่ที่ไหนมาตลอด แต่เด็กนั่นราวกับระเหยเป็นไอไปจากโลกมนุษย์อย่างไรอย่างนั้น เขากลัวว่าคนลึกลับคนนั้นจะชิงหาตัวเขาเจอก่อนตนไปก้าวหนึ่ง
ซ่งเมิ่นเจ๋มองรถขับห่างไกลไปจากสายตาตนเอง นัยน์ตาแฝงไปด้วยความเห็นใจ เธอกับเย่ป๋อเจ็บปวดด้วยความรักเหมือนกัน เพียงแต่คนที่เขารักเป็นคนตายคนหนึ่ง ส่วนคนที่เธอรักเป็นคนที่เธอรักไม่ได้
หยิบโทรศัพท์ออกมา กดเบอร์แถวหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว เธอเอียงหน้าครุ่นคิด “วันนี้เจอเรื่องไม่ดีมากๆมา จิตใจฉันย่ำแย่มาก”
กดส่งไป เธอรู้ว่าไห่โจ๋ซวนจะไม่ตอบข้อความตนเอง คิดไม่ถึงว่าเพิ่งเดินไปไม่กี่ก้าวโทรศัพท์จะสั่นขึ้นมาทันที
“พรุ่งนี้ตอนบ่ายสามโมงเจอกันหน่อยเถอะ”
ตอนที่ติงยียีเหม่อซึ่งอยู่ในสถานพักฟื้นเห็นซ่งเมิ่นเจ๋อีกครั้งก็รู้สึกว่าอารมณ์เธอไม่เหมือนเดิม จึงถามไปคำหนึ่ง “เป็นอะไรไป?”
ซ่งเมิ่นเจ๋ส่ายหน้า “ไม่มีอะไร? อ้าวเสว่เขาไม่เป็นอะไรนะ”
“ไม่เป็นไร หมอบอกว่าเธอต้องพักฟื้น” ติงยียีมองเธออย่างสงสัย “ทำไมเธอถึงอยู่ด้วยกันกับเย่ป๋อ”