ตอนที่ 1789
บทที่ 1789 จับเก๋อเฟิ่งได้
October 28, 2026
เธอพูดต่ออย่างรวดเร็ว “พวกเธออยู่ด้วยกันเหรอ?”
ซ่งเมิ่นเจ๋พยักหน้า “พวกเราอยู่ที่ร้านกาแฟ แต่ว่าฉันเห็นเก๋อเฟิ่ง จึงคิดจะตามออกไป คิดไม่ถึงว่าเก๋อเฟิ่งจะทำให้เธอบาดเจ็บ”
“เก๋อเฟิ่งพูดโกหกจริงหรือเปล่า? คนชุดดำคนนั้นเกี่ยวข้องกับการตายของชิวไป๋จริงไหม?” ความไม่แน่ใจมากมายวนเวียนอยู่ในหัวติงยียี ความลึกลับซับซ้อนเหล่านี้ปรากฏขึ้นเป็นครั้งคราว ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็หาคำตอบไม่ได้
ซ่งเมิ่นเจ๋หยิยกระเป๋าขึ้นมา “รู้ว่าเธอไม่เป็นไรก็ดีแล้ว งั้นฉันกลับละนะ”
“เมิ่นเจ๋” ติงยียีส่งเสียง “ชูฉิงเธอท้องแล้ว”
“งั้นเหรอ?” ซ่งเมิ่นเจ๋รับคำอย่างรวดเร็ว สีหน้ากลับดูไม่เป็นธรรมชาตินัก แทบจะฝืนฉีกยิ้มออกมา “ดึกมากแล้ว ฉันไปก่อนนะ”
ส่งซ่งเมิ่นเจ๋กลับไป ติงยียีกลับห้องมาสะสางเรื่องราวใหม่อีกครั้ง ยืนยันได้ว่าคนที่ชื่อเก๋อเฟิ่งนั่นจะต้องมีความสัมพันธ์กับคนชุดดำแน่นอน มิฉะนั้นตระกูลเย่คงไม่ตามหาเขาอย่างเร่งรัดปานนั้น
ตอนนั้นเก๋อเฟิ่งลุกออกมาพูดว่าเห็นเหยียนหมิงเย้า ดังนั้นเขาจึงได้รับโทษฐานฆ่าคนจริงๆ แล้วถ้าหากว่าเหยียนหมิงเย้าพูดโกหกล่ะ? เธอยิ่งคิดยิ่งสับสน ยิ่งคิดยิ่งหวั่นใจ ไม่รู้ว่าหลับไปตอนไหน
บ้านตระกูลเย่
เย่ป๋อส่งข้อมูลที่สืบหาได้ให้ “สถานที่สุดท้ายที่เก๋อเฟิ่งปรากฎตัวคือร้านกาแฟร้านนี้ครับ ดูเสื้อผ้าบนตัวเขาน่าจะไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้ว อยู่อาศัยก็น่าจะไม่ดีเช่นกัน”
“สถานการณ์ในสถานพักฟื้นเป็นอย่างไรบ้าง?” เย่เนี่ยนโม่พูดอย่างครุ่นคิด
เย่ป๋อเลื่อนวิดีโอจากกล้องวงจรปิดในสถานพักฟื้นสองสามวันนี้ทันที คืนวันนั้นที่ติงยียีกับสวีเห้าเซิงไปเยี่ยมอ้าวเสว่ สวีเห้าเซิงพาอ้าวเสว่ขึ้นรถ หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นก็กลับมาสถานพักฟื้นอีกครั้ง
เย่เนี่ยนโม่มองอ้าวเสว่ที่ก้มหน้าเดินเข้าไปในสถานพักฟื้นจากในกล้องวงจรปิดแล้วพูด
“จับตาดูเธอต่อไป แล้วก็ขยายขอบเขตการค้นหาพื้นที่ที่เก๋อเฟิ่งเคยปรากฏตัวออกไป” เย่เนี่ยนโม่สั่ง ขณะที่เย่ป๋อจะหมุนตัวจากไปก็พลันพูดขึ้นว่า “นายกับเมิ่งเจ๋ช่วงนี้สนิทกันเหรอ?”
เขาชะงักไป “ของที่สูญหายของเธออยู่ที่เก๋อเฟิ่งครับ ดังนั้นช่วงนี้จึงติดต่อกันมากขึ้นเล็กน้อย”
เดินออกจากบ้านตระกูลเย่ เย่ป๋อขึ้นรถ เพิ่งจะเคลื่อนรถก็พบว่าในรถมีเสื้อคลุมผู้หญิงตัวหนึ่งตกอยู่ ดูแล้วน่าจะเป็นของซ่งเมิ่นเจ๋
เขาขับรถไปถึงบ้านซ่งเมิ่นเจ๋ กดกริ่งหน้าบ้าน เพียงครู่เดียวแม่บ้านก็ออกมาเปิดประตู ที่ตามอยู่ด้านหลังแม่บ้านคือผู้หญิงที่ดูปากคอเราะรายใจดำคนหนึ่ง
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามาหาใครคะ?” แม่บ้านเอ่ยถาม
เย่ป๋อเอาเสื้อในมือส่งให้แม่บ้าน “นี่คือชุดของคุณหนูซ่งครับ”
แม่บ้านเพิ่งรับไป หญิงที่อยู่ข้างหลังก็เริ่มพูดพึมพำ “โตขนาดนี้แล้วยังไม่รู้จักรักตัวเอง ทิ้งเสื้อผ้าไว้บ้านคนอื่นเรื่อยเปื่อย ตอนนี้ก็ไม่รู้วิ่งไปไหนอีกแล้ว”
“เธอไม่อยู่บ้านเหรอครับ” เย่ป๋อประหลาดใจเล็กน้อย เวลาตอนนี้นับว่าไม่สว่างแล้ว
“ฉันเซียวเสี่ยวลี่ชีวิตนี้ติดค้างพวกเขาสองคนพ่อลูก ฉันจะไปสนใจทำไมว่าเธอไปไหน” เซียวเสี่ยวลี่มองเขาอย่างไม่พอใจปราดหนึ่ง ทันใดนั้นก็คิดอะไรขึ้นมาได้เอ่ยพูดอย่างคลับคล้ายคลับคลา “นายใช่ผู้ช่วยอะไรนั่นของตระกูลเย่หรือเปล่า?”
คิดถึงเย่ป๋อ บนหน้าเธอคล้ายจะดีใจขึ้นมา รีบตะโกนเข้าไปในบ้าน “เหล่าซ่ง คุณดูสิว่าใครมา?”
ส้งซูหาวที่เดิมทีสีหน้ารำคาญหลังจากเห็นเย่ป๋อก็ตะลึงไป “นี่ผู้ช่วยผู้จัดการเย่จากบริษัทเย่ซื่อไม่ใช่เหรอ!”
“ชุดของเมิ่นเจ๋ตกอยู่ที่บ้านผู้ช่วยผู้จัดการพอดี คุณดูสิเขายังตั้งใจเอามาส่งคืนด้วย” เซียวเสี่ยวลี่หันไปขยิบตาให้ส้งซูหาว
ส้งซูหาวยิ้มอย่างสบายใจ “เมิ่นเจ๋ก็จริงๆเลย มีแฟนแล้วก็ไม่บอกสักคำ รีบเข้ามาสิ”
เย่ป๋อมองพวกเขาอย่างเมินเฉย ถอยหลังก้าวหนึ่งแล้วพูด “ไม่เป็นไรครับ คุณรู้ไหมว่าเธอไปไหน?”
ส้งซูหาวชะงักไป “เธอออกไปข้างนอกเหรอ?”
“ออกไปเมื่อครู่นี้ไงละ” เซวียวเสี่ยวลี่รีบเอ่ยต่อ ใบหน้าแฝงความอับอายอยู่เล็กน้อย
สองคนนี้ คนหนึ่งลูกสาวตัวเองออกจากบ้านยังไม่รู้เรื่อง คนหนึ่งด่าว่าลูกสาวตัวเอง เป็นพ่อแม่อะไรกัน!
เย่ป๋อไม่อยากจะอยู่ต่อ พูดง่ายๆสองสามคำก็ออกมา นอกประตูเงียบสงัด เขาจำได้ว่าไม่ไกลนักมีสวนสาธารณะเล็กๆแห่งหนึ่ง จึงยกเท้าเดินไปที่นั่น
ใต้ต้นไหวต้นหนึ่ง เงาร่างคนผู้หนึ่งนั่งเหม่ออยู่บนเก้าอี้ ชุดเดรสสีขาวสะดุดตาอย่างยิ่งในยามค่ำคืน
เย่ป๋อเดินเข้าไป ถอดเสื้อคลุมคลุมลงบนไหล่ซ่งเมิ่นเจ๋ จากนั้นก็ผละตัวออกไปอย่างรวดเร็วหมดจด
ซ่งเมิ่นเจ๋แหงนหน้าที่มีน้ำตาไหลพรากขึ้นมา กดเสื้อคลุมไว้ด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย “นายเองเหรอ”
“ไปกันเถอะ เดี๋ยวนี้ตอนกลางคืนอันตรายมาก” เย่ป๋อยืนอยู่ข้างเธอ ดวงตามองไปรอบๆ พูดโดยไม่นำพาอารมณ์ใดๆ
ซ่งเมิ่นเจ๋จับเสื้อคลุมบนตัวแน่น “นายไปก่อนเถอะ ฉันอยากจะอยู่ต่ออีกหน่อย”
เย่ป๋อไม่ได้ตอบรับ เพียงเดินลงไปนั่งอีกฝั่ง ไม่ส่งเสียงอะไรอีก
ระหว่างทั้งสองกั้นไว้ด้วยแนวไม้เขียวแถวหนึ่ง ซ่งเมิ่นเจ๋น้ำตาไหลตลอดเวลา ภายในใจทุกระทมอย่างยิ่ง ส่วนเย่ป๋อที่นั่งอยู่ด้านข้างก้มหน้ามีสมาธิจดจ่อ
กว่าซ่งเมิ่นเจ๋จะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เวลาก็ล่วงเลยไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว กระดาษทิชชูแผ่นหนึ่งยื่นมาหน้าเธอ เธอเพิ่งจะยื่นมือไปรับ นิ้วมือที่อยู่อีกด้านของกระดาษก็รีบผละออก รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยกับเธออย่างเด็ดขาด
เธอเช็ดน้ำตา “จู่ๆฉันก็รู้สึกอิจฉาผู้หญิงที่ชื่อชิวไป๋คนนั้นขึ้นมา เธอจะต้องดีมากแน่ๆ นายถึงได้ชอบเธอ”
เย่ป๋ออึ้งไป ในหัวฉายภาพผู้หญิงเด็ดเดี่ยวและเฉียบขาดคนนั้นขึ้นมา มุมปากในที่สุดก็ยกยิ้มเล็กน้อย ตอบคำถามเธอเป็นครั้งแรก “ใช่ เธอดีมาก”
นับตั้งแต่ที่เย่ชูฉิงตั้งครรภ์ บ้านตระกูลเย่ก็เหมือนเผชิญศึกใหญ่ทุกวัน พอเช้ามาก็มีคนรับใช้มาเคาะประตูอยู่ข้างนอก
เย่ชูฉิงตื่นแล้ว เพิ่งเตรียมตัวจะลุกจากเตียงก็ถูกแรงสายหนึ่งโอบเข้าไปกอดในอ้อมอกเบาๆ
“อรุณสวัสดิ์” ไห่โจ๋ซวนมองเธอ นัยน์ตาแฝงไปด้วยรอยยิ้มและความปรารถนาในยามเช้าตรู่