ตอนที่ 1791
บทที่ 1791 แผนการของซือซือ
October 28, 2026
เก๋อเฟิ่งฟังอยู่เงียบๆ ไม่ได้รู้สึกกลัวขนาดนั้น ฟังจากการพูดของผู้หญิงคนนี้เหมือนว่าเธอไม่อยากให้ตนนั้นเอาเรื่องนี้ออกไปพูด งั้นกลายเป็นว่าตอนนี้เธอมีเรื่องที่ต้องขอร้องตน เมื่อกี้เธอต้องจงใจพูดแบบนั้นเพื่อให้ตนนั้นหวาดหวั่น นี่ดูถูกตนเกินไปแล้ว
เขาเงยหน้า ไม่มีสีหน้าที่หวาดหวั่น “ไม่ให้ผมพูดออกไปก็ได้ ผมอยากให้คนพาผมไปด้วย และผมก็อยากได้...” เขาคิดไปสักพัก “สองแสน”
“ฉันมาช่วยแกนะ แกไม่กลัวว่าฉันจะไม่สนใจแก แล้วให้คนของตระกูลเย่ทรมานแก!” น้ำเสียงของซือซือดูโมโหมากๆ
“ฮ่าๆๆ” เก๋อเฟิ่งหัวเราะ นั่งบนโซฟาขาพาดไปที่โต๊ะกาแฟ “ถ้าเกิดคุณไม่ตกลง งั้นผมก็ไปบอกเรื่องนี้กับคนของตระกูลเย่ คุณคิดเอาเองว่าใครกันแน่ที่จะเสียเปรียบ”
เห็นว่าสีหน้าของผู้หญิงตรงหน้าได้แย่ลง เขาก็ได้มั่นใจในการคาดเดาของตัวเองมากขึ้น ยิ่งกล้ามากขึ้นไปอีก
“ฉันรับปาก” ซือซือกัดฟันแล้วพูดออกไปทีละคำอย่างช้าๆ
เห็นว่าเธอได้รับปากเร็วแบบนี้ เก๋อเฟิ่งก็ได้รู้สึกเสียใจทีหลังเล็กน้อย “เดี๋ยวก่อน สองแสนน้อยไป ผมจะเอาสามแสน”
“ฝันไปเถอะ!” ซือซือโมโหจนใบหน้าได้น่ากลัวกว่าเดิม รอยตีนกาบนหน้าผากก็ได้โผล่ออกมา
เก๋อเฟิ่งก็ไม่ได้ร้อนรน ก็ได้ทำท่าทางจะเดินออกไปข้างนอก “งั้นก็ช่างเถอะครับ ผมไปบอกกับคนของตระกูลเย่ล่ะ”
ยังไม่ทันเดินถึงประตู ข้างหลังก็ได้มีเสียงที่ร้อนรนมาดังขึ้น “เดี๋ยวก่อน!”
เขาก็ได้ค่อยเดินกลับมาที่โซฟา คนทั้งคนทรุดตัวลงบนโซฟาแล้วมองดูเธออย่างเจ้าเล่ห์
“ถ้าเกิดนายเห็นผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ เย่เนี่ยนโม่ก็ทางวิธีจับตัวหล่อนไว้ หล่อนเป็นคนที่เย่เนี่ยนโม่ให้ความสำคัญ ถ้ามีหล่อนอยู่นายก็หนีไปได้แล้ว” ซือซือนิ่งไปสักพัก พูดเหมือนมีเล่ห์นัยน์ “มีหล่อน อย่าว่าแต่สองแสนเลย สามล้านเย่เนี่ยนโม่ก็จะเอาให้นาย”
แววตาของเก๋อเฟิ่งก็ได้มีแผนร้ายผุดขึ้น ซือซือหัวเราะเบาๆ หันตัวแล้วก็เดินออกไปข้างนอก ใบหน้าไม่มีสีหน้าที่หงุดหงิดเมื่อกี้อีกเลย
ช่วงบ่าย จนกระทั่งตอนที่เย่เนี่ยนโม่เอาโทรศัพท์ออกมา ติงยียีถึงได้พบว่าตัวเองนั้นได้นั่งเหม่ออยู่ในห้องมาหลายชั่วโมงแล้ว
พึ่งออกห้องเธอเห็นว่าลิฟต์อยู่ในระหว่างการซ่อมแซม คนที่อาศัยอยู่ข้างๆ ก็ได้จับกลุ่มคุยกันว่า “ในที่สุดก็เปลี่ยนสักที ในที่สุดก็ไม่ต้องมาหวาดระแวงเมื่ออยู่ในลิฟต์แล้ว”
ข้างคนช่างที่มาติดตั้งลิฟต์ก็ได้พูดพร้อมยิ้มว่า “พวกคุณโชคดีจริงๆ ครับ มีคนใจปั๊มซื้อตึกที่พวกคุณอาศัยอยู่ แล้วก็เหมือนลิฟต์ให้แค่ตึกพวกคุณเท่านั้น ลิฟต์นี้นำเข้ามาจากเยอรมนี ได้ยินมาว่าลิฟต์นี้เป็นอันเดียวกับลิฟต์ที่ผู้นำประเทศได้ใช้ แพงเอามากๆ!”
ติงยียีก็ได้ฟังไปสักพักถึงได้เดินออกจากทางเข้าลิฟต์ไปที่ทางบันได พอเดินถึงชั้นล่างก็ผ่านไปแล้วสิบนาที
เย่เนี่ยนโม่เหมือนว่าไม่รีบร้อนเลยสักนิด เห็นเธอรีบวิ่งมาก็ได้ยื่นมือกอดเธอไว้แล้วก็ช่วยเธอจับผมที่ยุ่งเล็กน้อยเพราะว่าเดินลงบันไดเมื่อกี้
รถได้แล่นมาถึงหน้าชุมชน ยามของชุมชนก็ได้เดินเข้ามา “คุณเย่!”
“คุณรู้ว่าเขานามสกุลเย่ได้ยังไงคะ?” ติงยียีก็ได้ยื่นหัวออกไปถามด้วยความสงสัย วิต่อมาหลังมือก็ได้ถูกตีเบาๆ น้ำเสียงของเย่เนี่ยนโม่นิ่งเรียบ “ต่อไปห้ามเอาหัวโผล่ออกไปตามใจชอบ มีรถมาทำไง?”
ยามหัวเราะอย่างมีความสุข ติงยียีก็ได้กลับมานั่งดีๆ อย่างทำตัวไม่ถูก
ถึงร้านอาหาร ติงยียีมองผู้หญิงในร้านที่ต่างก็ได้สวมรองเท้าส้นสูงมีแค่ตัวเองที่สวมรองเท้าส้นเตี้ย รู้สึกเขินเล็กน้อย ขยับไปหาเย่เนี่ยนโม่พูดเสียงเบาว่า “ทำไงดีคะ ทุกคนแต่งตัวเองทางการมาเลย”
เย่เนี่ยนโม่ก็ได้มองเธอสักพัก ก็ได้จับมือของเธอแล้วก็ค่อยๆ เธอไปตรงที่นั่ง พูดเรียบๆ ว่า “ผมชอบ”
คำตอบที่ไม่ตรงคำถามทำให้ติงยียีอึ้งไป จากนั้นก็ได้รู้สึกอบอุ่น ถ้าเกิดมีคนที่ไม่ได้โมโหเธอเพียงเพราะว่าเธอไม่ได้สวมส้นสูงมาที่ร้านอาหารตะวันตก ไม่ได้ต่อว่าเธอทำให้เขาขายหน้า งั้นก็มั่นใจได้แล้วว่าเธอนั้นจะเดินตามเขาไม่ทัน เพราะว่าไม่ว่าเธอเดินช้าหรือว่าเร็ว สุดท้ายแล้วก็จะมีคนรออยู่ตรงทางข้างหน้า
พนักงานร้านอาหารก็ได้พาทั้งสองไปยังที่นั่ง ก่อนออกไปก็ได้แอบมองเย่เนี่ยนโม่สักพัก
ตอนที่ทานอาหาร มือถือของเย่เนี่ยนโม่ก็ได้ดังขึ้น เขามองสักพัก ก็ได้ทานอาหารไปต่อ
ทานเสร็จ ติงยียีก็ได้ไปจับมือของเขา “เดียวไปไหนคะ?”
“เธออยากไปไหน?” เย่เนี่ยนโม่ก็ได้จับมือแน่นแล้วก็พูดอย่างอ่อนโยน
ติงยียีเอียงหัวคิดสักพัก พูดอย่างเจ้าเล่ห์ว่า “ไปที่ที่มีคุณอยู่”
เย่เนี่ยนโม่มองเธอพร้อมรอยยิ้ม พาเธอขึ้นรถ รถก็ได้มุ่งหน้าไปยังโรงแรม
“นี่!” หน้าของติงยียีแดง พูดอะไรไม่ออก ใบหน้าก็ได้แดงขึ้นเรื่อยๆ
เย่เนี่ยนโม่เข้าใกล้เธอ ลมหายใจได้เป่าไปที่หูของเธอ “เธอคิดอะไรอยู่?”
“พวกเรากลับบ้านเถอะค่ะ” ติงยียีก็ได้เอียงหัวไปข้างหลังเล็กน้อย พูดจบใบหน้าก็ได้แดงเอามากๆ
เย่เนี่ยนโม่ก็ได้อยากแกล้งเธอขึ้น เลิกคิ้ว “กลับบ้านทำไมครับ?”
“ก็ คุณไม่ได้อยาก?” ติงยียีพูดไม่ออก ก็ได้พูดอย่างติดขัดพร้อมเขินอาย
ในรถก็ได้มีเสียงหัวเราะ เย่เนี่ยนโม่เม้มปาก หัวเราะจนตาหยี่เล็กน้อย หันไปจะจูบเธอ
เธอรู้สึกตัวทันทีว่าอีกฝ่ายได้แกล้งเธอให้เธอเข้าใจผิด ใบหน้าได้ซีดแดงปนๆ ไป เธอโมโหแล้วลงจากรถจะเดินไปที่ถนนอีกฝั่ง
พึ่งเดินได้ไม่กี่ก้าวเย่เนี่ยนโม่ก็ได้คว้าตัวไว้ เขาพูดอย่างยอมแพ้ว่า “ไปที่โรงแรมจริงๆ ครับ เก๋อเฟิ่งจะสารภาพแล้ว”
“เขาจะสารภาพแล้ว!” ติงยียีมองโรงแรม ก็ได้พบว่านี่เป็นที่ที่ขังเก๋อเฟิ่งไว้
ทั้งสองเดินออกจากลิฟต์เดินไปที่หน้าประตูก็ได้ยินเสียงของเก๋อเฟิ่ง “ฉันเจอเย่เนี่ยนโม่แล้วถึงจะพูด พวกแกรีบเอาของกินมาให้ฉัน ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว!”
“คุณชาย” เย่ป๋อเข้ามา “เขาบอกว่าเจอคุณแล้วถึงจะพูด”
พอเก๋อเฟิ่งเห็นเย่เนี่ยนโม่ก็อยากเข้าไปหา แต่ก็ได้ถูกบอดี้การ์ดขวางไว้ทันที บอดี้การ์ดขู่ “ถอยไป”