ตอนที่ 1793
บทที่ 1793 การเดินทางในเมืองมาดริด
October 28, 2026
Bakerได้ตบไหล่ของเขา “ผมรู้ว่าตระกูลเย่มีวิธีมากมาย ไม่แน่อาจจะมากกว่าพวกตำรวจ ในที่มืดผมยื่นมือเข้าไปไม่ได้ แต่ว่าในที่สว่างก็ให้เกียรติกันหน่อยครับ”
“ครับ คุณลุงBaker” เย่เนี่ยนโม่ตอบ
ในรถ ติงยียีเห็นว่าเขาเปิดประตูก็ได้รีบถาม “เป็นไงบ้างคะ?”
“กลับไปก่อนค่อยว่ากันครับ” เย่เนี่ยนโม่เป็นประตูรถแล้วก็ได้ขับตรงไปที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมือง เข้าไปในห้องก็ได้ตรงไปอาบน้ำ ไม่นานเสียงน้ำก็ได้ดังขึ้น
ตอนที่เขาออกมานั้นก็ได้มีผ้าขนหนูพันตรงท่อนล่าง หยดน้ำก็ได้ไหลลงมาตามร่างกายที่กำยำ เห็นร่องวีคัทเล็กน้อย ติงยียีที่มองหน้าก็ได้แดง ก็ได้รีบหันหน้าไป
อ๊อดประตูก็ได้ดังขึ้น พนักงานก็ได้ส่งเสื้อแล้วก็สลัดมา
เย่เนี่ยนโม่เอาสลัดวางอยู่ตรงหน้าติงยียี พูดง่ายๆ ว่า “กิน”
“หือ อ่อ” ติงยียีเห็นเขาจะเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง อยู่ๆ ก็ได้รีบถามออกไปว่า “คุณเข้าไปทำอะไรอีกคะ?”
เย่เนี่ยนโม่หันหน้าไปมองเขา เลิกคิ้วเล็กน้อย ใบหน้าก็ได้มีความหยอกล้อ
สายตาของติงยียีก็ได้มองเขาตั้งแต่ร่างกายที่กำยำลงไป จากนั้นทั้งคนก็ได้ก้มหน้ากินสลัด จนกระทั่งประตูห้องน้ำปิดลงเธอถึงกล้าเงยหน้าขึ้นมา
รอเย่เนี่ยนโม่ออกมา ติงยียีก็ได้ถามอย่างอดใจไม่ได้ว่า “เป็นไงบ้างคะ? รีบบอกเรื่องเมื่อกี้กับฉันเถอะค่ะ”
เย่เนี่ยนโม่มองสลัดที่ยังเหลืออยู่มาก พูดสั้นๆ ไปว่า “กินก่อน”
รู้ว่าถ้าไม่ทำตามที่เขาพูดก็จะยืดเวลาที่ตนนั้นจะได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น เล็กก็ได้กินไปทีละคำอย่างว่าง่าย เย่เนี่ยนโม่นั่งอยู่ข้างๆ เขาแล้วก็ค่อยจิบไวน์
“เอิ๊กก” ติงยียีได้เรอออกมา ตีพุง “กินไม่ลงแล้วค่ะ”
ลากเธอมานั่งที่ตักของตัวเอง เย่เนี่ยนโม่ก็ได้เอามือไปนวดที่ท้องของเธอเบาๆ จนให้เธอสบายตัว พูด
“เก๋อเฟิ่งตายแล้ว เธอได้ประกาศเป็นศัตรูกับพวกเรา” เย่เนี่ยนโม่พูดออกไปเรียบๆ
บรรยากาศก็ได้เคร่งเครียดขึ้นมาทันที ติงยียีถอนหายใจ “มีเงินแต่ก็ไม่มีชีวิตใช้ บนตัวของเก๋อเฟิ่งมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่?”
“ไม่แน่สิ่งที่เขาปิดบังอยู่ก็ไม่ได้ถึงขั้นที่ต้องเอาถึงชีวิต เขาก็แค่ตกเป็นเหยื่อของเรื่องนี้”
ทั้งสองก็ได้เงียบไปสักพัก เย่เนี่ยนโม่พูด “เธอชอบประเทศไหนในยุโรป?”
“เย่เนี่ยนโม่!” ติงยียีกัดฟันพูด “หรือว่าหลังจากที่แต่งงานถ้าเจอเรื่องพวกนี้คุณก็จะทิ้งฉันที่ต่างประเทศแล้วเผชิญหน้ากับเรื่องพวกนี้คนเดียวเหรอคะ?”
“ถ้าเกิดผมบอกว่าใช่ล่ะ?” เย่เนี่ยนโม่เลิกคิ้ว ใบหน้าได้มีรอยยิ้มเล็กน้อย
ติงยียีก็ได้ผลักเขาล้มลง จับมือของเขาแล้วก็กัด ฟันก็ได้กัดผิวของเขาเบาๆ แววตาที่อิ่มน้ำก็ได้จ้องมองเขาด้วยความโมโห
เย่เนี่ยนโม่ก็ได้ขยับแขนอย่างสนุก มองหัวของเธอที่ขยับซ้ายขวาเหมือนกัน อารมณ์ที่คนชุดดำทำให้เสียไปก็ได้กลับมาอีกครั้ง
เขาได้หัวเราะออกมาดังๆ ยื่นมือไปกอดเธอเข้ามา “ชูฉิงแพ้ท้องหนักมาก ถ้าคุณย่าเป็นห่วงมากเกินไปก็ไม่ดีกับทั้งสองฝ่าย เพราะงั้นก็เหลือประเทศประเทศหนึ่งแล้วก็ไปเที่ยวจะดีกว่า”
เห็นว่าเธอมองตน เย่เนี่ยนโม่ก็ได้ลูบหัวเธอ “ผมก็ไป” เขานิ่งไปสักพัก อยู่ๆ ก็พูดต่อว่า “คบหากับแต่งงานไม่เหมือนกัน ตอนคบหากันหวังว่าจะสามารถที่จะปกป้องอีกฝ่ายไว้ได้ แต่ว่าแต่งงานกลับเป็นการเผชิญหน้าด้วยกัน”
ติงยียีซาบซึ้ง แล้วก็มีความสุข ใจได้หาที่พักพิงได้ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะโดดเดี่ยว
พอคิดถึงสถานการณ์ของเย่ชูฉิง ทุกคนที่เห็นด้วยว่าจะไปที่เมืองมาดริด แน่นอนว่าเย่เฟิ่งหยีไม่เห็นด้วย แต่ว่าก็แพ้กับการอ้อนขอของเซี่ยชีหรั่น สุดท้ายก็ทำได้แค่เตือนไปไม่กี่คำ
ก่อนออกเดินทาง ติงยียีเก็บข้าวของ ก็ได้รับสายจากซ่งเมิ่นเจ๋ ได้ยินว่าเธอจะไปที่เมืองมาดริดแล้วนั้น “เมื่อก่อนพวกเราไม่มีเงินเท่าไหร่หนัก ขนาดประหยัดใช้แล้วก็ต้องยังมานับว่าเงินพอหรือไม่พอ ผ่านไปไม่เท่าไหร่พวกเราก็สามารถที่จะออกนอกประเทศได้แล้ว”
“ใช่” ติงยียีย้อนนึก “ยังไงซะชีวิตก็ต้องยิ่งอยู่ยิ่งดีขึ้นไม่ใช่เหรอ?”
ซ่งเมิ่นเจ๋หัวเราะพูด “พรุ่งนี้ฉันไปส่งเธอนะ”
ติงยียีก็คิดว่าเป็นการพูดเล่นเท่านั้น จนกระทั่งวันต่อมาก็ได้เจอกับซ่งเมิ่นเจ๋ที่สนามบิน
ใบหน้าของไห่โจ๋ซวนไม่ได้มีอะไร ทักทายกับซ่งเมิ่นเจ๋เสร็จก็ไปนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ข้างๆ คนเดียว แต่ว่าเย่ชูฉิงกลับชักชวนซ่งเมิ่นเจ๋อย่างตื่นเต้น “พี่เมิ่นเจ๋ ถ้าพี่ไปได้ก็ดีนะคะ คนเยอะสนุกกว่าแน่ๆ”
ซ่งเมิ่นเจ๋ก็ได้เอาพาสปอตออกมา “ที่จริงฉันไม่ได้แค่มาส่งพวกเธอเท่านั้น ฉันก็เตรียมตัวออกไปเที่ยว แต่ว่าไม่ได้ไปเมืองมาดริด แต่ไปโปรตุเกสที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองมาดริด”
“ใกล้กันจริงด้วย อยู่ข้างๆ สเปน” ติงยียีก็เสียดายเล็กน้อย ถึงแม้ว่าอยากไปเที่ยวกับซ่งเมิ่นเจ๋มาก แต่ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับไห่โจ๋ซวนมันพูดยาก ก็ไม่ได้ฝืน
เย่เนี่ยนโม่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ได้พูดขึ้นมาเรียบๆ ว่า “เตรียมขึ้นเครื่องเถอะ”
บนเครื่องบิน ไห่โจ๋ซวนได้เอาผ้าห่มมาให้เย่ชูฉิง แล้วก็ได้ช่วยเธอปรับที่นั่งให้อยู่ในท่าที่สบาย เห็นทั้งสองรักกันแบบนี้ เย่เนี่ยนโม่กับติงยียีก็ได้มองหน้ากับสักพัก
เครื่องบินขึ้นบิน ติงยียีก็ได้เผลอหลับไป หัวก็ได้สับประงกอยู่ตรงนั้น ชายต่างชาติที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นเธอก็ได้ยิ้มอย่างอ่อนโยน ตอนที่กำลังจะขยับไหล่เข้ามา ก็ได้มีแขนยาวยื่นเข้ามา
เย่เนี่ยนโม่ก็ได้ยื่นมือผ่านหลังคอของเธอ ลากเธอให้นอนอยู่ตรงไหล่ของตน มืออีกข้างก็ได้พลิกหนังสือพิมพ์ในมือ
“เธอเป็นแฟนของคุณ?” ชายที่นั่งข้างๆ เปิดปาก
เย่เนี่ยนโม่ว่าหนังสือพิมพ์ในมือลง มองเธอพูดอย่างจริงจัง “เธอเป็นว่าที่ภรรยาของผมครับ”
แววตาของชายต่างชาติก็ได้ผิดหวังไปอย่างเห็นได้ชัด ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้า “ยินดีด้วยครับ”