ตอนที่ 1794
บทที่ 1794 รอยจูบที่น่าอาย
October 28, 2026
พึ่งลืมตาก็ได้ตกอยู่ในสายตาที่อ่อนโยนของเย่เนี่ยนโม่ ความอ่อนโยนก็ได้เอ่อล้น กลายเป็นความบ้าคลั่ง แผดเผาทั้งสอง
ตอนที่มึนเมา ติงยียีเหมือนได้ยินเย่เนี่ยนโม่พูดเสียงเบาว่า “ยียี มีลูกที่เป็นของพวกเรากันเถอะ”
วันต่อมา
พอติงยียีกำลังตื่นมา เอวก็ได้เมื่อยมากๆ มีมือใหญ่ข้างหนึ่งก็ได้ช่วยเธอ แล้วก็นวดไปที่เอวอย่างอ่อนโยน “ดีขึ้นหรือยัง?”
เย่เนี่ยนโม่ได้เสื้อตัวเรียบร้อยแล้ว และตัวเองนั้นยังไม่ได้ใส่อะไรเลย รู้แบบนี้ทำให้ติงยียีรู้สึกว่าน่าอายมากๆ เธอก็ได้เอาผ้าห่มมาห่มให้ตัวเองอย่างแน่นหนา สายตาเหม่อ “ฉันอยากเปลี่ยนเสื้อ”
เย่เนี่ยนโม่ก็ไม่ได้แกล้งเธอ ก็ได้ลุกขึ้นหันหลังไป ติงยียีรีบลุกขึ้นไปหยิกเสื้อนอก กลับพอว่าชั้นในของตัวเองนั้นหล่นอยู่ที่ขาของเขาพอดี
นอกประตูก็ได้มีเสียงของเย่ชูฉิงออกมา “พี่ พี่ยียี พวกพี่เสร็จหรือยังคะ?”
“เสร็จแล้ว เดี๋ยวออกไป!”
ติงยียีตะโกนออกไปพร้อมใบหน้าที่แดง ตาก็ได้จับจ้องผ้าชิ้นเล็กที่อยู่ใต้เท้าเย่เนี่ยนโม่ไม่ห่าง หงุดหงิดเอามากๆ
เย่เนี่ยนโม่ยืน การออกแบบหน้าต่างฝรั่งเศสทำให้เขามองเห็นความหงุดหงิดของผู้หญิงข้างหลังได้รางๆ ความแปรปรวนในตอนเช้าทำให้เขานั้นตื่นตัวเล็กน้อย สูดหายใจเข้าลึกๆ เขาก็ได้แกล้งทำเป็นไม่มีอะไรเกินขึ้นแล้วก็เดินออก
ออกห้อง ทั้งสี่ก็ได้ไปทานมื้อเช้า จากนั้นก็ได้ไปเที่ยวจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงใกล้ๆ เย่ชูฉิงเหมือนมีอะไรจะพูดอยู่ตลอด อาศัยจังหวะที่ไห่โจ๋ซวนกับเย่เนี่ยนโม่ไปซื้อของกินก็ได้ไปลากตัวติงยียี
“พี่ยียี” เธอก็ได้มองไปรอบๆ เห็นว่าไม่มีคนเดินผ่านก็ได้พูดออกไปเสียงเบาว่า “ฉันมีเรื่องจะถามพี่ค่ะ”
“เรื่องอะไรเหรอ?” ติงยียีหัวเราะที่เห็นสีหน้าที่เหมือนหนูแฮมสเตอร์ของเธอ
“ฉันท้องแล้ว ฉันรู้สึกผิดกับพี่โจ๋ซวนมากๆ” ใบหน้าของเย่ชูฉิงก็ได้เต็มไปด้วยความเศร้า
ติงยียีมองอย่างประหลาดใจมาก “ทำไมเราถึงคิดแบบนั้น?”
มองใบหน้าที่ยิ่งอยู่ยิ่งแดงของเย่ชูฉิง ในที่สุดติงยียีก็เข้าใจแล้วว่าเธออยากจะพูดอะไร ใบหน้าก็ได้ร้อนขึ้นมาตาม “นี่ เราคิดมากไปเองหรือเปล่า”
เย่ชูฉิงลูบท้องตัวเอง “เป็นฉันที่คิดมากเองเหรอคะ?”
“แน่นอนจ๊ะ” ติงยียีรีบพูด “ฉันรู้สึกได้ว่าเขารักเด็กคนนี้ รอการมาถึงของเขา เพราะงั้นตอนนี้เขาจะทะนุถนอมเรายังไม่ทันเลย ทำไมจะเกลียดเราเพราะเรื่องนี้ล่ะ”
เย่ชูฉิงก็ยังกังวล “ในความสัมพันธ์นี้ ฉันนั้นเป็นฝ่ายที่อ่อนข้อมาตลอด ฉันเป็นคนที่วิ่งไล่ตามเขามาตั้งแต่แรก เพราะงั้นฉันกลัวมากเลยค่ะว่าจะทำอะไรขัดกับความต้องการของเขา เขาจะไม่ชอบฉัน ฉะนั้นก็จะจากไปในที่สุด”
“เด็กโง่” ติงยียีกอดเธอ “ในความรัก ไม่ต้องมองว่าต้องเองนั้นด้อยค่าเกินไป ต้องเชื่อว่าตัวเองนั้นมีค่าพอที่จะถูกรัก ตัวเองสามารถที่จะรัก”
สีหน้าของเย่ชูฉิงก็ได้ดีขึ้น “อืม!”
เวลานี้ โทรศัพท์ของติงยียีดังขึ้น ซ่งเมิ่นเจ๋โทรมา ติงยียีเปิดลำโพง “ฉันเตรียมตัวกลับประเทศแล้ว พวกเธอเที่ยวสนุกกันไหม?”
ติงยียียิ้มแล้วก็มองเย่ชูฉิงสักพัก “สนุกสิ ที่นี่สวยมากๆ เลยล่ะ”
“จริงเหรอ? หวังว่าต่อไปจะมีโอกาสไปเที่ยวที่นั่น” ซ่งเมิ่นเจ๋หัวเราะแล้วพูด
“พี่เมิ่นเจ๋พี่จัดการเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ? มาเที่ยวเล่นที่นี่เลยไหม?” เย่ชูฉิงพูด
ปลายสายนิ่งไปสักพัก “รบกวนพวกเธอไหม?”
“ไม่นะคะ คนยิ่งเยอะยิ่งสนุกค่ะ ใช่ไหมพี่ยียี?” เย่ชูฉิงมองไปทางติงยียีแล้วกะพริบตา ท่าทางน่ารักมากๆ
ติงยียีคิดๆ ก็คิดว่าถูก ก็ได้พูด “เมิ่นเจ๋ถ้าเธอไม่รีบก็มาเที่ยวด้วยกันไหม?”
“งั้นก็ได้ งั้นฉันบินไปนะ” ซ่งเมิ่นเจ๋ตกลงอย่างรวดเร็ว
วางสาย ติงยียีก็ยังถามไปว่า “เราปล่อยวางได้แล้วเหรอ?”
“วันนั้น เธอพูดอวยพรพวกเรา ฉันคิดว่าคำอวยพรนั้นก็หมายถึงเธอได้ปล่อยวางแล้ว” เย่ชูฉิงลูบท้อง “อีกอย่างฉันก็ได้ท้องลูกของโจ๋ซวน ยังจะเกิดเรื่องอะไรได้อีกคะ”
เห็นว่าเธอปล่อยวาง ติงยียีก็ดีใจมากๆ หินในใจก็ได้วางลงสักที
เห็นซ่งเมิ่นเจ๋ เย่เนี่ยนโม่ก็ได้มองไปทางไห่โจ๋ซวนอย่างระวัง อีกฝ่ายก็ได้มองเขา สายตาก็ได้เต็มไปด้วยความหนักแน่น
มื้อดึกตรงโต๊ะอาหาร เย่ชูฉิงกินสเต๊กไปสองคำ พึ่งวางซ้อมลง คิ้วยังไม่ทันได้ขมวด น้ำแก้วหนึ่งก็ได้วางอยู่ด้านซ้ายของเธอ
ซ่งเมิ่นเจ๋หัวเราะพูด “พวกเธอนี้รักกันจริงๆ แต่ท่าทางก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร”
เย่ชูฉิงก้มหน้าด้วยความเขินอาย “ไม่หรอกค่ะ”
“คนนั้นจะเจอกับคู่ควรที่เหมาะสมกับตัวเอง ถ้าไม่เหมาะสมไม่ว่าบังคับยังไงก็ไม่มีประโยชน์” เย่เนี่ยนโม่พูดไปเรียบๆ
ซ่งเมิ่นเจ๋ทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย มุมปากก็ได้มีรอบยิ้มมาปิดบัง ยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบ “หวังว่าเป็นแบบนั้น”
ตกดึก ติงยียีพลิกตัวไปมา เย่เนี่ยนโม่ทนไม่ไหว ก็ได้คว้าคนมากอดไว้ ก้มหน้าแล้วก็จูบไปที่หน้าผากของเธออย่างหนัก “คิดอะไรอยู่ครับ?”
ติงยียีเงยหน้า “ตอนนั้นเมิ่นเจ๋คิดว่าโจ๋ซวนชอบฉัน ถึงขั้นที่จะตัดความเป็นเพื่อนกับฉัน ฉันคิดว่าเธอหลงมากเกินไป ตอนนี้เธอคิดแบบนั้นได้ ฉันดีใจจริงๆ ค่ะ”
“หวังว่าเป็นแบบนั้น” ในที่ที่เธอมองไม่เห็น สายตาของเย่เนี่ยนโม่ก็ได้เข้มขึ้น
รอให้คนข้างๆ ได้หลับสนิทเขาก็ได้ลุกขึ้น ช่วยเธอห่มผ้าห่มให้ดีๆ พึ่งออกจากห้องก็ได้เจอกับไห่โจ๋ซวนที่พิงอยู่ที่ผนังห้อง
ไห่โจ๋ซวนยืนตรงๆ “ดื่มหน่อยไหม?”