ตอนที่ 1796
บทที่ 1796 เข้าใกล้ความจริง
October 28, 2026
วันต่อมาที่เรือนจำ
“พวกเราสืบมาได้แล้วว่าหลังจากที่เสี่ยวชิวเกิดเรื่องอยู่ๆ เก๋อเฟิ่งก็ได้เงินก้อนโต เงินก้อนนั้นเป็นของคุณ ทำไมคุณต้องเอาเงินก้อนนั้นให้เขา คุณไม่ได้เป็นคนชนเสี่ยวชิวตายใช่ไหม!”
เย่ป๋อมองเขาอย่างเย็นชา สายตาที่แหลมคมนั้นได้มองตามสีหน้าของเขา เหมือนว่าอยากจะใช้วิธีนี้จับพิรุธ
เหยนหมิงเย้าก็ได้พิงตัวไปที่พนักเก้าอี้ “ฉันไม่รู้จักเก๋อเฟิ่งอะไรนั้น ฉันไม่ได้สูงส่งถึงขั้นเอาชีวิตของตัวเองไปเข้าคุกแทนคนอื่น” ตัวเขาได้เอียงไปข้างหน้า “อีกอย่างคนที่เกลียดเก๋อเฟิ่งมากที่สุดคือฉัน ถ้าเกิดไม่มีมันฉันก็ไม่ต้องมาติดคุก”
สายตาที่เย็นชาของเขาได้มีความใจเย็นอยู่ ก็เหมือนว่าเขาเป็นคนที่ชนจริงๆ และเขานั้นก็แค่รับผิดชอบไปเท่านั้น
เย่ป๋อลุกขึ้นหันตัวแล้วก็เดินจากไป เสียงของเหยนหมิงเย้าดังมาจากข้างหลัง “หล่อนก็แค่ต้องการคนมารับผิดชอบไม่ใช่เหรอ? นี่ยังไม่พออีกเหรอ?”
“ที่เธอต้องการคือความจริงกับความยุติธรรม” เย่ป๋อไม่ได้หันไป ก็ได้หลับตาด้วยความเหนื่อยล้า ตอนที่ลืมตาอีกครั้งนั้นก็ได้เต็มไปด้วยความแน่วแน่
เดินออกจากเรือนจำ มือที่ได้กำแน่นอยู่ข้างตัวเย่ป๋อก็ได้คลายลงอย่างหมดแรง ยกมือขึ้นแล้วก็โทรออก “คุณชายครับ เหยนหมิงเย้าไม่ยอมพูดความจริงครับ”
เย่เนี่ยนโม่วางสายไป สีหน้าจริงจังสักพัก มันอ่อนลงหลังจากโบรชัวร์ที่ส่งให้เขา
“ใครโทรมาคะ?” ติงยียีได้พลิกโบรชัวร์ไปแล้วก็พูดไป
เย่เนี่ยนโม่ก็ได้จัดปลายผมของเธอ “เย่ป๋อ ไม่มีอะไรคืบหน้า”
ติงยียีถอนหายใจ สีหน้าได้ไม่เป็นธรรมชาติขึ้นมา “ฉันไม่รู้ว่าจะควรพูดออกไปดีไหม?”
ได้กอดเธอมาในอ้อมกอด ให้เธอนั้นนอนอยู่บนตักของเขา เย่เนี่ยนโม่ก้มหน้าจูบเธอ “ว่ามาเถอะ”
“เหยนหมิงเย้าชอบอ้าวเสว่” ติงยียีสันนิษฐานออกไป “ถ้าเกิดเรื่องนี้อ้าวเสว่เป็นคนทำ เหยนหมิงเย้าชอบเธอ เพราะงั้นก็เต็มใจที่จะเข้าคุกแทนเธอ จากนั้นก็ใช้เงินไปติดสินบนเก๋อเฟิ่ง”
“ทำไมหล่อนต้องชนชิวไป๋?” เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้วถาม
ติงยียีนิ่งไปสักพัก มือที่ได้ถือสมุดก็ได้กำแน่นเล็กน้อย กลืนน้ำลายอย่างลำบาก “ถ้าเกิด ฉันว่าคนที่เธออยากจะชนจริงๆ อาจจะเป็นฉันค่ะ”
เย่เนี่ยนโม่พูด “แต่ว่าพวกเธอเป็นพี่น้องแท้ๆ”
“นั่นสินะคะ พี่น้องแท้ๆ ไม่แน่ทั้งหมดนี้ฉันอาจจะคิดผิดก็ได้” ติงยียีพูดออกมาเบาๆ แววตาก็ได้มีความกังวลที่ยากจะจางหาย
ใบโบรชัวร์ก็ได้เอามาปิดหน้าเธอ เสียงของเย่เนี่ยนโม่ก็ได้ดังขึ้น “ที่นี่ไม่เลว”
“เทควันโดบ้าคลั่ง มีครูผู้หญิงโดยเฉพาะ” ติงยียีก็ได้อ่านออกมาทีละคำ แล้วก็ได้เอาโบรชัวร์อันอื่นมาอ่าน “เหมือนว่าที่นี่ไม่เลวนะคะ คุณคงไม่ได้คิดว่าการที่ฉันอยู่ๆ อยากเรียนเทควันโดเป็นเรื่องเด็กเล่นใช่ไหม?”
เย่เนี่ยนโม่เอาโบรชัวร์จากมือเธอเตรียมตัวโทรไป ได้ยินแบบนั้นก็ได้พูดออกมาเรียบๆ ว่า “ยังไงซะเธอก็ไม่ชนะผม”
“ใครว่าค่ะ! ฉันต้องตั้งใจเรียนแน่ค่ะ!” ติงยียียื่นมือจะไปแย่งโบรชัวร์จากเขา
เย่เนี่ยนโม่ยื่นมือที่ถือโบรชัวร์ขึ้น แล้วก็โทรไป “เดือนละห้าพันใช่ไหมครับ? ครับ ขอครูผู้หญิง”
วางสายลง ติงยียีก็ได้เปลี่ยนนอนหมอบที่ตักของเขาแล้ว หลังหัวได้หันไปทางเขา
เขาได้มองเธอด้วยความรัก แต่ว่าข้างในได้คิดไปมากกว่านั้น เรียนอะไรที่สามารถป้องกันตัวได้หน่อยก็ดี ไม่หวังว่าเธอนั้นจะสามารถเรียนได้ให้สมกับค่าเรียน แค่หวังมันจะเป็นทางเลือกสุดท้ายในตอนที่อันตราย
สำหรับคนชุดดำพวกนั้น เขารู้สึกว่า แค่จัดการเรื่องของชิวไป๋ได้แล้ว ก็ห่างจากวันที่กระชากมันออกมาไม่ไกลแล้ว
วันต่อมา
เย่เนี่ยนโม่ส่งติงยียีไปที่โรงฝึกเทควันโด เธอเข้าไปในโรงฝึก ไม่นานก็ได้มีผู้หญิงคนหนึ่งมาต้อนรับ
“สวัสดีค่ะ ฉันเป็นครูฝึกหญิงโจวเหมย ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
ติงยียีเห็นว่าเธออายุไม่มาก สวมชุดชั้นในโยคะและเลกกิ้ง รูปร่างดีมากๆ บวกกับอีกฝ่ายได้ยิ้มมาอย่างจริงใจ ก็ได้ยิ้มกลับ “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อติงยียี”
“คนที่ขับปอร์เช่คนนั้นเป็นแฟนคุณเหรอคะ ฉันเห็นว่าเขาหน้าตาดีมาก น่าจะดูแลร่างกายอยู่ตลอดใช่ไหม” โจวเหมยยิ้มแล้วถาม
ท่าทางของเธอดีมากๆ ทำให้คนนั้นไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดเมื่อถามถึงเรื่องส่วนตัว ติงยียีพยักหน้า “เขาเป็นว่าที่สามีของฉันค่ะ เขานั้นก็ออกกำลังกายที่ยิมในบ้านสองชั่วโมงทุกเช้าจริงค่ะ”
โจวเหมยตาเป็นประกาย “ออกกำลังกายได้ดีเลยค่ะ งั้นคุณไปเปลี่ยนเสื้อก่อน ฉันก็จะไปเปลี่ยนเสื้อเหมือนกัน”
ติงยียีเอาเสื้อไปเปลี่ยนที่ห้องเปลี่ยนเสื้อ ข้างๆ ห้องเปลี่ยนเสื้อผู้หญิงก็เป็นห้องเป็นเสื้อผู้ชาย ตอนที่เธอเปลี่ยนเสื้อเสร็จนั้นก็ได้มีผู้ชายคนหนึ่งเปลี่ยนเสื้อเสร็จแล้วเดินออกมาพอดี
ดูแล้วเขานั้นน่าจะออกกำลังกายบ่อยๆ แต่ไม่เหมือนนักเทควันโดคนอื่นๆ พวกเขาที่พวกเขากำยำมากๆ กลับกันก็ได้ดูดี ทำให้ติงยียีอยู่ก็คิดถึงเจี๋ยเทียนที่อยู่ลาสเวกัส
“ไฮ คิดไม่ถึงว่าจะเจอผู้หญิงที่สวยขนาดนี้ที่นี่นะ” ชายหนุ่มยิ้มแล้วก็พูด แล้วก็ได้เอาแก้วกระดาษข้างๆ ให้เธอ
ติงยียีรับ “ขอบคุณค่ะ”
“ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้น จริงด้วย พ่อแม่ของเธอทำงานอะไรหรือว่าทำธุรกิจอะไร ไม่แน่พ่อแม่ของพวกเรารู้จักกัน” ชายหนุ่มก็ได้ถามต่อ
ติงยียีอึ้ง “พ่อฉันเป็นคนขับรถบรรทุกค่ะ”
“เมื่อกี้เห็นปอร์เช่แล้วแท้ๆ” เห็นได้ชัดว่าชายหนุ่มได้งง “ไม่ต้องปิดบังเหรอ ที่นี่จ่ายแพงขนาดนี้ คนธรรมดานั้นไม่สามารถที่จะจ่ายไหว เพราะงั้นพูดให้ชัดว่าเป็นคนแวดวงเดียวกัน คนแวดวงเดียวกันก็เป็นคนประเภทเดียวกันเธอเข้าใจไหม?” ชายหนุ่มอยากที่จะบรรลุเป้าของตัวเอง
ติงยียีเข้าใจ แต่กลับไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้มากๆ น้ำเสียงของเธอก็ไม่ได้เป็นมิตรเหมือนตอนแรก “ฉันแค่มาแรกเทควันโดเท่านั้นจริงๆ ค่ะ”
เสียงเข้าเรียนได้ดังขึ้น ติงยียีก็ได้เดินผ่านเข้าไป
พอเรียนเสร็จ ติงยียีรู้สึกได้ว่าเอวแล้วก็ขานั้นไม่ได้เป็นของตัวเองแล้ว แขนขาเดินออกไปข้างนอกอย่างเมื่อย ไหล่ก็ได้ถูกคนตบเบาๆ