ตอนที่ 1797
บทที่ 1797 อยู่ที่บ้านพ่อตา
October 28, 2026
เย่เนี่ยนโม่ก็ได้ตอบตกลงไปเลย เห็นเขา ติงเหม่ยหรงก็ได้รีบเข้าไปต้อนรับ “ยินดีต้อนรับจ๊ะ พึ่งถูพื้นเสร็จระวังลื่นนะจ๊ะ”
ติงต้าเฉินกำลังเล่นหมากรุกจีนกับตัวเอง เห็นเขาก็ได้รีบทัก “เล่นหมากรุกเป็นไหม?”
“เป็นนิดหน่อยครับ” เย่เนี่ยนโม่ก็ได้พับแขนเสื้อไปนั่งตรงข้ามติงต้าเฉิน ทั้งสองก็ได้เล่นหมากรุกจีนกัน
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง “รุกฆาต!” ใบหน้าติงต้าเฉินเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “พ่อหนุ่ม ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ แต่ว่าเราทำได้ดีมากแล้ว สมัยนี้หนุ่มสาวที่เล่นหมากรุกเป็นมีน้อยมาก”
“คุณพ่อเก่งมากครับ” เย่เนี่ยนโม่พูดออกไป
ติงต้าเฉินได้ยินก็ยิ่งมีความสุข ก็ได้พูดไปว่า “คืนนี้ฝนตกหนักขนาดนี้กลับไปเล็กก็ไม่สะดวกเอามากๆ งั้นนอนที่นี่เลย ห้องของยียีก็กว้างมากนะ”
ต่อให้เย่เนี่ยนโม่เป็นว่าที่สามี พอพูดเรื่องนี้ต่อหน้าพ่อของตัวเอง ติงยียีก็ยังหน้าแดง
สายตาของเย่เนี่ยนโม่ก็ได้เป็นประกาย ใบหน้าก็ได้พูดเรียบๆ ว่า “ได้ครับ คุณพ่อ”
ในห้อง ติงยียีก็ได้เอาครีมอาบน้ำอันใหม่ไปไว้ในห้องน้ำ จากนั้นก็ได้ค้นหาเสื้อผ้าในตู้ แล้วก็บ่นออกมาว่า “ไม่มีเสื้อที่เหมาะกับคุณเลย? ตัวนี้ไม่ได้ ตัวนี้ต้องเล็กไปแน่ๆ”
เย่เนี่ยนโม่เอาผ้าขนหนูเข้าไปในห้องน้ำ ผ้าไปสักพัก ท่องล่างก็ได้พัดผ้าขนหนูตัวหนึ่งออกมา รูปร่างได้ดูดีสุดๆ
“ทำไมคุณไม่สวมเสื้อคะ?” ติงยียีมองใจเต้นแรง ก็ได้แกล้งทำเป็นดุออกมา
เย่เนี่ยนโม่เดินเข้าใกล้เธอ แล้วก็กอดเอวของติงยียีเข้ามา เธออย่างจะดิ้น สองมือที่แตะโดนหน้าอกของเขาก็ได้รีบเก็บเข้ามา
พึ่งโดนเตียง ติงยียีก็ได้รีบโดดออกจากเตียงแล้วก็จะเข้าไปในห้องน้ำ รู้สึกเขินเอามากๆ คุณพ่อกับคุณอายังอยู่นะ ทำเรื่องแบบนั้นฆ่าเธอจะดีกว่า!
ขาที่ว่างเปล่าก็ได้ถูกจับ เย่เนี่ยนโม่ก็ได้จับตัวเธอกลับมาอย่างง่ายดาย แล้วก็ตบไปที่ก้นของเธอเป็นการลงโทษ “อยู่นิ่งๆ”
มือของเขาพึ่งแตะไปที่น่องของเธอ เธอก็ได้รีบขยับไปข้างหลัง หาจังหวะเหมาะแล้วก็ได้วิ่งลงจากเตียง พูดเสียงเบาว่า “ฉันไม่เอานะคะ!”
สายตาของเย่เนี่ยนโม่ก็ได้เต็มไปด้วยความสงสัย “ไม่นวดละก็กล้ามเนื้อของเธอพรุ่งนี้ต้องเจ็บมากๆ แน่”
“คะ?” ติงยียีเอียงหัว ใบหน้านั้นได้อย่างขำและก็ทำตัวไม่ถูก
เธอก็ได้กลับไปนอนอย่างว่าง่าย เย่เนี่ยนโม่ก็ได้เอาแอคทีฟออยล์ออกมา เทไปที่มือแล้วก็ช่วยเธอนวดกล้ามเนื้อที่น่อง
ติงยียีนอนเล่นโทรศัพท์ ข้อความในโทรศัพท์ก็ได้ดัง เย่ชูฉิงถาม “พี่สะใภ้ พี่นอนหรือยังคะ?”
นิ้วของเธอได้ขยับ “ยังไม่นอนเลย ให้ฉันเรียกเขาให้ไหม?”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ โจ๋ซวนพึ่งไปจัดการงานที่บริษัทนิดหน่อย ฉันเบื่อมากอ่ะค่ะ ก็เลยอยากจะคุยกับพี่”
ในบริษัท ตาของซ่งเมิ่นเจ๋ก็ได้มีน้ำตา “ขอโทษ ฉันไม่รู้ว่าตอนนั้นทุกคนอยู่หมด ฉันก็แค่อยากจะถามว่านายมีเวลาไหม ฉันได้ต้มซุปมา”
ไห่โจ๋ซวนได้อารมณ์ไม่ดีเพราะคำพูดของเย่เฟิ่งหยี เห็นท่าทางที่ร้องไห้ของเธอก็รู้ว่าตัวเองมาใส่อารมณ์กับเธอนั้นมันผิด “ฉันจะจัดการเรื่องงาน เธอกลับไปเถอะ”
“โจ๋ซวน” ซ่งเมิ่นเจ๋ขยับเข้าไป สองมือได้กอดเอวของเขา หัวก็ได้แนบไปที่หลังของเขา พูดออกมาว่า “นายสามารถให้ความอ่อนโยนกับฉันเล็กน้อยก็ดีมากแล้ว ขอบคุณนะ”
คืนนั้น มีคนอยู่กับความเหงา มีคนสนุกกับมัน มีคนเศร้ามีคนหัวเราะ
วันต่อมาไปที่โรงฝึกเทควันโด โจวเหมยก็ได้เดินมาอีกครั้ง สอนท่าเล็กน้อยกับติงยียีเสร็จก็ได้เริ่มถามเรื่องของเย่เนี่ยนโม่
ติงยียีรู้สึกว่ามันแปลกๆ แต่ว่าก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไง ก็ได้ตอบแบบส่งๆ กับเธอไป
พักเที่ยงก็ได้ไปทานข้าวแถวๆ นั้น ติงยียีนั่งติดหน้าต่าง ก็ได้รอมื้อเที่ยงของเธออย่างเบื่อๆ
นอกหน้าต่าง ผู้หญิงสวมเสื้อคาร์ดิแกนสีเบจและกระโปรงยาวค่อยๆ เดินขึ้นบนสะพานลอย ในมือก็ได้ถือถุงๆ หนึ่ง
เธอหรี่ตาลงไปดู นี่เป็นแม่ของเหยนหมิงเย้าคุณน้าจิ่วจิ่วไม่ใช่เหรอ?
มองคุณน้าจิ่วจิ่วที่เดินสะพานลอยไปอีกข้าง เธอเงยหน้า ตรงข้ามศูนย์บำบัดมะเร็ง ตอนที่เธอตั้งสติได้นั้นก็พบว่าได้ตามมาแล้ว
“คุณน้าจิ่วจิ่ว!” ติงยียีก็ได้เรียกเธอ
จิ่วจิ่วหันหน้าไปอย่างประหลาดใจ ใบหน้าที่ซีดของเธอพอเห็นติงยียีก็ได้ยิ้มอย่างมีความสุข “หนูเองเหรอ ดีใจที่เจอหนูที่นี่นะ”
ติงยียีมองตึกที่อยู่ข้างหลังเธอ ก็ได้พูดอย่างติดๆ ขัดๆว่า “คุณน้าไม่สบายเหรอคะ?”
จิ่วจิ่วพยักหน้า ก็ได้ทัดผมที่โดนลมพัดไว้ที่หลังหู พูดเรียบๆ ว่า “ช่วงนี้รู้สึกว่าหน่วงๆ ที่อก หมอก็ให้น้ามาถ่ายเอกซเรย์ ไม่เป็นอะไรหรอกจ้ะ”
ริมฝีปากของเธอได้ซีดกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย สีหน้าก็ไม่ดี ใต้กรอบตาก็ได้คล้ำเล็กน้อย รูปร่างได้ผอมลงมาก ติงยียีไม่วางใจ ก็ได้หาข้ออ้าง “เพื่อนของหนูอยู่ในนั้น หนูไปหาเขาเพราะมีธุระพอดี ไปด้วยกันเถอะค่ะ”
จิ่วจิ่วก็ไม่ได้พูดอะไร พยักหน้าตกลง ในห้องทำงานของหมอ หมอก็ได้ช่วยจิ่วจิ่วตรวจสักพัก “ไม่เป็นไรมากครับ แค่หน้าอกก็อักเสบนิดหน่อย ทานยาตามเวลาก็หายครับ ต้องมีอารมณ์ที่ดีไว้นะครับ อายุช่วงนี้จะเศร้าเกินไปไม่ได้”
จิ่วจิ่วพยักหน้าพูดเรียบๆ “ก็ไม่มีอะไรที่ฉันต้องเป็นห่วงค่ะ ขอบคุณค่ะคุณหมอ”
ออกจากโรงพยาบาลเป็นเพื่อนจิ่วจิ่ว ติงยียีก็ยังไม่วางใจเล็กน้อย “ให้หนูส่งน้ากลับบ้านเถอะค่ะ”
“ถ้าเกิดคนที่หมิงเย้าชอบเป็นหนูตั้งแต่แรกก็คงดี” อยู่ๆ จิ่วจิ่วพูดออกมา เธอก็ได้ค่อยๆ เดินไป “น้าถึงตอนนี้ก็ไม่กล้าที่จะเชื่อว่าลูกของน้าจะทำเรื่องชนแล้วหนีออกมาได้ เขาสามารถที่จะทำผิด แต่ว่าทำความผิดแล้วหนีไม่ได้”