ตอนที่ 1798
บทที่ 1798 เปิดเผยความผิดพี่สาว
October 28, 2026
“ทำไมเธอโหดร้ายแบบนี้! นั้นเป็นคนคนหนึ่งเลยนะ!” ติงยียีเข้าไปด้วยความโมโห กัดฟันแน่นพยายามควบคุมตัวเองที่กำลังเข้าไปแก้แค้นแทนชิวไป๋
เธอยิ่งโมโห อ้าวเสว่ยิ่งใจเย็น “ฉันบอกแล้ว หลักฐานล่ะ?” เธอก็ได้วางหวี่ลง “เหยนหมิงเย้าก็ได้สารภาพแล้ว โรคหวาดระแวงของเธอน่ะเพลาๆ ได้แล้ว”
ติงยียีพิงไปที่กำแพงอย่างอ่อนแรง เต็มไปด้วยความหงุดหงิด ต่อให้รู้ว่าอ้าวเสว่เป็นคนฆ่า แต่ว่าเธอไม่มีหลักฐานก็จะจับเธอไม่ได้
มองเธอที่พูดอะไรไม่ออก อ้าวเสว่ก็ได้ลุกขึ้นมองหน้าเธอ “เธอที่กตัญญูแบบนี้ งั้นฉันก็จะจับตาดูเธอที่พยายามส่งพี่สาวของตัวเองเข้าคุก ถึงตอนนั้นเธอจะพูดกับคุณพ่อยังไง เขาก็เป็นคนแก่นะ”
“ฮ่าๆๆ” อ้าวเสว่ก็ได้หัวเราะแล้วเดินออกมา เสียงหัวเราะได้ดังไปทั้งทางเดิน ทำให้คนโมโหจนเป็นบ้า แต่ก็กลับทำให้คนนั้นทำอะไรไม่ได้
นอกบ้านพัก เย่เนี่ยนโม่พิงอยู่ข้างรถ เลิกคิ้ว “คุย?”
“อ้าวเสว่เป็นคนชนชิวไป๋” ติงยียีก็ได้เอาเรื่องที่ตัวเองตรวจสอบพร้อมเหตุผลเล่าให้เขาฟัง
เย่เนี่ยนโม่ฟังจนจบเงียบๆ พูด “ที่หล่อนพูดก็ถูก หล่อนเป็นพี่สาวของเธอ ถ้าเกิดเธอเปิดโปงความผิดหล่อน งั้นทางลุงสวีเธอจะพูดยังไง”
“ไม่ได้ค่ะ ต่อให้เจ็บปวดขนาดไหน ฉันก็ไม่มีทางยอมแพ้” ติงยียีมองไปนอกหน้าต่างแล้วก็พูดเรียบๆ
กลับไปที่ตระกูลเย่ เย่เนี่ยนโม่ก็ได้พูดกับเซี่ยชีหรั่น เซี่ยชีหรั่นก็รู้สึกว่าดี ก็ได้ไปหาจิ่วจิ่วด้วยตัวเองทันที
เย่เฟิ่งหยีกำลังคัดเลือกรายชื่อแขกที่มางานแต่ง เห็นติงยียีก็ได้พูด “ยียี ช่วงนี้หนูก็จัดการรายชื่อแขกที่จะเชิญมานะ ย่าจะมานับดู?”
ติงยียีลำบากใจ ใบหน้าก็ยังมีรอยยิ้ม “คุณย่าค่ะ ก็มีไม่กี่คนค่ะ มีแค่คุณพ่อกับคุณอาพวกนั้นค่ะ”
“อ้อ จริงด้วย เฮ่าหรันว่าไงบ้างล่ะ?” เห็นได้ชัดว่าเย่เฟิ่งหยีคิดว่าคนที่ติงยียีพูดถึงเป็นสวีเห้าเซิง
เย่เนี่ยนโม่ก็ได้พูดแก้สถานการณ์ว่า “เอาตามที่คุณย่าจัดการเลยครับ”
“ได้ๆๆ” เย่เฟิ่งหยีเห็นว่าทั้งสองคนจะทำตามที่เธอจัดการ ก็ได้ดีใจ รายชื่อที่พลิกก็ได้พลิกอย่างแข่งขันกว่าเดิม
กลางดึก นาฬิกาก็ได้ยังเดินอยู่ คนบนเตียงได้พลิกตัวไปมา ขมวดคิ้วแน่น เห็นได้ชัดว่าหลับไม่สบาย
“เธอเป็นพี่สาวของเธอ เธอจะส่งเธอเข้าคุกเข้าไปได้ยังไง เธอทำร้ายชีวิตของเขา!”
สวีเห้าเซิงก็ได้ผมขาวภายในข้ามคืน เขาได้มองเธอด้วยความโมโห นิ้วก็ได้ชี้เธอ “เธอเป็นพี่สาวแท้ๆ ของเธอ!”
ติงยียีอยากจะอธิบาย “ไม่ เธอควรที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำของเธอ เธอเคยคิดถึงความเจ็บปวดของพ่อแม่ที่เสียลูกไปบ้างไหม”
“ข้ออ้าง” โลกที่มืดมิดก็ได้มีแสงส่งเข้ามา อ้าวเสว่ก็ได้ยืนอยู่ที่แสงนั้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความล้อเลียน “ที่เธอจะส่งฉันเข้าคุก ก็เพราะว่ากลัวฉันจะมีอะไรกับเย่เนี่ยนโม่ ส่งฉันเข้าคุกเธอก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว”
“ไม่ใช่แบบนั้น!” ติงยียีส่ายหน้า มองแสงสว่างที่ได้ค่อยๆ ส่องมาที่ตัวเอง ใบหน้าที่ถูกไฟส่องของอ้าวเสว่ก็ได้เข้ามาใกล้เรื่อยๆ เสียงก็ยิ่งอยู่ยิ่งชัด “มันเป็นแบบนั้น เธอเป็นคนเห็นแก่ตัว เห็นแก่ตัว!”
“ไม่!” ติงยียีก็ได้ตะโกนพร้อมตื่นขึ้นมา ร่างกายก็ได้ชุ่มไปด้วยเหงื่อ เธอได้เช็ดเหงื่อบนหน้าผากแล้วก็มองเวลาที่นาฬิกาแขวงผนัง ตีหนึ่ง
เดินไปที่ระเบียง ลมที่พัดมาทำให้ความคิดที่สับสนของเธอได้สดชื่นขึ้น เธอหายใจหนักๆ แล้วก็ก้มหน้า นัยน์ตาได้บีบเล็ก
ที่ตรงนั้นเป็นที่ที่ชิวไป๋จอดรถอยู่บ่อยๆ และตอนนี้ได้โล่งลง มีแค่ไฟข้างทางที่ส่งแสงอยู่อย่างโดดเดี่ยว แสงไปสีส้มได้ส่องมาที่พึ่ง และก็ได้มีแมลงบินไปในบางครั้ง ทำให้มีเงา
“ชิวไป๋ ขอโทษ” เธอก็ได้พูดเสียงเบา ความอึดอัดในใจไม่สามารถที่จะระบายออกไปได้ เธอได้เปิดวีแชทโมเมนต์ แล้วก็ได้เจอโพสต์ที่โพสต์เมื่อห้านาทีที่แล้วของซ่งเมิ่นเจ๋
“นี่เป็นซุปแห่งความรักนะ หวังว่าคนคนนั้นจะชอบ” แล้วก็ได้มีรูปประกอบ
ติงยียียิ้ม แล้วก็ได้เม้นต์ว่า “ทำไมยังไม่นอน? คนที่เธอรอคอยเป็นฉันเหรอ?”
พึ่งกดส่ง ซ่งเมิ่นเจ๋ก็ได้โทรมา “ยากที่เธอยังไม่นอนนะเนี่ย”
ติงยียีถอนหายใจ “นอนไม่หลับ”
“เป็นอะไรไป?” ซ่งเมิ่นเจ๋ฟังออกถึงความเหนื่อยล้าจากน้ำเสียงของเธอ ถามอย่างเป็นห่วง
ติงยียีก็ได้เล่าเรื่องทุกอย่างให้เธอฟังทั้งหมด “ตอนนี้ฉันอึดอัดมาก ฉันทำผิดเหรอ? หรือว่าคนในครอบครัวทำผิดแล้วไม่ควรที่จะได้รับโทษเหรอ?”
“ยียี ถ้าเกิดคุณพ่อติงเป็นคนทำผิด เธอยังยืนยันที่จะทำแบบนี้ไหม?” อยู่ซ่งเมิ่นเจ๋ถาม แล้วก็ได้ยินว่าปลายสายได้หายใจหนักขึ้น เธอก็ได้ถอนหายใจ “ไหนๆ เธอได้คิดไว้แล้ว ก็ไปทำเถอะ ไม่อย่างนั้นชาตินี้เธอต้องใช้ชีวิตอย่างไม่สบายใจแน่”
วางสาย เธอก็ได้เอาโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง ก็ได้คิดว่าคนคนนี้ไม่มีทางที่จะอ่านข้อความ ผ่านไปสักพักเธอก็ได้เปิดรายชื่อขึ้นมา แล้วก็โทรหาเย่ป๋อ
“ฮะโหล” เสียงในสายดังชัดเจน ไม่รู้เลยว่าเมื่อกี้เขากำลังนอนอยู่
ซ่งเมิ่นเจ๋เล่นสายห้อยโทรศัพท์ “เย่เนี่ยนโม่ได้บอกกับนายไหมว่า อ้าวเสว่ที่เป็นคนชนชิวไป๋จนตาย?”
ปลายสายนั้นเป็นความเงียบที่ยาวนาน ตอนที่เย่ป๋อพูดนั้น เสียงนั้นได้แหบเล็กน้อย “หลักฐาน”
“ไม่มี ทั้งหมดยียีเป็นคนบอกฉัน ที่ฉันบอกนาย ก็แค่อยากที่จะขอบคุณนายที่อยู่เป็นเพื่อนฉันในช่วงที่ฉันเสียใจที่สุด บายๆ”
วางสาย เธอก็ได้เอาโทรศัพท์ออกมาอีกครั้ง เปิดวีแชทโมเมนต์ พิมพ์ “ผู้ชายที่ฉันรักที่สุดคนนั้น ฝันดีค่ะ”
วันต่อมา บริษัทเย่ซื่อ
“ฉันต้องการรู้ว่าช่วงนี้อ้าวเสว่ไปไหนบ้าง ยิ่งละเอียดยิ่งดี” เย่เนี่ยนโม่พลิกเอกสารไปแล้วก็พูดไป
เย่ป๋อยืนอยู่ข้างๆ เขา เป็นครั้งแรกที่ไม่ได้รีบไปทำตามคำสั่งของคุณชาย ใบหน้าที่ใสนั้นก็ได้มีความดื้อปนอยู่