ตอนที่ 1772
บทที่1772 การกลับมาของเพื่อนเก่า 1612
October 28, 2026
กลับมาถึงเมืองตงเจียง เสื้อผ้าบนตัวแห้งไปครึ่งหนึ่งแล้ว ด้านหลังมีคนคนหนึ่งตามติดหลังเธอมาตลอด เธอกลับไม่รู้ตัว
“แม่หนู ระวังกระเป๋าข้างหลังของตัวเองด้วยนะ” ผู้หญิงที่จูงเด็กอยู่ข้างๆคนหนึ่งลดเสียงต่ำลง
ติงยียีหันหลังไป พบเข้ากับชายในวัยยี่สิบต้นๆคนหนึ่งพอดี ชายคนนั้นกำลังจะหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอออกจากกระเป๋าสะพายหลัง เห็นแบบนี้ก็รีบใส่ลงในเสื้อแจ็คเก็ตของตัวเอง
“เอาโทรศัพท์คืนมานะ” ติงยียีพูด
ชายคนนั้นพูดอย่างดูถูก: “มือถืออะไร ตาข้างไหนของเธอที่เห็นฉันหยิบไป?”
คนรอบข้างทยอยเดินอ้อมพวกเขาไป กลายเป็นช่องว่างระหว่างทั้งสองคน ติงยียีทั้งโกรธทั้งร้อนรน “เห็นชัดๆว่าเป็นคุณ ไม่อย่างนั้นคุณก็ควักออกมาจากกระเป๋าของคุณสิ โทรศัพท์ของฉันจะต้องอยู่ในกระเป๋าของคุณแน่”
“เธอบอกให้ควักก็ควักหรอ? เธอเป็นตำรวจหรือไง? เป็นตำรวจค่อยมาคุยกับฉัน!” ผู้ชายหันหลังกลับคิดจะเดินจากไปอย่างได้ใจ สักพักก็ถูกติงยียีดึงเอาไว้ “ห้ามไป!”
แขนของชายคนนั้นคลายออกตามการกระทำของเธอ โทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งร่วงลงมา คนรอบข้างยิ่งเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นอย่างเงียบๆ ไม่มีใครเข้าไปยุ่งเรื่องคนอื่น
ผู้ชายอายจนโกรธ ยกเท้าขึ้นตั้งใจจะเตะโทรศัพท์บนพื้น “หยุดนะ!”
ในฝูงคนมีผู้หญิงคนหนึ่งโผล่ออกมา เธอสวมเสื้อยืดเรียบง่ายกับกางเกงยีนส์ ใบหน้าตากแดดจนเป็นผิวสีข้าวสาลีที่สุขภาพดี
ติงยียีมองเธออย่างตะลึงงัน “เมิ่นเจ๋?”
ตอนที่ซ่งเมิ่นเจ๋พุ่งออกมาจากฝูงคนหัวขโมยก็เดินไปแล้ว เธอก้มหน้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พอเห็นคนในหน้าจอโทรศัพท์ก็ตกตะลึง “คุณรู้จักเย่เนี่ยนโม่หรอ?”
พอพูดจบเธอก็ยิ้มเล็กน้อย พูดอย่างไม่ใส่ใจว่า: “ผู้ชายแบบนั้นมีผู้หญิงหลายคนอยากจะแต่งงานด้วยจริงๆนั่นแหละ ยียีก็ถือว่าพยายามจนประสบความสำเร็จเหมือนกัน”
“เธอเป็นตัวปลอม”
“คุณพูดอะไร?”
เธอมองดูผู้หญิงที่ดูลำบากใจเล็กน้อย แต่สวยมากตรงหน้าอย่างประหลาดใจ คิ้วขมวดเข้าหากัน
ร้านอาหารข้างๆสถานีรถ ซ่งเมิ่นเจ๋ถือแก้วกาแฟ “คุณจะบอกว่าคุณนี่แหละคือติงยียี เพราะรับปากกับท่านนายไว้ว่าจะออกจากเย่เนี่ยนโม่ แต่ไม่คิดว่าอ้าวเสว่กลับทำศัลยกรรมเป็นคุณ แล้วตอนนี้คนที่จะแต่งงานกับเย่เนี่ยนโม่ก็คือเธอ?”
ติงยียีพยักหน้า หัวเราะเยาะตัวเองเล็กน้อย: “มันยากที่จะเชื่อใช่ไหม ทุกคนมองว่าฉันเป็นคนบ้า คนบ้าที่อยากจะแต่งงานกับเย่เนี่ยนโม่”
ซ่งเมิ่นเจ๋พูดว่า “ครั้งนี้ฉันได้รับคำเชิญจากยียีให้กลับมาร่วมงานแต่งงานของเธอ”
ติงยียีพยักหน้า “ฉันไม่สนใจ ฉันแค่อยากจะพาพ่อและป้าของฉันไปลาสเวกัส”
“ถ้าคุณไม่สนใจ หน้าจอของคุณก็คงไม่ใช่เย่เนี่ยนโม่แล้วแหละ” ซ่งเมิ่นเจ๋ลุกขึ้น “เรื่องนี้ฉันจะไปตรวจสอบให้ชัดเจน คุณทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ละกันฉันจะติดต่อหาคุณ”
ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน ด้านหน้าโต๊ะก็มีคนยืนอยู่คนหนึ่ง ซ่งเมิ่นเจ๋เงยหน้าขึ้นมองผู้ชายที่หน้าตาเหมือนกับนักศึกษาวิทยาลัยตรงหน้า
“เสี่ยวติงติง เธอคือใครหรอ?” เจี๋ยเทียนถามอย่างยิ้มกริ่ม มองสังเกตผู้หญิงตรงหน้าที่จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างนิ่งๆ
ซ่งเมิ่นเจ๋ยิ้มเจื่อนๆ “ตอนนี้ฉันเริ่มจะเชื่อว่าคุณคือติงยียีนิดหน่อยแล้ว อย่างไรเสียติงยียีเชี่ยวชาญด้านการดึงดูดผู้ชาย”
เธอหยิบกระเป๋าและลุกขึ้น “ฉันไปก่อนนะ หวังว่าซักวันจะได้เจอกันอีก”
ซ่งเมิ่นเจ๋ออกจากสถานีรถตรงมาที่ตระกูลเย่ ตระกูลเย่ล้วนสดใสไปทั่วทุกที่ เมื่อเห็นเธอ พ่อบ้านจำได้ลางๆ “คุณเป็นเพื่อนของคุณติงสินะ”
ซ่งเมิ่นเจ๋พยักหน้า “ยียีอยู่ไหม?”
พ่อบ้านพยักหน้า แต่กลับละสายตาออกไป “ผู้ช่วยประธานเย่”
เย่ป๋อในมือถือเอกสาร สายตาแค่มองผ่านซ่งเมิ่นเจ๋ ไม่นานก็ละสายตาเดินเข้าไปในห้องรับแขก
ความทรงจำในคืนนั้นผุดออกมาจากส่วนลึกในสมอง ซ่งเมิ่นเจ๋หูแดงขึ้นอย่างกะทันหัน แล้วก็ละสายตาไป
“อยู่ครับ ผมจะพาคุณไป” พ่อบ้านนำทางด้านหน้า ทั้งสองเดินมาถึงหน้าประตูบานหนึ่ง
พ่อบ้านเคาะประตู “คุณติง?”
เสียงด้านในประตูดังออกมา “เข้ามา”
พ่อบ้านช่วยเปิดประตูให้ซ่งเมิ่นเจ๋ แล้วถึงจะจากไป ซ่งเมิ่นเจ๋เดินเข้าไป ห้องที่ใหญ่โตแขวนเต็มไปด้วยชุดแต่งงานทั้งห้อง ร่างร่างหนึ่งกำลังเลือกชุดอยู่หน้าชุดแต่งงาน
อ้าวเสว่หันหน้าไป สีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย “เป็นคุณเหรอ?”
ซ่งเมิ่นเจ๋มองดูทั้งหมดนี้ในสายตา พูดอย่างสงบนิ่งว่า: “ไม่ใช่ว่าเธอเรียกฉันมาเหรอ? ทำไมเธอดูเหมือนไม่ดีใจเลยล่ะ?”
อ้าวเสว่ช็อคมากจริงๆ เธอไม่เคยเรียกซ่งเมิ่นเจ๋เลย ยิ่งไม่มีทางเรียกเธอแน่นอน อย่างเดียวที่สามารถอธิบายได้คือเธอได้รับเชิญมาจากเย่เนี่ยนโม่
กำลังคิดอยู่ ประตูก็ถูกผลักเปิด เย่เนี่ยนโม่เดินมาข้างๆอ้าวเสว่และโอบรอบเอวของเธออย่างเป็นธรรมชาติ “ดีใจไหม?”
อ้าวเสว่ได้แต่พยักหน้า ฉีกยิ้มออกมาแล้วพูดว่า: “ดีใจ” จากนั้นก็หันไปมองซ่งเมิ่นเจ๋ “เมิ่นเจ๋ ฉันดีใจจริงๆที่ได้เจอเธอในงานแต่งงาน!”
“ฉันก็ดีใจมากที่เธอได้แต่งงานกับคนที่เธอชอบนะ” ซ่งเมิ่นเจ๋ยิ้ม
เย่เนี่ยนโม่ปัดผมหน้าของอ้าวเสว่ จูบลงบนหน้าผากของเธอ แล้วพูดว่า: “ผมไปทำงานนะ พวกคุณสองคนคุยกันตามสบาย”
“ฉันอยากไปเยี่ยมท่านนายสักหน่อย” ซ่งเมิ่นเจ๋พูดขึ้นอย่างกะทันหัน
อ้าวเสว่รีบพูดทันที “ช่วงนี้คุณย่าป่วยน่ะ ไม่อย่างนั้นเธอก็คงจะดีใจมากที่ได้เจอคุณ”
เย่เนี่ยนโม่พยักหน้าให้ซ่งเมิ่นเจ๋แล้วเปิดประตูออกไป ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินจากไปไกล อ้าวเสว่ก็หันกลับมาเลือกเสื้อผ้าอีกครั้ง พร้อมพูดว่า: “นั่งตามใจเลยนะ ฉันไม่ทักทายเธอแล้ว”
“ยียี” ซ่งเมิ่นเจ๋มองแผ่นหลังของเธอ “ช่วงนี้มีผู้หญิงคนอื่นมาพัวพันกับเย่เนี่ยนโม่ใช่หรือเปล่า”
อ้าวเสว่เลือกชุดเดรสอย่างชิวๆ “ไม่มีนะ ต่อให้มีก็ไม่เป็นไร เขารักแค่ฉันคนเดียว”
เพิ่งจะสิ้นเสียง เธอก็หันมาอย่างสงสัยเล็กน้อย “เธอพูดเรื่องนี้ทำไม?”
ซ่งเมิ่นเจ๋ส่ายหัว “ไม่มีอะไร”