ตอนที่ 1423
ตอนที่ 1423 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1323
October 28, 2026
“พี่คะ พี่ยียีบอกพี่ว่าฉันอยู่บ้านของพวกเขาเหรอ?” เย่ชูฉิงมองดูสีหน้าท่าทางของเขา ท่ามกลางความตึงเครียดก็ยังมีความหวังอยู่เล็กน้อย
เย่เนี่ยนโม่พยักหน้าช้าๆ เขาไม่ต้องการโกหกเธอ เย่ชูฉิงกลับไปนอนคว่ำหน้าลงบนเตียงหันหลังให้เย่เนี่ยนโม่แล้วเอ่ยว่า : “พี่คะ ฉันง่วงมาก อยากพักผ่อนแล้ว”
เย่เนี่ยนโม่ถอนใจพลางหยิบโจ๊กที่เย็นชืดแล้วขึ้นมาและเดินออกไป ปล่อยให้ตัวเธอได้ลองคิดดูแล้วกัน
“ฉันเกลียดพี่มากที่สุดเลย พี่ยียี” เย่ชูฉิงรำพึงรำพันเสียงค่อย
ติงยียีไม่ได้ยินข่าวคราวของเย่ชูฉิงมาสองสามวันแล้ว เธอกังวลมากจริงๆ วันหนึ่งหลังเลิกเรียนในช่วงเย็น เธอไปที่ห้องภาษานานาชาติด้วยตนเอง เมื่อไห่โจ๋ซวนเห็นเธอก็ทักทายด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
ติงยียีเห็นเขาอ่อนโยนอยู่เสมอ แม้กระทั่งบางครั้งเธอยังสงสัยเลยว่าที่จริงแล้วเขารักหรือเกลียดเย่ชูฉิงกันแน่ ไม่อย่างนั้นจะทรมานเธอมากขนาดนั้นไปทำไม
“มาหาเนี่ยนโม่ใช่ไหม? เดี๋ยวเขาก็กลับมาแล้ว ฉันมีธุระต้องขอตัวก่อน” หลังจากที่ไห่โจ๋ซวนทักทายเธอแล้วก็เดินผ่ากลางจากไปเลย
ในทางเดินที่สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยของชุมชน รถสปอร์ตสีน้ำเงินขับเข้ามาอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักตัวรถได้หยุดลง และยังคงส่งเสียง “ปุๆ”
จางถังที่มีผ้าพันแผลพันอยู่บนหัวลงจากรถมาตรวจดู หลังจากที่มองเห็นกองตะปูกระจัดกระจายอยู่บนพื้น เขาก็เตะรถทันที ช่วงนี้เขาดวงซวยอะไรอย่างนี้ ถูกทุบตีอย่างไม่มีสาเหตุ ตอนนี้รถก็มายางระเบิดอีก
เงาสีดำค่อยๆปรากฏตัวขึ้นหลังเสาไฟฟ้า ไห่โจ๋ซวนมองไปที่จางถังที่กำลังก่นด่าสาปแช่งอย่างเฉยเมยแล้วมือขึ้นวางถุงกระสอบครอบหัวของเขา
“ใครน่ะ!” เสียงของจางถังที่ทั้งตกใจทั้งวิตกกังวลดังขึ้น ไห่โจ๋ซวนโจมตีลงบนกระสอบทันทีแล้วเตะลงไปอย่างเต็มที่อีกสองสามที ก่อนจะพูดเตือนด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า : “ต่อจากนี้ถ้าอยากไปมหาวิทยาลัยอย่างมีความสุขและกลับบ้านอย่างปลอดภัยอย่าได้ทำเรื่องแย่ๆให้มันมากนัก บางคนที่ไม่ใช่คนกากเดนแบบแกจะเสื่อมเสียได้”
“อย่าให้ฉันจับแกได้นะ!” จางถังก่นด่าขณะที่กลิ้งไปมาในกระสอบ ไห่โจ๋ซวนยิ้มแล้วถอยออกมาสองสามก้าวถึงจะเดินจากไป จับเขาได้งั้นเหรอ? เขาจะรอดูก็แล้วกัน
ในตอนนี้เอง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ไห่โจ๋วซวนหยิบขึ้นมารับสาย เมื่อตอบกลับไปด้วยเสียงราบเรียบสองสามคำ สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยแล้วรีบขับรถจากไปทันที
ในตอนที่ไห่โจ๋ซวนรีบมาถึงนั้นกำลังมีควันหนาทึบพวยพุ่งอยู่บนชั้นสองของบ้านตระกูลเย่ นั่นคือสถานที่ที่เย่ชูฉิงอาศัยอยู่ แม่บ้านกำลังสั่งให้ครับใช้ยกน้ำไปดับไฟ
“เกิดอะไรขึ้น!” ไห่โจ๋ซวนตกใจและดึงเย่เนี่ยนโม่มาพูดอย่างรีบร้อน
“ไม่รู้ว่าเธอเผาอะไรจนทำให้เกิดไฟไหม้” เย่เนี่ยนโม่ตอบพร้อมกับมองเขาด้วยสีหน้าท่าทางเคร่งขรึม
ไห่โจ๋ซวนตรวจดูรอบๆ “แล้วเธอล่ะ? เธอไม่ได้อยู่ในห้องหรอกนะ นายรีบพูดสิ!” เขาก็กังวลมากจนแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว ขณะที่ดึงคอเสื้อของเย่เนี่ยนโม่
“ตกลงแล้วนายชอบเธอหรือเปล่า” ในสายตาของเย่เนี่ยนโม่มีความสงสัยอยู่ลางๆ
ไห่โจ๋ซวนปล่อยมืออย่างหดหู่ ภายในใจสงบลงทันควัน ถ้าหากชูฉิงเกิดเรื่อง ตระกูลเย่ไม่สามารถจัดการโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรได้
ไห่โจ๋ซวนล้วงสองมือกลับเข้าไปในกระเป๋ากางเกง แล้วเอ่ยด้วยจิตใจที่มั่นคงขึ้นมาเล็กน้อยแล้วว่า : “ ฉันเห็นเธอเป็นน้องสาวของฉันคนหนึ่ง ฉันจะรู้สึกผิดมากถ้าหากว่าเธอต้องเกิดเรื่องขึ้นเพราะฉัน”
เย่เนี่ยนโม่มองดูสายตาของเขาราวกับต้องการมองหาอารมณ์ที่แตกต่างออกไปแล้วตบไหล่เขาอย่างผิดหวังอยู่ครู่หนึ่ง : “ขอโทษที จากนี้ฉันจะพยายามป้องกันไม่ให้เธอไปไล่ตามนาย”
บนหน้าของไห่โจ๋ซวนที่กำลังยิ้มอยู่นั้น ภายในหัวใจกลับว่างเปล่า เพื่อการแก้แค้น เขาบังคับให้เด็กผู้หญิงดีๆคนหนึ่งต้องตกหลุมผู้ชายคนนี้ แต่เขาไม่มีทางให้ถอยแล้ว
ในโรงพยาบาล เย่ชูฉิงกำลังนอนอยู่บนเตียง เพราะว่าเธอสูดควันเข้าไปเล็กน้อย คุณหมอจึงแนะนำให้เธออยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการเป็นเวลาหนึ่งวัน เซี่ยชีหรั่นมองไปที่เธออย่างจริงจังแล้วถามเย่ชูฉิงว่า : “บอกแม่มา ลูกทำอะไรเมื่อกี้นี้?”
“หนูแค่อยากจะเผารูปของเขาเท่านั้นเองค่ะ” เย่ชูฉิงก้มหน้าลงแล้วพูดเบาๆ
เซี่ยชีหรั่นใจสั่นแล้วดึงเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอดของตนเอง “เด็กโง่ เอาแต่ไห่โจ๋ซวนนั่นเหรอ?”
เย่ชูฉิงพยักหน้า ในเปลวไฟ ความคิดแรกของเธอก็คือพี่โจ๋ซวน บางทีเธออาจจะหมดหวังแล้วจริงๆ
อ้าวเสว่ผลักประตูเข้ามา เซี่ยชีหรั่นเอ่ยด้วยความรู้สึกเสียใจว่า : “เด็กคนนี้นี้ ดึกขนาดนี้แล้วยังจะมาอีกทำไม?”
“น้าเชี่ยคะ ฉันถือว่าพวกคุณเป็นเหมือนคนในครอบครัว เมื่อคนในครอบครัวมีเรื่องฉันก็ต้องมาสิคะ” อ้าวเสว่รักษาสถานะของเธอให้มีความใกล้ชิดกับตระกูลเย่อย่างไม่กระโตกกระตาก และเมื่อกี้นี้เธอได้ส่งข้อความให้ติงยียีเรียบร้อยแล้ว คาดการได้ว่าตอนนี้เธอใกล้จะมาถึงโรงพยาบาลแล้ว ตอนนี้แค่รอให้น้าเชี่ยเดินออกไปก็ใช้ได้แล้ว
“น้าเชี่ยคะ ฉันเดินไปสนามเป็นเพื่อนคุณแล้วกันนะคะ คืนนี้ตื่นเต้นกันมากพอแล้ว ฉันคิดว่าชูฉิงเองก็อยากจะใช้สมาธิเช่นกัน” อ้าวเสว่กล่าว
เซี่ยชีหรั่นพยักหน้าแล้วยืนขึ้นจากนั้นออกไปกับอ้าวเสว่ ติงยียีวิ่งมาถึงโรงพยาบาลพอดี แล้วตามหาจนเจอห้องผู้ป่วยตามการชี้นำของคุณหมอ
“ชูฉิง เธอเป็นยังไงบ้าง? ดีขึ้นแล้วใช่ไหม?” ติงยียีถามอย่างปวดใจ เมื่อได้ยินอ้าวเสว่บอกว่าชูฉิงอยู่ที่โรงพยาบาล เธอก็รีบมาอย่างเร่งด่วนโดยไม่หยุดพักเลย
“เก็บท่าทางไร้สาระของเธอไปเถอะ” เย่ชูฉิงมองไปที่แสงจันทร์นอกหน้าต่างแล้วพูดกับเธออย่างเฉยชา
ติงอีอีผงะไปครู่หนึ่ง ชูฉิงเป็นอะไรไปแล้ว จู่ๆถึงพูดด้วยคำพูดที่ใจดำขนาดนั้นกับเธอ “เธอเป็นอะไรไป? ไม่สบายใจเหรอ?”
“ฉันบอกว่าเธอไม่ต้องมาอีกแล้ว ตอนนี้ฉันไม่อยากเจอเธอ!” เย่ชูฉิงพูดจบแล้วก็มุดเข้าไปอยู่ในผ้าห่มทั้งตัว