ตอนที่ 1004
บทที่ 1004 เขาคงไม่หาไก่มากราบไว้ฟ้าดินแทนกระมัง?
October 21, 2026
บทที่ 1004 เขาคงไม่หาไก่มากราบไว้ฟ้าดินแทนกระมัง?
บทที่ 1004 เขาคงไม่หาไก่มากราบไว้ฟ้าดินแทนกระมัง?
“ไม่ ใต้เท้าลู่เข้าใจ เพียงแต่แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ”
“ในเมื่อใต้เท้าฉีรู้ ไยต้องถามให้มากความ?”
“ลูกสาวผู้นี้ของข้าหน้าตาไม่เลวกระมัง? นางเติบโตมาที่ชายแดน รู้เรื่องต่อยตีเล็กน้อย ถึงแม้จะเป็นเพียงกระบวนท่าสวยงามแต่ใช้การไม่ค่อยได้ ทว่าก็เพียงพอสู้กับโจรธรรมดา ๆ แล้ว ข้าคิดว่าใต้เท้าลู่คงชื่นชมสตรีที่มีเอกลักษณ์เช่นนี้”
“ข้ามีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว อีกเพียงไม่กี่วันก็จะแต่งงาน ใต้เท้าฉีไม่จำเป็นต้องบอกเรื่องเหล่านี้ ข้าเพิ่งบอกสถานการณ์ของคุณหนูฉีกับใต้เท้า จากนี้ท่านสามารถหารือกับนางว่าจะทำอย่างไรต่อไป หากคุณหนูฉียืนกรานจะเข้าร่วมงานแต่งของข้าก่อนไปเมืองถงหยาง ข้าก็จะตระเตรียมที่นั่งไว้ให้ หากแผลย่ำแย่ลงเกินกว่าจะรักษาระหว่างนี้ เช่นนั้นก็อย่าได้ตำหนิข้าน้อยที่ไม่กล่าวเตือน สิ่งที่ควรกล่าวก็กล่าวแล้ว ข้าขอตัว”
ฉีเจินมองเงาร่างของลู่ฉาวอวี่แล้วเอ่ยอย่างใจเย็น “เจ้าเด็กคนนี้ ไม่ไว้หน้าสกุลฉีจริง ๆ”
“ผู้ใดให้เขาเป็นซื่อจื่อของจวนลู่อ๋องเล่าขอรับ?” ผู้ติดตามที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ย “เขาแซ่ลู่ ควรหยิ่งผยองจริง ๆ”
“กล่าวได้ไม่ผิด” ฉีเจินกล่าว “ซืออี้ยังไม่เฉลียวฉลาดมากพอ หากนางฉลาด นางควรบอกความในใจของนางให้ข้าฟังเร็วกว่านี้ ข้าจะได้วางแผนให้นางตั้งแต่เนิ่น ๆ”
“ได้ยินว่าฮูหยินลองหยั่งเชิงพระชายาลู่แล้ว พระชายาลู่ไม่ได้รับปาก ฮูหยินถึงได้ไม่เอ่ยถึงขอรับ”
“สตรีจะทำอะไรได้? เรื่องสำคัญเช่นนี้ หากข้ารู้เร็วกว่านี้หน่อย….”
สิงเจียซือออกมาจากร้าน เมื่อหมุนกายกลับมาเห็นลู่ฉาวอวี่ แววตาพลันเผยความประหลาดใจออกมา
“เหตุใดใต้เท้ามาอยู่ที่นี่ได้เจ้าคะ?”
“มาหาเจ้า”
“ใต้เท้ามาหาข้าโดยเฉพาะหรือ?”
“ไม่ผิด” ลู่ฉาวอวี่กล่าว “ตอนนี้เจ้ามีเวลาหรือไม่?”
สิงเจียซือมองไปรอบ ๆ เห็นคนมากมายกำลังมองมาจึงรีบร้อน “มีเวลาเจ้าค่ะ พวกเราเปลี่ยนที่คุยกันเถิด!”
ลู่ฉาวอวี่สะดุดตาเกินไปแล้ว
“ข้าจะพาเจ้าไปที่หนึ่ง” ลู่ฉาวอวี่เอ่ย “เจ้าตามข้ามาก็พอ”
สิงเจียซือสงสัยขึ้นมาทันที
ลู่ฉาวอวี่ยุ่งเพียงใด นางพอได้ยินมาบ้าง
คดีของสำนักตรวจการมีเข้ามาเรื่อย ๆ สิงเจียซือมักจะเห็นเขาขี่ม้าผ่านประตูไป บางครั้งนางก็อดสงสัยไม่ได้ว่าหากเขายุ่งทุกวันเพียงนี้ วันแต่งงานเขาจะมีเวลาว่างหรือไม่?
หากเขาไม่มีเวลา คงไม่หาไก่มากราบไว้ฟ้าดินแทนกระมัง?
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ สิงเจียซือก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“หัวเราะอะไร?”
“ท่านงานยุ่งถึงเพียงนี้ เกรงว่าจะไม่มีเวลาไปกราบไหว้…” สิ้นคำ สิงเจียซือก็รู้สึกเขินอายขึ้นมาเล็กน้อย “ข้าไม่ได้มีความหมายอื่น”
ลู่ฉาวอวี่มองนางแล้วยิ้มบาง ๆ “วางใจ วันนั้นข้าจะให้ทุกคนในสำนักตรวจการจับตาดูความเคลื่อนไหวในเมืองหลวง หากมีคนก่อเหตุในวันนั้น จะเพิ่มโทษอีกขั้นหนึ่ง”
“เช่นนั้นจะไม่เป็นการไม่ยุติธรรมหรือ?”
“ในเมื่อพวกเขากล้าก่อเหตุ กฎแห่งความยุติธรรมในโลกนี้ก็ไม่จำเป็นต้องรักษา หากต้องการความยุติธรรม เช่นนั้นก็อย่าก่อเหตุ” ลู่ฉาวอวี่เอ่ย “ข้าไม่สนว่าผู้อื่นจะคิดอย่างไร ในสายตาข้า ผู้กระทำความผิดที่ไม่อาจอภัย ไม่มีคุณสมบัติจะเอ่ยเรียกร้องสิ่งใด”
“ใต้เท้าลู่ร้ายกาจจริง ๆ”
“ถึงแล้ว”
สิงเจียซือมองดูหอเบื้องหน้า
“ที่นี่คือหอจิ่นซิ่ว”
“ไม่ผิด” ลู่ฉาวอวี่กล่าว “ยืนนิ่งทำอะไร? ไปกันเถอะ!”
“ที่นี่เป็นร้านเครื่องประดับชื่อดังที่สุดในเมืองหลวง”
“แม่ข้าเปิด” ลู่ฉาวอวี่เอ่ย “กิจการของตนเอง ทำตัวตามสบาย”
“กิจการของพระชายาเกี่ยวข้องกับเครื่องประดับทองเครื่องประดับเงินตั้งแต่เมื่อใด?”
“เดิมทีนางไม่ได้คิดจะเปิด เพียงแต่ทุกครั้งที่นางซื้อเครื่องประดับล้วนไม่ถูกใจ นางชอบซื้อเครื่องประดับให้อวิ๋นเอ๋อร์ เลือกหลายครั้งก็ไม่มีของที่นางพอใจจึงออกแบบให้ช่างฝีมือของร้านทำให้ เวลาผ่านไป นางจึงซื้อร้านมาเสียเลย ภายหลังก็ไม่ได้ดูแลเป็นพิเศษ บางครั้งช่างฝีมือทำเครื่องประดับดี ๆ ออกมาไม่ได้ก็จะขอให้นางออกแบบ นางก็เพียงโยนภาพแบบสองสามชิ้นให้ ผู้ใดจะรู้ กิจการนับวันยิ่งดีขึ้นเรื่อย ๆ จึงขยับขยายมาเป็นอย่างทุกวันนี้”