ตอนที่ 1118
บทที่ 1118 ตอนพิเศษ (20)
October 21, 2026
บทที่ 1118 ตอนพิเศษ (20)
บทที่ 1118 ตอนพิเศษ (20)
“จู๋จือ อิงฮวาเป็นอย่างไรบ้าง?” หยางชิงซือเอ่ยถามหลิวจิ่วจู๋
หลิวจิ่วจู๋เอ่ย “วางใจเถอะ เมื่อครู่ข้าดูแล้ว หลับสบายเชียวละ ร่างกายแข็งแรงไม่เลว”
“เช่นนั้นก็ดี” หยางชิงซือเอ่ย “พี่สะใภ้ ท่านรีบกลับไปพักผ่อนเถอะ! ข้ากับท่านพี่จะดูแลทางนี้เอง”
หลิวจิ่วจู๋รั้งอยู่คอยช่วยเหลือ
หยางชิงซือขอให้นางกลับไป บอกว่าที่นี่มีนางกับพี่ชายสองคนก็เพียงพอแล้ว
นางรู้ดีว่าหมู่นี้หลิวจิ่วจู๋ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับการทำยาอมอะไรนั่นไม่น้อยจึงไม่อยากให้สหายคนดีของนางต้องเสียเวลา
แน่นอนว่าหลิวจิ่วจู๋ไม่ยินยอมจึงรั้งอยู่ช่วยเหลือด้วยกันกับลู่ฉาวจิ่ง
“พี่ใหญ่ลู่ ที่บ้านท่านทำอะไรหรือ?” หยางชิงซือเห็นลู่ฉาวจิ่งกำลังทำเล้าไก่ แววตาเต็มไปด้วยความฉงน
ลู่ฉาวจิ่งมองเล้าไก่ตรงหน้า สมองพลันเกิดภาพชิ้นงานอันประณีตที่มารดาของเขาทำขึ้นมา จู่ ๆ ก็รู้สึกอับอาย
เขาได้เห็นกับตาได้ยินกับหูมาตั้งแต่เด็ก ช่างที่พบเห็นล้วนเป็นช่างฝีมือระดับปรมาจารย์ ดังนั้นรายละเอียดมากมายจึงสลักลึกอยู่ในกระดูก นึกไม่ถึงว่าสิ่งที่ไม่เคยสนใจ วันหนึ่งจะกลายมาเป็นงานฝีมือได้จริง ๆ
“จู๋จือ อิงฮวาร้องไห้แล้ว มือข้ามีแต่ฝุ่น เจ้าไปช่วยข้าอุ้มที” หยางชิงซือที่มือถือไม้ปัดฝุ่นขนไก่เอ่ยขึ้นมา
“ได้”
พี่สะใภ้กำลังอยู่ในห้องสุขา ยามนี้ย่อมไม่อาจละมือมาได้
หลิวจิ่วจู๋เคยอุ้มเด็กมาหลายคน ค่อนข้างมีประสบการณ์ทีเดียว นางอุ้มอิงฮวาไว้แล้วกล่อมเบา ๆ เมื่อลู่ฉาวจิ่งเดินมาหา นางก็ยื่นเด็กให้เขามองแล้วกล่าว “เจ้าดูนางสิ หน้าตาน่ารักน่าชังเชียว”
ลู่ฉาวจิ่งมองดูแวบหนึ่งจึงเห็นอิงฮวากำลังพ่นน้ำลายฟู่ ๆ พอดี ดวงตาใสแจ๋วคู่นั้นมองมาที่เขาด้วยความสงสัย บริสุทธิ์ไร้เดียงสา นัยน์ตาใสกระจ่างราวกับน้ำทิพย์
เขาหยักยิ้มขึ้นมา “น่ารักจริง ๆ”
หลิวจิ่วจู๋จ้องมองลู่ฉาวจิ่งด้วยแววตาว่างเปล่า
“แค่ก…” หยางชิงซือกระแอมไอฝืด ๆ “เจ้าควบคุมตนเองหน่อยเถิด! พวกเรายังอยู่ที่นี่นะ! สามีของเจ้าน่ะ หลังประตูห้องหับปิดสนิทจะดูอย่างไรก็ย่อมได้”
พี่สะใภ้หยางกลับมาพอดีจึงรับลูกไปจากอ้อมแขนของหลิวจิ่วจู๋พร้อมเอ่ยกับหยางชิงซือ “เจ้าเป็นสาวเป็นนาง ตนเองยังไม่ได้ออกเรือน พูดจาไม่รู้จักเหนียมอายเอาเสียเลย”
ทางฝั่งพี่สะใภ้หยางเต็มไปด้วยบรรยากาศชื่นมื่น ทว่าทางซ่งซื่อกับหยางฟู่กลับถูกทิ้งให้อ้างว้างเปล่าเปลี่ยว
เมื่อก่อนที่บ้านมีคนหลายคน ถึงแม้ไม่ได้พูดจาแต่ทุกคนอยู่ใต้ชายคาเดียวกันย่อมรู้สึกมีชีวิตชีวา ตอนนั้นซ่งซื่อบ่นว่าบ้านเล็กเกินไป เดินไปที่ใดก็ชนคน บัดนี้ดียิ่ง บ้านที่แต่เดิมแออัดพลันโหวงเหวง สองสามีภรรยาเฒ่าล้วนไร้คำพูด
“เมื่อเห็นโจ๊กก็ชวนให้คิดถึงคนขึ้นมา” หยางฟู่พึมพำ
“ไม่อยากกินก็ไม่ต้องกิน” ซ่งซื่อเอ่ย “ทางนั้นได้กินดี ท่านก็ตามไปเสียสิ! อย่างไรบ้านนี้ก็รับรองพวกท่านไม่ได้”
หยางฟู่ก้มหน้าลงมองโจ๊ก
“พี่สะใภ้ซ่ง พี่สะใภ้ซ่ง เกิดเรื่องแล้ว…” เสียงของหลี่ซื่อข้างบ้านดังมาจากด้านนอก
“เกิดอะไรขึ้น?” ซ่งซื่อเดินออกไป
“หญิงปากร้ายสกุลจงผู้นั้นไปสร้างปัญหาให้ลูกสาวบ้านท่านแล้ว” หลี่ซื่อกล่าว “ข้าได้ยินว่าเจ้ารองสกุลจงหายไป พี่สะใภ้จงถือมีดไปที่บ้านลูกชายกับลูกสะใภ้ท่านแล้ว”
“นังหัวขโมยหน้าด้านนั่น คิดว่าบ้านข้าไม่มีคนใช่หรือไม่?” ซ่งซื่อได้ยินดังนั้นก็รีบบึ่งไปที่บ้านของหยางชวนโดยไม่แม้แต่ปิดประตูบ้านตนเองด้วยซ้ำ
กลิ่นหอมหวานอบอวลอยู่ในอากาศ
ตอนนี้ได้เลยเวลามื้อเย็นไปแล้ว ทว่าควันจากบ้านหลิวจิ่วจู๋กลับยังลอยฟุ้งอยู่อย่างนั้น