ตอนที่ 366
บทที่ 366 ข้าอยากติดตามเจ้า
October 21, 2026
บทที่ 366 ข้าอยากติดตามเจ้า
บทที่ 366 ข้าอยากติดตามเจ้า
“ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว” หวงเฉิงเฟิงจิบชา จากนั้นจึงเอ่ยความตั้งใจของตนและเหตุผลที่มาที่นี่ “ข้ารู้ว่ามันอาจเสียมารยาทไปเล็กน้อย เจ้าไม่ต้องเห็นว่าข้าเป็นผู้อาวุโสก็ได้ มองข้าเป็นผู้ร่วมงานก็พอ ผู้อื่นเป็นอย่างไร ข้าก็เป็นอย่างนั้น เจ้าไม่จำเป็นต้องดูแลข้าเป็นพิเศษ หากข้าทำเรื่องผิดพลาดที่ควรถูกลงโทษก็ลงโทษ ควรลงโทษเช่นใดก็ลงโทษเช่นนั้น ข้าจะไม่ปริปากบ่นแม้แต่น้อย”
“เพราะเหตุใดกัน?” มู่ซืออวี่ฉงน “ข้าสอนหลานทั้งสองทำของทานเล่น พวกเขาขายดีมากและตั้งร้านเป็นของตนเอง ทั้งยังมีชื่อเสียงโด่งดังโดยมีท่านคอยคิดเงินให้ พวกท่านใช้ชีวิตอย่างมีความสุข นั่นไม่ใช่ว่ามีแต่จะดีขึ้นเรื่อย ๆ หรือ? เหตุใดท่านจึงอยากเป็นคนทำบัญชีของข้า? แน่นอนว่าข้าไม่ได้บอกว่าไม่ได้ ข้าก็ขาดคนทำบัญชีอยู่ แต่ข้าไม่เข้าใจความตั้งใจของท่าน”
“นังหนูสองคนนั้นมีทุกวันนี้เพราะได้เจ้าช่วยเหลือและสอนมา กิจการใหญ่โตมาถึงขั้นนี้ข้ากระจ่างแก่ใจ แน่นอนว่าชีวิตเช่นนี้เป็นความฝันของครอบครัวพวกเรา เพียงแต่ข้าอยากติดตามเจ้า”
หวงเฉิงเฟิงอธิบายเหตุผลที่ตนอยากติดตามนาง
เหตุผลหลัก ๆ คือร้านของสองพี่น้องยังเล็ก ยังไม่มีที่สำหรับเขา ส่วนเหตุผลอีกอย่างก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เขากล่าวว่าการติดตามมู่ซืออวี่จะช่วยให้เขาซึมซับแนวคิดทางการค้าได้ อีกทั้งยังช่วยขยับขยายวิสัยทัศน์ด้วย
เขายังเอ่ยอีกว่า ‘เรือนกรุ่นฝัน’ จะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ ภายหน้าจะมีร้านมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งชื่อเสียงอาจกระจายไปทั่วทั้งแผ่นดิน หากได้เป็นหัวหน้าคนทำบัญชีร้านเช่นนี้ จะไม่ดีกว่าเป็นนายตนเองหรือ?
“ได้ เช่นนั้นก็ยินดีต้อนรับเข้าสู่เรือนกรุ่นฝันของเรา”
หวงเฉิงเฟิงผ่านการสัมภาษณ์แล้ว
ร้านของทานเล่นของครอบครัวหวงมีชื่อว่า ‘ขนมสุดที่รัก’ ไม่จำเป็นต้องเดาก็รู้ว่าชื่อนี้เป็นมู่ซืออวี่ที่เลือกมา อย่างไรเสียนี่ก็เป็นยุคโบราณที่มีความเคร่งขรึมสง่างาม ผู้คนจึงมักตั้งชื่อด้วยคำจำพวก ‘หอ’ ‘เรือน’ ‘ศาลา’ อะไรเทือก ๆ นั้น มีเพียงร้านค้าจากตระกูลลู่ที่มีวิธีการตั้งชื่อต่างออกไป
ร้านแห่งนี้ไม่ใหญ่มากนัก มีพื้นที่ราว ๆ สิบหมู่*[1] เท่านั้น
ด้านหลังมีครัวเล็ก ๆ และเตาที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ ติดตั้งไว้เพื่อทำขนมโดยเฉพาะ
เมื่อหวงเฉิงเฟิงกลับมาก็พบหูซื่อที่เพิ่งส่งลูกค้ารายใหญ่คนหนึ่งกลับไป ใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มแทบจะหุบไม่ลง
เมื่อเห็นหวงเฉิงเฟิงกลับมา หูซื่อก็รีบมาทักทายด้วยความตื่นเต้น “พ่อเด็ก ๆ ท่านลองเดาสิว่าลูกค้าคนเมื่อครู่นี้ซื้อไปมากน้อยเพียงใด?”
“เท่าใดหรือ?” หวงเฉิงเฟิงมองภรรยาที่ดูเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นมาก สายตาของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
“ห้าตำลึงเงินเชียวนะ” หูซื่อยกมือขึ้นมาทำท่าทีประกอบ “สวรรค์ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้คำสั่งซื้อที่ใหญ่ถึงเพียงนี้”
“ลำบากเจ้าแล้ว” เมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขของภรรยา ในใจเขายิ่งรู้สึกผิดกว่าเดิม
หลายปีที่นางติดตามเขาล้วนแต่ลำบากตรากตรำ
“ไม่ลำบากเลย ข้ามีความสุขดี” หูซื่อเอ่ย “จริงสิ ท่านไปที่ใดมาหรือ? ถึงแม้ร่างกายของท่านตอนนี้จะดีขึ้นแล้ว ทว่าอย่าเที่ยวเตร่ไปทั่วจะดีกว่า รักษาตัวอีกสักพักค่อยออกไปเดินเล่นด้วยกันสักหน่อย”
หวงเฉิงเฟิงไม่ปิดบัง เขาเล่าเรื่องที่เพิ่งไปทำมาเมื่อครู่นี้ให้หูซื่อฟัง
หูซื่อลังเลไปชั่วขณะ “เช่นนี้พวกเราจะไม่รบกวนซืออวี่มากเกินไปหรือ?”
“ข้าคิดเช่นนี้” หวงเฉิงเฟิงกล่าว “กิจการของซืออวี่นับวันยิ่งใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งส่วนของบัญชียังเป็นส่วนที่สำคัญ แทนที่จะปล่อยให้คนนอกที่ไม่รู้จักมักคุ้นทำ ไม่สู้ให้ข้าดูแลดีกว่าหรือ ข้าเป็นลุงเขยของนาง อีกทั้งครอบครัวหวงของเราก็ได้รับความช่วยเหลือมากมายจากนาง แม้นางต้องการชีวิตข้า ข้าก็ยินดีมอบให้ แน่นอนว่าข้าย่อมไม่ทำเรื่องที่ผิดต่อนางแน่ นอกจากนี้ร้านขนมของเรามีพวกเจ้าแม่ลูกไม่กี่คนดูแลก็เพียงพอแล้ว ข้าเองก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก”
“ความสามารถอย่างท่าน จะรั้งให้อยู่ในร้านขนมเล็ก ๆ แห่งนี้ก็ผิดต่อท่านจริง ๆ ท่านกล่าวได้ถูกต้อง ซืออวี่ดีต่อพวกเรา พวกเราต้องพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนนาง เพียงแต่ร่างกายของท่านจะแบกรับไหวหรือ?”
“ในใจข้ารู้ดี” หากร่างกายของเขายังไม่ดีขึ้น นับประสาอะไรกับตอบแทนน้ำใจ แม้กระทั่งไปพบมู่ซืออวี่เขาคงละอาย
สองสามีภรรยาพูดคุยกันเกือบจะจบก็มีคนเข้ามาพอดี ทั้งคู่จึงหยุดการสนทนาและหันกลับไปต้อนรับลูกค้าอย่างอบอุ่น ทว่าเมื่อเห็นคนที่เข้ามา รอยยิ้มของหูซื่อพลันเลือนหายไปทันที
“ท่านพ่อ ท่านแม่”
พ่อแม่เหล่านี้ไม่ใช่แม่เฒ่าซ่งและถงลี่หยาง แต่เป็นพ่อแม่ของหวงเฉิงเฟิง จั่วซื่อและหวงต้าจง
จั่วซื่ออุ้มหลานชายแก้วตาดวงใจของตนไว้ ก่อนจะหันไปมองร้านเล็ก ๆ ตรงหน้า เมื่อมองเห็นขนมบนชั้น สายตาก็ฉายความละโมบอย่างเด่นชัด
“ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดเนิ่นนานเพียงนี้พวกเจ้าจึงไม่กลับไปเยี่ยมเยียนบ้าง ที่แท้ก็พบโชคอยู่ที่นี่นั่นเอง” จั่วซื่อเอ่ยขึ้น “กิจการเป็นอย่างไรบ้างเล่า?”
จากนั้น นางก็หยิบขนมขึ้นมาหนึ่งชิ้นแล้วกินเข้าไป
หลังจากได้กินหนึ่งคำแล้ว ลูกตาของนางก็แทบจะถลนออกมา