ตอนที่ 416
บทที่ 416 ฉู่หนิงจูเปิดเผยตัวตน
October 21, 2026
บทที่ 416 ฉู่หนิงจูเปิดเผยตัวตน
บทที่ 416 ฉู่หนิงจูเปิดเผยตัวตน
“สถานที่ที่ควรไปเที่ยวก็ไปเกือบหมดแล้ว ส่วนที่เหลือก็ค่อยไปทีหลัง โอกาสสุดท้ายก่อนกลับนี้ ข้าอยากจะชวนสหายสองคนมาเป็นแขกที่บ้าน และถือโอกาสนี้จัดการปัญหาบางอย่างด้วย”
หลังจากที่มู่ซืออวี่พูดจบ นางก็เรียกจื่อซูและจื่อเยวี่ยนให้ตามนางไปซื้อของ
ลู่อี้มองเซี่ยคุนแล้วถามว่า “นางอยู่ที่นี่มานานเพียงใดกัน แล้วนางมีสหายได้อย่างไร ผู้ใดบ้างที่ติดต่อกับฮูหยินในช่วงนี้?”
“ใต้เท้าลู่ ฮูหยินเป็นคนเข้าสังคมเก่ง การมีสหายเป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ” เซี่ยคุนพูด “ท่านยุ่งกับธุระทั้งวันยังไม่พอ ท่านยังจะกังวลเรื่องสหายของฮูหยินอีกรึ?”
“ผู้คนในเมืองหลวงจิตใจซับซ้อน”
“ท่านประเมินฮูหยินต่ำไป ไม่เพียงแต่ผู้คนในเมืองหลวงจะมีจิตใจซับซ้อนเท่านั้น ผู้คนในเมืองฮู่เป่ยก็ซับซ้อนเช่นกัน หากฮูหยินเข้ากับคนในเมืองฮู่เป่ยได้ดี นางก็สามารถทำเช่นเดียวกันในเมืองหลวงได้”
“หากท่านกังวล ก็รอจนกว่านางจะชวนสหายมาที่นี่ ท่านจะได้รู้ว่าใครเป็นใคร หากมีอะไรผิดปกติ พวกเราก็คอยแอบจับตาดูได้ อีกทั้งฉานอีและคนอีกสองสามคนก็คอยปกป้องฮูหยินอยู่ เรื่องความปลอดภัยของฮูหยินยังคงเคร่งครัดเช่นเดิม”
สิ่งแรกที่มู่ซืออวี่ซื้อก็คือบ้าน
เนื่องจากลู่อี้ต้องมาประจำที่เมืองหลวง สิ่งแรกที่ขาดไม่ได้ก็คือบ้านของเขาเอง บ้านหลังปัจจุบันเป็นของลู่เซวียน และลู่เซวียนจะต้องอาศัยอยู่ในอนาคต ไม่เช่นนั้นหากขุนนางสองคนอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน แม้ว่าพวกเขาจะเป็นพี่น้องกัน ก็เป็นเรื่องง่ายที่คนอื่นจะเข้ามายุ่งได้ อีกทั้งเมื่อลู่เซวียนถึงวัยที่สามารถแต่งงานได้ แม้ว่าเขาจะไม่รีบร้อน แต่เขาก็ต้องเตรียมตัวสำหรับการแต่งงานภายในช่วงสองปีข้างหน้า แยกบ้านกันเสียตอนนี้ดีกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการย้ายบ้านในอนาคต
เรื่องใหญ่เช่นนี้ไม่อาจตัดสินใจได้ด้วยตัวคนเดียว อันดับแรก นางเขียนรายละเอียดการวิเคราะห์บ้านหลายหลังที่นางเห็นว่าดีแล้วมอบให้ลู่อี้
“แล้วแต่ฮูหยินจะตัดสินใจ”
แต่เขาพูดเพียงประโยคสั้น ๆ เช่นนี้ มู่ซืออวี่เกือบจะหยิกเนื้อนุ่ม ๆ ที่เอวเขาแล้ว
ทว่านางไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เนื่องจากลู่อี้ฟังนาง นางจึงตัดสินใจเลือกบ้านหลังใหญ่ตามความคิดของตัวเอง
หลังจากเลือกบ้านได้แล้ว มู่ซืออวี่ก็ไม่รีบร้อนที่จะซื้อเครื่องเรือนเข้าบ้าน อย่างไรเสีย นางก็กำลังจะเปิดร้านในเมืองหลวงอยู่แล้ว นางต้องการจะพาคนงานมาดูสถานที่ทั้งภายในและภายนอกเสียก่อน
หลังจากที่มู่ซืออวี่ซื้อบ้านแล้ว นางก็เชิญซูจือหลิ่วและฉู่หนิงจูมาเป็นแขก
“พี่สาว ลู่เซวียนยังไม่กลับมาอีกหรือ?” ฉู่หนิงจูถาม
มู่ซืออวี่ส่ายหน้าเบา ๆ
ซูจือหลิ่วมองนางด้วยความสงสัย “เหตุใดเจ้าถึงได้ดูประหม่านัก?”
“ข้าดูประหม่าหรือ?” ฉู่หนิงจูถาม
“หน้าเจ้าซีดถึงเพียงนี้ ยังจะบอกว่าเจ้าไม่ประหม่าอีกหรือ” ซูจือหลิ่วพูดจบก็มองไปที่มู่ซืออวี่ “ลู่เซวียนคือผู้ใด เห็นนางประหม่ามากเช่นนี้ อาจมีอะไรบางอย่างก็…”
“น้องชายของสามีข้าเอง” ก่อนที่ซูจือหลิ่วจะพูดบางอย่างชวนประหม่ากว่านี้ มู่ซืออวี่ก็ชิงอธิบายตัวตนของลู่เซวียนก่อน
“ตอนที่หนิงจูไปเมืองฮู่เป่ย นางปลอมตัวเป็นผู้ชาย เมื่อพบกับน้องชายสามีของข้า นางก็ยังปลอมเป็นผู้ชายอยู่ น้องชายของสามีข้ายังไม่รู้ว่านางยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของนาง วันนี้ต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง นางกังวลว่าน้องชายของสามีข้าจะไม่พอใจน่ะสิ จะเป็นแบบนี้ก็ไม่แปลก”
ซูจือหลิ่วมองไปฉู่หนิงจูด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย “เป็นเรื่องปกติเช่นนั้นหรือเจ้าคะ?”
ปกติตรงไหนกัน?
แม้ว่าฉู่หนิงจูจะดูอ่อนโยนและอ่อนแอ แต่แท้จริงแล้วนางเป็นคนทะนงตัว ตอนที่นางเห็นคู่หมั้นเดินโอบไหล่สตรีไปรอบ ๆ หอคณิกา นางเดินจากไปโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า ไม่มีจวินอ๋องอยู่ในสายตาสักนิด