ตอนที่ 25
บทที่ 15 ยึดบ้าน
October 22, 2026
หลังจากที่ฟางเหนียงตกลงจะขายผักที่นางปลูกทั้งหมดให้กับภัตตาคารของลีหยางแล้ว ลีหยางก็ให้รถม้ามารับผักกาดขาวไปก่อน แล้วจึงค่อยมารับมะเขือเทศ กะหล่ำปลี พริก ตามลำดับ แต่มะเขือเทศนางจะขายให้เขาส่วนหนึ่งก่อน เพราะนางจะเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้เพาะกล้า ครั้งนี้นางขายผักกาดขาวได้ 5 ตำลึงกับ 400 อิแปะ นางไม่คิดเลยว่าจะขายได้เยอะถึงเพียงนี้ วันนี้นางจึงอยากทำกับข้าวที่มีผักกาดขาวเป็นเมนูอาหารเย็นนี้ นั้นก็คือผักกาดขาวห่อหมู กิมจิ แกงจืดหมูสับ ขณะที่นางรอเวลาเก็บเกี่ยวของผักทั้งสามแปลงนั้น นางกับเจิ้งเจี๋ยจะพากันขึ้นเขาไปเก็บผักป่า บางวันทั้งสองคนก็ไปดักปลา แต่ 2-3 วันมานี้ เจิ้งเจี๋ยไม่ให้นางติดตามไปด้วย ได้แต่บอกนางว่าให้ดูแลผักที่สวนเพราะจะถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว เขากลัวว่าผักจะไม่สมบูรณ์
“ฟางเหนียง ข้าเอาเมล็ดของดอกไม้มาฝากเจ้าด้วยล่ะ แต่ไม่รู้ว่าเป็นดอกไม้ชนิดใด” เจิ้งเจี๋ยยื่นเมล็ดที่มีลักษณะเป็นวงกลม มีเปลือกที่แข็ง ใหญ่เท่านิ้วโป้ง ให้กับฟางเหนียง ฟางเหนียงรับไว้แล้วก็ชวนเขาไปทานข้าว “อ่า ขอบใจมากนะ มาเรามาทานข้าวกันเถอะ พรุ่งนี้เราจะเก็บพริกกัน” เจิ้งเจี๋ยพยักหน้าตอบ วันต่อมาทั้งสองคนตื่นมาตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อเก็บพริกส่งร้านภัตตาคาร ฟางเหนียงให้รถม้ามารับพริกกับกะหล่ำปลีพร้อมกัน เพราะจะได้ไม่เสียเวลาเดินทางไปมาหลายรอบ เจิ้งเจี๋ยที่เห็นว่านางเหนื่อยแล้ว เขาจึงให้นางขึ้นไปพักก่อน ส่วนที่เหลือเขาจะทำเอง ฟางเหนียงจึงขึ้นไปเข้าครัวทำกับข้าวรอ และต้มน้ำอาบที่เจิ้งเจี๋ยเตรียมไว้ให้ เสร็จแล้วนางก็อาบน้ำ แล้วต้มน้ำอาบอีกรอบไว้ให้เจิ้งเจี๋ย ฟางเหนียงเดินไปที่สวนอีกรอบหนึ่ง เพื่อดูว่าเจิ้งเจี๋ยใกล้เสร็จงานหรือยัง
“เจิ้งเจี๋ยขึ้นมาเถอะ พรุ่งนี้เราค่อยทำกันใหม่ นี้ก็พลบค่ำแล้ว” เขาที่ได้ยินเสียงของนางก็รีบตอบกลับมาด้วยความเป็นห่วงทันที “ใกล้เสร็จแล้ว เจ้าไปรอข้าในบ้านก่อนเถอะ ยุงมันเยอะมากนัก” นางพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในบ้าน “โฮสต์ บ้านใกล้จะเสร็จแล้วนะ ไม่น่าจะเกินเดือนหน้า” นางรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที “จริงรึ เสียดายที่ข้ายังไม่มีเวลาได้ไปดู” คิดแล้วนางก็ทำหน้าเศร้า ปรับปรุงบ้านใหม่อย่างดีแต่ไม่มีโอกาสได้ไปอยู่ เอาไว้นางส่งผักรอบนี้เสร็จแล้วนางจะชวนเจิ้งเจี๋ยกลับบ้านสักครั้ง หลังจากที่รถม้ามารับผักทั้งหมดของนางกลับไปแล้ว ฟางเหนียงจึงคิดจะเอาเงินไปเก็บสะสม นางขายผักกาดขาวได้ 5 ตำลึง 400 อิแปะ กะหล่ำปลีได้ 4 ตำลึง 600 อิแปะ พริกขายได้ 3 ตำลึง ส่วนมะเขือเทศนางขายได้ 15 ตำลึงทอง รวมเงินที่ขายผักทั้งหมดเป็น 16 ตำลึงทอง 3 ตำลึงเงิน นางเอาเงินทั้งหมดเป็นเงินสะสม เพราะตอนนี้นางมีเงินติดตัวอยู่ประมาณ 15 ตำลึงทอง หากไม่มีเหตุจำเป็นอะไรนางจะไม่เอาเงินที่ได้มานั้น ใช้ในชีวิตประจําวันเด็ดขาด
“มีใครอยู่ไหม ปึง ปึง ปึง เจิ้งเจี๋ยเจ้าอยู่ในบ้านหรือไม่” เสียงเรียกที่ดังไม่หยุด ทำให้นางต้องรีบวิ่งออกจากห้องไปดูว่าใครมา “มาแล้ว มาแล้ว รอสักประเดี๋ยว” นางตะโกนตอบรับคนที่อยู่นอกบ้าน เจิ้งเจี๋ยก็เดินตามหลังนางมาติดๆ เขาที่อยู่สวนหลังบ้านได้ยินเสียงเรียกจึงรีบเดินมาดูด้วยเช่นกัน ฟางเหนียงเปิดประตูก็เห็นชายคนหนึ่งที่มีรูปร่างที่อ้วนเตี้ย แต่ใส่เสื้อผ้าราคาแพง และสร้อยทองที่ใส่เต็มคอที่ดูพะรุงพะรัง ส่วนคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เขานั้น เป็นหญิงวัยกลางคนที่ดูสง่ามีราศี มีใบหน้าที่งดงาม บ่งบอกให้รู้ว่าหล่อนเป็นคนชั้นสูง แต่หญิงวัยกลางคนผู้นี้กลับไม่เข้าตานางนัก นางมีความรู้สึกไม่ชอบหญิงวัยกลางคนผู้นี้มากนัก