ตอนที่ 32
บทที่ 32 ซื้อของเข้าบ้าน
October 22, 2026
"ฟางเหนียงเจ้าจะซื้อของเข้าบ้านมากหรือไม่ ข้าจะได้เอาตะกร้าใบใหญ่ไป" เจิ้งเจี๋ยตอนนี้กำลังเตรียมตะกร้าไว้ใส่ของ เพราะวันนี้เขากับฟางเหนียงจะออกไปที่ตัวอำเภอ "ข้าไม่ได้ซื้ออะไรมากนัก แค่ไปซื้อเนื้อมาไว้เท่านั้น" รางวัลชิ้นใหม่ที่นางได้มาครั้งนี้ คือหยกหิมะ หยกชิ้นนี้จะมีหน้าที่ให้ความเย็นในความกว้าง 1 หมู่ และถ้าหากอยากใช้เพื่อเก็บของ ก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ต้องทำห้องหรือตู้ให้ปิดสนิท หยกชิ้นนี้จะอยู่ในกล่องแก้วใส ด้านบนของกล่องจะมีล้อไว้ปรับความเย็นตั้งแต่ 0 ถึง -100 องศา ฟางเหนียงให้ช่างทำตู้ให้ 1 ตู้ที่มีความหนา แข็งแรง ไม่มีช่องลมใดๆลอดเข้า-ออกจากตู้นี้ได้ นางได้ลองทำการแช่ผักไว้ประมาณ 1 วัน ผักของนางก็ยังคงสดอยู่เช่นเดิม
"เช่นนั้นข้าจะเอาตะกร้าใบเล็กไปแล้วกัน"เจิ้งเจี๋ยเอาตะกร้าใบใหญ่ไปเก็บ แล้วเอาใบเล็กออกมาแทน "เจิ้งเจี๋ย เดี๋ยวข้าจะไปเยี่ยมเถ้าแก่ด้วย เจ้าช่วยเอา มะเขือเทศและพริกหยวกใส่ตะกร้าไปด้วยนะ ข้าจะเอาไปฝากเถ้าแก่" เจิ้งเจี๋ยเอาของจากตู้เย็นใส่ในตะกร้า ที่เรียกตู้เย็นเพราะฟางเหนียงพาเขาเรียก ทั้งสองคนเดินทางออกไปที่ตัวอำเภอในช่วงเช้า เพราะคนมาขายของในช่วงเช้าเยอะมาก นางอยากได้เนื้อหมูมากหน่อยเพราะนางไม่อยากมาที่ตัวอำเภอบ่อยนัก หลังจากที่ทั้งสองมาถึงตัวอำเภอ ก็มุ่งหน้าไปหาเถ้าแก่ทันที นางมาถึงที่ร้านของเถ้าแก่ก็ต้องตกใจ ร้านของเถ้าแก่ตอนนี้ได้ขยายร้านให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก พนักงานก็เพิ่มมาหลายคนด้วย นางเห็นเถ้าแก่ยืนอยู่ที่หน้าประตูร้านจึงเดินเข้าไปหา"สวัสดีเจ้าค่ะ เถ้าแก่"
เถ้าแก่ที่เห็นนางเดินมาแต่ไกล ก็ยิ้มให้นางทันที "ำไอหยา หลิวฟางเหนียงของเรานี่เอง เจ้าไปอย่างไรมาอย่างไร วันนี้ทำไมถึงมาหาข้าได้ล่ะ"เถ้าแก่พูดด้วยความดีใจ "ที่บ้านวุ่นวายนิดหน่อยเจ้าค่ะ ไม่มีเวลามาหาเถ้าแก่เลย วันนี้ข้าเข้ามาซื้อของเข้าบ้านพอดี จึงถือโอกาสนี้พาสามีมาให้ท่านรู้จักด้วยเจ้าค่ะ" พูดจบนางก็เรียกเจิ้งเจี๋ยที่อยู่ด้านหลังของนางมาสวัสดีเถ้าแก่ "สวัสดีขอรับเถ้าแก่ ข้ามีนามว่าเหย่เจิ้งเจี๋ยเป็นสามีของหลิวฟางเหนียงขอรับ" เถ้าแก่ทำหน้าสงสัยครู่หนึ่ง แต่ก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว "ฟางเหนียงเจ้าแต่งงานทั้งทีทำไมเจ้าถึงได้ไม่เชิญข้าไปร่วมงานด้วยล่ะ" เถ้าแก่พูดด้วยเสียงที่ยินดี แต่แกมน้อยใจอยู่เช่นกัน "เถ้าแก่ ข้าต้องขออภัยด้วยนะเจ้า พอดีข้าไม่ได้จัดงานแต่งเจ้าค่ะ" เถ้าแก่ได้ยินเช่นนั้น ก็นึกขึ้นมาได้ว่านางไม่มีญาติ ฟางเหนียงที่เห็นอาการของเถ้าแก่แล้ว นางก็รีบอธิบายทันที
"ข้าไม่เป็นไรแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้ข้ามีสวนผักเป็นของตัวเองแล้วนะเจ้าค่ะ" นางหันไปหาเจิ้งเจี๋ยเพื่อจะเอาผักที่นางเตรียมไว้ยื่นไปให้เถ้าแก่ "นี้คือผักที่ข้าปลูกอยู่ตอนนี้เจ้าค่ะ" เถ้าแก่ที่เห็นดังนั้นก็มองหน้านางอย่างมึนงง เถ้าแก่เคยเห็นมันครั้งหนึ่งที่ต่างแคว้นแต่ลูกมันเล็กกว่านี้มาก แล้วนี่มันอะไร ทำไมนางถึงปลูกได้ลูกใหญ่ถึงเพียงนี้ อีกอย่างผักทั้งสองชนิดนี้หายากยิ่งนัก แต่นางกลับมีมันอยู่ในสวน เถ้าแก่ได้แต่สงสัยแต่ไม่ได้ถามอะไร ทั้งสองคุยกันอีกนิดหน่อย ฟางเหนียงก็ขอตัวไปซื้อของต่อ หลังจากนั้นนางก็พาเจิ้งเจี๋ยไปซื้อเนื้อหมูก่อน นางซื้อทั้งเนื้อและกระดูกกลับบ้านไปหลายกงจิน แล้วไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ในครัวใหม่ นางคิดว่าจะซื้อไม่เยอะแต่พอมาถึงก็มีของให้นางต้องซื้อไม่หยุด นางคิดว่าจะซื้อบัวรดน้ำเพิ่มอีกสักใบสองใบ แต่พอหันไปดูเจิ้งเจี๋ยแล้วความคิดที่นางอยากซื้อของที่เหลือก็จบลง เพราะในตอนนี้เจิ้งเจี๋ยแทบจะไม่มีมือว่างจะถือของให้นางอีกแล้ว ฟางเหนียงจึงไปจ้างรถม้ามาขนของให้
เจิ้งเจี๋ยที่วางของทั้งหมดลงในรถม้า เขาก็ทำการจดจำคำพูดของฟางเหนียงให้ขึ้นใจทันที หากนางบอกเขาว่าไม่ได้จะซื้ออะไรมาก ความหมายของนางคือ 1 คันรถม้า เพราะตอนนี้ฟางเหนียงได้เข้าไปซื้อของต่อแล้ว นางบอกกับเขาว่าในเมื่อจ้างรถม้าขนของให้แล้ว เราก็ควรจะซื้อของที่ยังไม่ได้ซื้อ ซื้อกลับไปให้หมดเลย ในรถม้าก็ยังมีที่ว่างอยู่ เขาเดินเข้าไปในร้านอุปกรณ์ทำเกษตร เห็นนางซื้อบัวรดน้ำใหม่อยู่ 2-3 ใบ และตะเกียงอีก 2 อันไว้ใส่ในเล้า เสร็จจากส่วนนี้นางก็เข้าร้านผ้าห่มต่อ นางบอกว่า ที่บ้านผ้านวมผ้าปูมันเก่ามากแล้วห่มไม่อุ่นแล้ว เจิ้งเจี๋ยก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมนางถึงบอกว่าไม่อุ่น ทั้งๆที่ในห้องก็มีถ่านหินให้ความอบอุ่นอยู่แล้ว เฮ้อ!!! แล้วเขาก็แบกผ้านวมผ้าปู ที่นางซื้ออีก 2 ชุด และเสื้อผ้าที่นางซื้อมาอีก 10 ชุดไปไว้ในรถม้า