ตอนที่ 47
บทที่ 47 เวรกรรม
October 22, 2026
"ที่นี่ใช่จวนตระกูลเสี่ยวหรือไม่" ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น "ใช่ขอรับ พวกท่านมาหาใครรึ" บ่าวรับใช้ในจวนตระกูลเสี่ยวถามอีกฝ่ายด้วยเสียงสั่นๆ "ไปเรียกเสี่ยวจื่อลู่มาพบนายของข้า" บ่าวรับใช้ได้ยินเช่นนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปในจวน เพื่อไปเรียกนายหญิง "นายหญิงขอรับ มีชายฉกรรจ์นับสิบคนมาขอพบนายหญิงขอรับ" เสี่ยวจื่อลู่ที่กำลังหาวิธีแก้ปัญหาเรื่องการค้าอยู่ ได้ยินเสียงของบ่าวรับใช้มาเรียก ก็โมโหขึ้นมาทันที "เจ้าก็บอกพวกมันไปสิว่าข้าไม่รับแขกวันนี้" เสี่ยวจื่อลู่ตะโกนออกไปพร้อมเขวี้ยงหนังสือที่อยู่ใกล้มือใส่บ่าวรับใช้ "โอ๊ย!! ขอรับ ขอรับ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ขอรับ" บ่าวรับใช้หันหลังกำลังจะวิ่งไปที่หน้าประตูจวน แต่วิ่งเข้าไปชนกับชายร่างใหญ่เสียก่อน จนทำให้ร่างของบ่าวรับใช้กระเด็นถอยหลังมา "ไม่ต้องแล้วล่ะ พอดีข้าเสียมารยาทเข้ามาเองแล้ว" เจิ้งเจี๋ยเอ่ยขึ้นขณะที่เดินเข้าไปใกล้เสี่ยวจื่อลู่เรื่อยๆ
เสี่ยวจื่อลู่เห็นเจิ้งเจี๋ยก็ตกใจขึ้นมาทันที"นี่เจ้า เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วใครสั่งให้เจ้าเข้ามาจวนของข้าโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตเช่นนี้" เสี่ยวจื่อลู่เอ่ยขึ้น "จวนของเจ้าอย่างนั้นรึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ลูกชายของเจ้าไม่ได้บอกเจ้ารึว่าเขาได้ยกจวนหลังนี้ให้ข้าแล้ว ไม่ใช่สิ จวนหลังนี้มันเป็นของข้าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว" เจิ้งเจี๋ยเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเย็นชา "เจ้าเอาอะไรมาพูด จวนหลังนี้ลูกชายข้าจะยกให้เจ้าได้อย่างไรกัน อีกอย่างท่านพ่อของเจ้าก็มอบจวนหลังนี้ให้ตระกูลเสี่ยวเอง" เสี่ยวจื่อลู่พูดแย้งทันที "อย่างนั้นรึ ไม่ได้บอกกับพ่อของข้าว่าเอาไปค้ำประกันไว้หรอกรึ" เสี่ยวจื่อลู่ไม่ได้เอ่ยตอบใดๆ ได้แต่ยืนกำมัดตนเองไว้เช่นนั้น "ฮึ!! ทำไม ยอมรับความจริงไม่ได้หรืออย่างไร ครั้งนี้ลูกชายของเจ้าก็มอบให้ข้าเองเช่นกัน" เจิ้งเจี๋ยยิ้มเย้ยหยันให้เสี่ยวจื่อลู่
"ข้าไม่ได้บอกกับเจ้าเช่นนั้นสักหน่อย ข้าแค่เอาจวนหลังนี้ไปค้ำประกันไว้ก็เท่านั้น ไม่ได้คิดจะยกให้เจ้าเลย เจ้าคิดจะโกงข้าอย่างนั้นรึ" เสี่ยวหลวนซานที่รีบวิ่งมาจากโรงเตี๊ยม หลังจากที่บ่าวรับใช้ได้ไปตามเขา แล้วบอกเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นในจวน "เจ้าจะกล่าวหาว่าข้าไปโกงเจ้าก็ไม่ถูกนะเสี่ยวหลวนซาน ข้าก็แค่กลับมาเอาสิ่งที่พ่อของข้าฝากไว้กับตระกูลเสี่ยวเพียงเท่านั้น" เจิ้งเจี๋ยเอ่ยแล้วยิ้มออกมาด้วยความสะใจ "เจ้าพูดเช่นนี้ หมายความว่าอย่างไร ตระกูลเสี่ยวของข้าไปรับฝากอะไรจากตระกูลเฉินของเจ้ากัน" เสี่ยวหลวนซานปฏิเสธเสียงแข็ง "อ่อ!! ข้าลืมบอกเจ้าไป ว่าแท้จริงแล้วข้านั้นไม่ได้เป็นคนตระกูลเฉินแต่เป็นคนตระกูลเหย่ที่เคยล้มละลาย เพราะตระกูลเสี่ยวของเจ้าอย่างไรล่ะ" เสี่ยวหลวนซานอ้าปากค้างด้วยความมึนงง นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมชายคนนี้ถึงได้เป็นคนตระกูลเหย่ได้ล่ะ แล้วตระกูลเหย่คนเดียวที่ยังเหลืออยู่ก็คือ "เจ้าอย่าบอกนะว่า เจ้าคือเหย่เจิ้งเจี๋ย" ไม่แปลกที่เสี่ยวหลวนซานจะจำเจิ้งเจี๋ยไม่ได้ เพราะทั้งสองไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่นัก หากจะนับดูแล้วก็ไม่น่าจะเกินสามครั้ง และครั้งสุดท้ายที่เสี่ยวหลวนซานได้เจอกับเหย่เจิ้งเจี๋ยนั้น สภาพของเจิ้งเจี๋ยครั้งนั้นไม่ได้ต่างอะไรกับกระดูกเดินได้เลยสักนิด
"ยาพิษของแม่เจ้า นี่เอาเรื่องเช่นกันนะ หากครั้งนั้นข้าผ่านมันมาไม่ได้ ข้าคงเสียใจมากจนนอนตายตาไม่หลับเป็นแน่" เสี่ยวหลวนซานยังคงตกใจไม่หาย เขาคิดว่าเจิ้งเจี๋ยตายไปแล้วอย่างแน่นอน เพราะเขาเองที่เป็นคนไปเลือกยาพิษชนิดนี้ ให้สำหรับเจิ้งเจี๋ย แต่ไม่คิดเลยว่าเจิ้งเจี๋ยจะรอดมาได้ ทั้งๆที่พิษชนิดนี้หาทางแก้ได้ยากมากหรือไม่ ก็แทบจะไม่มีทางแก้เลยด้วยซ้ำ แล้วทำไมเจิ้งเจี๋ยยังยืนอยู่ต่อหน้าเขาเช่นนี้อีก เขาไม่ชอบเจิ้งเจี๋ยตั้งแต่เด็กแล้ว เพราะท่านแม่ชอบเอาเขาไปเปรียบเทียบกับเจิ้งเจี๋ยเรื่องทำการค้าเสมอ ด้วยเหตุผลนี้เขาจึงไม่อยากให้เจิ้งเจี๋ยต้องมาคอยเป็นก้างขวางคอเขาอีก "เรื่องทั้งหมดนี้คงเป็นแผนการของเจ้าสินะ" เสี่ยวจื่อลู่เอ่ยขึ้น "แน่นอนว่าต้องเป็นอย่างนั้น ในเมื่อรู้ตัวแล้วก็ออกไปจากจวนของข้าได้แล้ว" เจิ้งเจี๋ยตอบด้วยเสียงที่ไม่แยแส แล้วเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ในห้องโถงที่มีไว้ให้ประมุขของบ้านนั่ง "เจ้ามีสิทธิ์อะไร นี่มันจวนของข้า" เสี่ยวหลวนซานหัวเสียเป็นอย่างมาก โมโหให้กับเจิ้งเจี๋ยแล้วก็โมโหให้กับตนเองด้วยที่ต้องมาเสียท่าให้เจิ้งเจี๋ยเช่นนี้