ตอนที่ 5
บทที่5 เดินทางไปทำงานครั้งแรก
October 22, 2026
ฟางเหนียงเดินไปเรื่อยๆ มองดูบ้านของชาวบ้านในยุคนี้ บ้านแต่ละหลังไม่ใหญ่มากนักแล้วก็ไม่ได้ติดกันมากเหมือนอยู่ในยุคที่นางจากมา “ว้าว!!! บ้านโบราณของแท้ใช่ไหมเนี่ย โชคดีสุดๆ เลยแฮะ เกิดมาครั้งเดียวได้เห็นถึงสองชาติ” ฟางเหนียงตื่นเต้นมากๆ กับสิ่งที่ได้พบเจอเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่านางตกมาอยู่ยุคโบราณยุคไหน แต่ถือว่าโชคดีมากจริงๆ ที่นางยังไม่ตาย แถมยังได้มาเจอสิ่งแปลกใหม่ที่นางไม่เคยได้เห็นหรือเคยสัมผัสมาก่อน ชีวิตนี้นางเกิดมาคุ้มจริงๆ “ชาวบ้านเขาตื่นกันแต่เช้าถึงเพียงนี้เลยรึ แม้แต่เด็กเล็กก็ยังตื่นมาช่วยท่านพ่อท่านแม่ออกไปทำสวนแล้ว แข็งแรงเกินไปแล้วนะเจ้าหนู” นางมองดูครอบครัวหนึ่งที่กำลังช่วยกันทำสวนอยู่ มีเด็กชายคนหนึ่งอายุประมาณ 7-8 ขวบที่กำลังช่วยท่านพ่อของเขาถางหญ้าอย่างขะมักเขม้น หากเป็นยุคที่นางจากมาเด็กเล็กเพียงนี้คงไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ กันอยู่เป็นแน่ นางเดินไปมองดูวิถีชีวิตที่ชาวบ้านทำเป็นชีวิตประจำวันไป นางรู้สึกชอบบรรยากาศเช่นนี้มาก อย่างบอกไม่ถูก ไม่วุ่นวาย เรียบง่ายดี นางเดินมองนี้ มองนั้น ไปเรื่อยๆ จนถึงจุดขึ้นรถม้า
“มีรถม้าให้นั่งอย่างกับซีรีย์เลยล่ะ หากยามนี้อยู่ในซีรีย์จริงๆ ข้าต้องเป็นตัวเอกแน่ๆ คริ คริ ก็ข้าสวยขนาดนี้นี่น่า” นางหลงตัวเองอย่างไม่อายเพราะนางในยุคนี้สวยมากจริงๆ ที่นี่มีรถม้าแค่ 2 คันเท่านั้น ใครที่รีบไปทำงานหรือซื้อของในตอนเช้าก็ต้องรีบมาตั้งแต่ยามเหม่า (ตี 5 ถึง 7 โมง) หากขึ้นไม่ทันก็ต้องรอถึงยามซื่อ (9 โมง ถึง 11 โมง) เพราะรถม้าจะไปรอบใหม่ในยามนั้น “ฟางเหนียง เดินเร็วๆ เข้า รถม้าจะไม่มีที่นั่งเหลืออยู่แล้วนะ” เหมยเหม่ยเรียกฟางเหนียงให้รีบมาขึ้นรถม้าเพราะคนเริ่มเยอะแล้ว รถม้าที่นี่จะไม่มีการจองที่นั่งไว้ให้กัน ใครมาถึงก่อนก็ได้ที่นั่งก่อน “ข้ากำลังไปแล้ว เจ้ารอข้าด้วย” นางรีบวิ่งไปทางที่เหมยเหม่ยยืนอยู่ แล้วพากันขึ้นไปนั่งบนรถม้า ยังดีที่นางวิ่งมาได้ทัน ไม่อย่างนั้นนางไม่ได้ไปในรอบนี้แน่ นางทั้งสองคนได้ 2 ที่นั่งสุดท้ายพอดี คนอื่นที่ขึ้นไม่ทันก็ต้องทำคอตกแล้วนั่งรอในรอบต่อไป
“เจ้ามัวแต่เดินเล่นอยู่นั้นแหละเกือบไม่ทันรถม้ารอบแรกแล้วเห็นไหม” พอนางนั่งลงเหมยเหม่ยก็เอ็ดนางทันทีเรื่องที่นางได้แต่เดินเล่นอยู่ เกือบจะไม่ทันที่นั่งในรถม้า ฟางเหนียงจึงรีบเข้าไปอ้อนเหมยเหม่ยให้หายโกรธ “ต่อไปข้าจะไม่ทำแล้วให้อภัยข้านะ” เหมยเหม่ยเห็นดังนั้นก็อดที่จะเบะปากให้นางไม่ได้จริงๆ นางเห็นเหมยเหม่ยทำท่าทางเช่นนั้นก็ยิ่งอ้อนหนักมากกว่าเดิม จนทำให้เหมยเหม่ยต้องหัวเราะออกมาเบาๆ “อ่า เหมยเหม่ย รถม้านี่ไม่เห็นจะนั่งสบายเลยสักนิดทำไมกระโดกกระเดกเช่นนี้ล่ะ” นางกระซิบเบาๆ ให้เหมยเหม่ยได้ยินเพียงแค่สองคน ถ้าพูดเสียงดังไปก็กลัวจะรบกวนคนอื่น เหมยเหมยได้ยินอย่างนั้นก็แปลกใจ “เราก็นั่งเช่นนี้ทุกวัน เจ้ายังไม่ชินอีกรึ” เหมยเหม่ยตอบ แล้วมองนางด้วยความเป็นห่วง กลัวว่านางจะยังไม่หายดี “อ่า ข้าน่าจะยังไม่หายดี เวลานั่งรถม้าเลยไม่สบายตัวเท่าไหร่นัก” นางกลัวจะลืมตัวแล้วพูดพล่อยๆ อีกครั้งเลยหันหน้ามองไปที่ท้องนาที่ชาวบ้านกำลังพากันทำนากันอยู่ กลิ่นไอดินทำให้รู้สึกสดชื่นจริงๆ ไร้ซึ่งมลพิษ ไร้ควันไอเสียจากรถยนต์ เป็นบรรยากาศที่หาได้ยากจริงๆ จากยุคก่อนของนาง