ตอนที่ 663
บทที่ 663 ปีศาจในคราบมนุษย์
October 28, 2026
มีนาจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา ถามออกมาว่า: “ทำไมถึงอยากเจอหน้าฉันอีก?”
“หรือว่าเธอไม่ต้องการเจอหน้าฉัน?” ภูผายิ้มที่มุมปากแล้วพูดออกมา “ความเป็นความตายของมาร์ชสามีเธออยู่ในกำมือฉัน”
มีนากำมือแน่น แล้วพูดขึ้นว่า: “คุณคิดว่าคนอื่นเขาโง่กันหมดเหรอ ถึงเชื่อคำพูดที่คุณไปปรักปรำเขา!”
ภูผายิ้มออกมาอย่างได้ใจ “แต่ว่าคุณมาร์ชก็ทุ่มแทเหลือเกิน ตอนนั้นไม่ตายก็ควรจะรักษาตัวเองดีๆ แต่กลับไม่สนใจที่ตัวเองต้องเสียโฉมเลยกลับมาเป็นลูกน้องของผม เฮ้อ ไม่เอา……จริงๆ เล๊ย เขาคิดว่าการเป็นลูกน้องของผมเป็นเรื่องง่ายเหรอ ถ้าไม่มีการฆ่าคนสักสามสี่คน มีหรือที่จะเหมาะเป็นลูกน้องของผม?”
“คุณยังมีความเป็นคนหลงเหลืออยู่ไหม?” มีนาตั้งสติตัวเองแล้วพูดออกมา “มาร์ชไม่เหมือนคุณ ถึงแม้ว่าเขาต้องการหาหลักฐานการทำผิดกฎหมายของคุณ ก็ไม่ฆ่าคนโดยพลการหรอก”
“ใครก็อยากทำเป้าหมายของตัวเองให้สำเร็จกันทั้งนั้น หรือว่าเขาไม่ใช่แบบนั้น?เพื่อเป้าหมายของตัวเองแล้ว ถึงแม้ตัวเองต้องเสียโฉมจนกลายเป็นแบบนั้นเขายังยอมเลย นับประสาอะไรกับการฆ่าคน” ภูผาหัวเราะแล้วพูดออกมา “สายลับพวกนั้นล้วนใช้ข้ออ้างของความถูกต้อง แล้วใช้วิธีหลอกลวงมาตามหาหลักฐานกันทั้งนั้น แบบนั้นถือว่ามีมนุษยธรรมน์เหรอ”
“คุณพูดไปเรื่อย !มาร์ชไม่ได้ฆ่าคน เขาเป็นคนรู้จักขอบเขตอยู่!” มีนาถูกคำไร้เหตุผลของเขายั่วยุจนโกรธ
ภูผาหันไปมองเซทท์ ยิ้มแล้วพูดออกมาว่า: “เรื่องนี้พวกเราทะเลาะกันไปก็ไม่มีประโยชน์ ตำรวจเขาทำงานตามหลักฐานที่มี ผมพูดไปเรื่อยหรือเปล่า ตำรวจเขาต้องไปตรวจสอบดูอยู่แล้ว ใช่ไหม?”
เซทท์ไม่ได้ตอบอะไรเขา สีหน้าบึ้งตึงแข็งเหมือนเหล็กตลอดเวลา
“ถ้าการที่คุณต้องการเจอหน้าฉัน เพื่อจะพูดใส่ร้ายสามีของฉันแล้วหล่ะก็ ต้องขอโทษด้วยฉันไม่อยากเสียเวลาด้วย” มีนาพูดจบก็ลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกไป
“รอก่อน” น้ำเสียงของภูผาเหมือนออกคำสั่ง หยิบกระดาษสามสี่ใบนั้นขึ้นมาแล้วพูดออกมาว่า “กระดาษพวกนี้คุณเอามาจากไหน เหมือนตัวหนังสือของเธอมาก แต่ใครจะไปรู้นี่อาจเป็นเอกสารที่คนของตระกูลกรภัควัฒน์ปลอมแปลงขึ้นมาเองก็ได้?”
มีนารู้อยู่แล้วต้องเป็นเพราะเรื่องนี้แน่นอนที่ทำให้เขายังไม่ตายใจ จึงหยิบไดอารี่ทั้งเล่มออกมาจากกระเป๋า ตั้งหนังสือขึ้นมาแล้วพลิกให้เขาดูสองสามหน้า "ริสามีนิสัยชอบเขียนไดอารี่มาโดยตลอดอยู่แล้ว และกระดาษในมือคุณฉันเป็นคนฉีกมาจากไดอารี่เล่มนี้เอง คุณคิดว่าคุณเป็นคนสำคัญมากในสายตาของตระกูลกรภัควัฒน์เหรอ สำคัญจนคนในตระกูลกรภัควัฒน์ต้องทำไดไอรี่ปลอมขึ้นมาเล่มหนึ่งเลยเหรอ?”
สายตาของภูผาจ้องมองไปที่ไดอารี่ในมือมีนา พูดออกมาอย่างตื่นเต้นว่า: “เอาทั้งเล่มมาให้ฉัน ให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
ไดอารี่หนามาก ไม่สามารถยัดผ่านเข้าไปในกรงเหล็กได้ เซทท์จึงส่งสัญญาณให้ผู้คุมเพื่อเปิดประตูเอาเข้าไป
ภูผารับไดอารี่มา เปิดหน้าแรกอย่างรีบร้อน และเปิดดูไปเรื่อยๆ เมื่อเปิดถึงตรงกลางมีขาดไปหลายใบเหมือนกัน เขาจึงนำกระดาษในมือไปปะติดกับรอยขาดที่หายไปซึ่งมันตรงกันจริงๆ แสดงว่ามีนาไม่ได้พูดโกหก
เขารู้สึกว่าความหวังสุดท้ายของเขาได้พังทลายไปแล้วจริงๆ
ทันใดนั้นเขาไม่ดูไดอารีอีกต่อไป มือทั้งสองจับผมของตัวเองไว้ “ฉันผิดไปแล้ว ผิดไปแล้วจริงๆ ใช่ไหม?”
มีนาหยิบสร้อยคอเก่าๆ เส้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า บนสร้อยคอมีจี้รูปหัวใจติดอยู่ จากนั้นเอาออกมาโชว์ต่อหน้าภูผา
“ถ้าคุณยังไม่เชื่ออีก อันนี้สามารถยืนยันได้”
เมื่อภูผาเห็นจี้ก็จำได้ทันที เมื่อก่อนริสาชอบจี้อันนี้มาก ตอนเด็กเขาเห็นเธอใส่ติดตัวไว้ตลอด
ทุกครั้งที่เธออุ้มเขา จี้อันนั้นจะโดนแก้มเขาตลอด เย็นๆ และมีกลิ่นน่าดมของเธอติดอยู่ ซึ่งมันเป็นกลิ่นของแม่
ไม่รอให้เขาเอ่ยปาก มีนาก็ยื่นสร้อยคอเข้าไปในรูช่องว่างให้กับเขา
เขารีบจับสร้อยคอไว้ในมือ จนกระทั่งขอบของจี้แทงโดนฝ่ามือของเขาจนรู้สึกเจ็บ แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยมันออกจากมือ
มีนายิ้มเย็นชาแล้วพูดออกมาว่า: “คำตอบอยู่ในจี้รูปหัวใจนั้นแล้ว คุณเปิดจี้ออกมาดูก็จะรู้คำตอบเอง”