ตอนที่ 675
บทที่ 675 คุณหนูใหญ่ของผม
October 28, 2026
มาร์ชเอาแขนข้างหนึ่งขวางคนๆนั้นไว้ ตะโกนเสียงดังออกมาว่า: “รปภอยู่ไหน ตายกันหมดแล้วใช่ไหม?ยังมีรีบพาไอ้คนบ้าคนนี้ออกไปอีก!”
มีนายืนอยู่ด้านหลังมาร์ชและโผล่หัวครึ่งหนึ่งออกมา มองดูพี่ชายคนโตอะไรคนนี้ที่โผล่ออกมากะทันหัน เห็นเขาสวมเสื้อเชิ้ตลำลองลายดอกไม้ กางเกงขายาวสีขาว และผมฟูตั้งทั้งหัว
มองดูอายุน่าจะไม่น้อยแล้ว อย่างน้อยน่าจะสี่สิบ กระดุมเสื้อเชิ้ตก็ไม่กลัดให้เรียบร้อย โชว์รอยสักออกมา ดูแล้วไม่เป็นผู้ใหญ่เลย แต่งตัวสไตล์ฮิปฮอปมาก
เมื่อมาร์ชตะโกน ก็มีรปภสามสี่คนวิ่งเข้ามาจับตัวเขาไว้ เพื่อจะไล่เขาออกไป
มีหุ้นส่วนคนหนึ่งที่อายุใกล้เคียงกับเคนท์ลุกขึ้นมา แล้วพูดกับคนๆนั้นว่า: “คุณชายใหญ่ คุณกลับมาทำไม ทำไมถึงไม่อยู่ต่างประเทศ?เมื่อก่อนคุณเคนท์เคยบอกแล้ว ห้ามคุณกลับมาที่เมืองCอีก รีบออกไปเถอะ อย่ามาก่อความวุ่นวายที่นี่เลย”
“ไอ้แก่ พ่อฉันตายแล้วทำไมถึงไม่แจ้งฉัน นี่ผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ถึงปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้ฉวยโอกาสได้!” ในขณะที่เขาพูดพยายามขัดขืนให้หลุดพ้นจาก รปภ เพื่อต้องการไปทำร้ายผู้ถือหุ้นอาวุโสคนนั้น
ผู้ถือหุ้นอาวุโสรีบถอยหลังไปสองสามก้าว ชี้มาที่เขาอย่างโกรธเคืองแล้วพูดขึ้นว่า: “คุณ คุณดูหมิ่นคนมากเกินไปแล้ว !รู้ทั้งรู้ว่าพ่อคุณเพิ่งเสียชีวิตไป แต่คุณกลับแต่งตัวแบบนี้ มีความกตัญญูอยู่บ้างไหม! ยังมีหน้ามาบอกว่าเป็นทายาทอีก คุณมาก่อเรื่องก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก พ่อของคุณได้ทำพินัยกรรมไว้แล้ว และทนายความก็รับรองเอกสารแล้วด้วย!ไม่มีส่วนแบ่งของคุณ แม้แต่บาทเดียวคุณก็ไม่มีสิทธิ์!"
“ไอ้แก่……” ในขณะที่เขายังคงร้องโหวกเหวกอยู่นั้นได้ถูก รปภ ลากตัวออกไป
มาร์ชพูดกับคนที่รับผิดชอบดูแลรปภในบริษัทด้วยน้ำเสียงเข้มงวดว่า: “ถ้าเขากล้าบุกเข้ามาอีกโดยพลการ แจ้งตำรวจทันที!”
“ครับ คุณมาร์ช พวกเรารับทราบแล้ว!”
เสียงของคนที่อ้างว่าเป็นลูกชายคนโตของเคนท์ยิ่งอยู่ยิ่งเล็กลง และหายไปในที่สุด
มีนาถามออกมาด้วยความสงสัยว่า: “ลุงเต็ม คนๆนั้นเป็นลูกชายคนโตของพ่อหนูจริงเหรอ?ทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้ ไม่มีการศึกษาและมารยาทเลย?”
ลุงเต็มพยักหน้าแล้วพูดขึ้นว่า: “เขาเป็นลูกคนโตจริงๆ แต่เรื่องมันยาว อนาคตถ้ามีโอกาสผมจะค่อยๆ เล่าให้คุณหนูใหญ่ฟังเอง”
เมื่อมาร์ชเห็นพินัยกรรมประกาศให้ทุกคนรับรู้กันพอสมควรแล้ว จึงพูดกับทุกคนขึ้นมาว่า: “วันนี้พอแค่นี้ก่อน ทุกคนแยกย้ายกันได้ ต่อไปนี้ถ้าบริษัทมีเรื่องอะไรให้ใช้วิธีแจ้งอีเมลคุณมีนาจะเป็นคนจัดการเอง คุณมีนายังมีงานอย่างอื่นที่ต้องทำ ไม่สามารถนั่งประจำการที่บริษัทได้ทุกวัน”
ทุกคนพากันพยักหน้าแสดงว่าเข้าใจแล้วกันออกมา จากนั้นมีนาให้ทุกคนแยกย้ายกันได้
ระหว่างทางกลับบ้าน มาร์ชถามออกมาด้วยความกังวลว่า: “วันนี้จู่ๆ ก็มีลูกชายคนโตโผ่ลออกมา พรุ่งนี้ไม่รู้ว่าจะมีใครโผล่ออกมาแล้วอ้างว่าเป็นลูกของคุณเคนท์อีก แล้วมาแย่งมรดกกับคุณอีก ช่วงนี้เวลาที่คุณออกไปข้างนอกต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ”
มีนาตอบรับรู้ออกมา กำลังคิดถึงคนบุ่มบ่ามเมื่อกี้ อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาแล้วพูดขึ้นว่า: “ตอนที่คุณพ่อยังมีชีวิตอยู่ไม่มีใครอยู่ข้างกายเลย ตระกูลกรภัควัฒน์ก็เงียบเหงา ทำไมคนเพิ่งเสียชีวิตไปได้ไม่นานคนพวกนี้ก็โผล่ออกมาทันที พวกเขาไม่มีความกตัญญูเลย ต้องการแค่สมบัติและเงินของตระกูลกรภัควัฒน์เท่านั้นเอง”
แต่มาร์ชกลับไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องน่าแปลกอะไร เมื่อก่อนตอนเขาอยู่ตระกูลธวัชพลังกรเห็นญาติแบบนี้มาเยอะแล้ว: “นี่ต่างหากที่เป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุด ตอนที่พ่อคุณมีชีวิตอยู่ยังสามารถควบคุมได้ ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว คนพวกนั้นที่เขาเคยยอมรับ หรือบรรดาลูกๆ ที่เขาไม่ยอมรับคาดว่าต้องเริ่มโผล่ออกมาเรื่อยๆ ด้วยวิธีการต่างๆ ถึงแม้พ่อคุณจะมีพินัยกรรม แต่ถ้าคุณอยากสืบทอดVE Groupอย่างราบรื่นคิดว่าคงไม่ง่ายขนาดนั้น”
“อืม ฉันเข้าใจแล้ว” ตอนแรกมีนาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เมื่อนึกคิดเคนท์ฝากความคาดหวังทั้งหมดของVE Groupไว้กับเธอ และตอนนี้เคนท์ก็ไม่อยู่แล้ว เธอไม่มีโอกาสปฏิเสธเลยด้วยซ้ำ คิดในใจว่าถึงแม้จะยากแค่ไหนก็ต้องประคับประคองมันต่อไปให้ได้