ตอนที่ 677
บทที่ 677 ไอ้โง่คนหนึ่งนั่นเอง
October 28, 2026
“ซันถูกเธอเลี้ยงโตมาเหรอ?” มีนาคิดในใจถึงแม้จะเป็นแค่ลูกเลี้ยงแต่ก็น่าจะมีความรักต่อกันอยู่มั้ง แต่ทำไมไม่เคยได้ยินคนในตระกูลกรภัควัฒน์เอ่ยถึงบุคคลนี้มาก่อนเลย
ลุงเต็มพูด: “น่าจะไม่มีมั้ง ตอนแรกคุณกิ่งรับเด็กทุกคนที่คุณเคนท์ยอมรับเลี้ยงไว้ในคฤหาสน์ของตระกูลกรภัควัฒน์ แต่ต่อมาเมื่อเธอมีลูกสาวของตัวเองแล้ว ก็ดูแลแค่ลูกของตัวเองเท่านั้น ไม่สนใจเด็กพวกนั้นเลย เด็กพวกนั้นกลายเป็นเด็กไม่มีแม่ ระหว่างพวกเขาก็ไม่มีความรักต่อกันหรอก ตอนเด็กๆ ทุกคนเล่นกันไปมา มีหลายครั้งทำให้คุณโรซี่เกือบจมน้ำตายในสระว่ายน้ำในคฤหาสน์ หลังจากเกิดเรื่อง คุณเคนท์ก็โกรธมาก จึงส่งเด็กพวกนี้ไปเรียนที่โรงเรียนประจำ ต่อมาเด็กๆ พวกนี้แทบจะไม่มีใครควบคุมดูแลเลย พอเรียนจบมัธยมปลายที่โรงเรียนประจำก็ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเลย หลังจากกลับมาแล้วคุณเคนท์ดูผลการเรียนของพวกเขา สำหรับคนที่การเรียนดีก็เก็บไว้ฝึกงานที่VE Group คุณเคนท์คงต้องการคัดเลือกทายาทสืบทอดจากบรรดาลูกๆ ในนั้น แต่ไม่มีใครเอาไหนเลย จนผมเองก็ค่อยเป็นกังวลไปด้วย”
มีนารู้สึกว่าบรรดาลูกๆ ที่ถูกเคนท์ยอมรับ นอกจากกินอยู่อย่างสบายแล้ว และได้รับการศึกษาที่ดีแล้ว จริงๆ แล้วก็น่าสงสารเหมือนกัน เพราะพวกเขาไม่ต่างอะไรกับเด็กกำพร้าเลย
ช่วงเวลาที่พวกเขาเติบโตได้ผ่านอะไรมาบ้าง แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจหรือเปล่าก็ไม่มีใครรู้
“ฉันเห็นคนอื่นๆ ก่อนหน้านี้ถึงแม้จะไม่ได้ทำงานต่ำแหน่งสูงในVE Group แต่ก็ไม่ถูกพ่อฉันไล่ออกไปหนิ่ ซันคนนี้ไปทำอะเหรอ?”
“ตอนแรกคุณเคนท์คาดหวังกับซันมากที่สุด ถึงแม้เขาจะไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุด แต่ดีที่เขาตั้งใจทำงานและจริงจัง ตอนนั้นผมเองก็คิดว่าเด็กคนนี้ใช้ได้ คุณเคนท์เคยพูดกับผมเป็นการส่วนตัว ถ้าว่างๆ ก็ช่วยสอนงานเขาหน่อย……”
“เขาขยันจริงจังเหรอ?แต่ดูท่าทางของเขาวันนี้ ทั้งทรุดโทรมและอารมณ์ร้อน ไม่เหมือนคนที่สามารถทำงานได้ดีเลย” มีนาพูดขัดจังหว่ะขึ้นมา
“เฮ้อ นั่นเป็นเพราะว่าตอนหลังเขาเปลี่ยนไป ตอนแรกเขาทำงานในบริษัทอยู่ดีๆ คุณเคนท์ก็เริ่มมอบหมายงานสำคัญส่วนหนึ่งให้เขา แต่จู่ๆ ไม่รู้ว่าเขาไปได้ยินเรื่องของแม่เขามาจากไหน จากนั้นก็บอกว่าคุณเคนท์หลอกลวงแม่ของเขา บังคับพวกเขาแม่ลูกให้แยกออกจากกัน ความจริงแล้วแม่ของเธอไม่เคยเอาเงินจากตระกูลกรภัควัฒน์เลยแม้แต่บาทเดียว และสุดท้ายก็ยากจนล้มป่วยตายอยู่ในที่ที่สกปรกที่สุดของเมืองC
“หรือว่ามีคนจงใจใส่ร้ายเปลี่ยนจากขาวเป็นดำ ยุยงความสัมพันธ์ระหว่างความเป็นพ่อลูกของพ่อฉันกับเขา?”
ลุงเต็มพยักหน้าแล้วพูดขึ้นว่า: “ตอนนั้นผมก็คิดแบบนี้เหมือนกัน และเกลี้ยกล่อมเขาตลอดว่าอย่าตกเข้าไปในหลุมพรางที่ใครบางคนขุดเอาไว้ แต่เขาไม่ฟังคำเกลี้ยกล่อมของใครเลย ต่อมาก็ไม่ตั้งใจทำงานในบริษัท ไปเที่ยวผับเป็นประจำ ดื่มเหล้าหนัก และยังจงใจทำลายโปรเจคของบริษัทไปหลายโปรเจค ทำให้บริษัทสูญเสียสาหัส คุณเคนท์ทนไม่ไหวจึงไล่เขาออก และตัดขาดช่องทางการเงินของเขาทั้งหมด”
“ถ้างั้นก็เป็นเพราะเขาทำลายตัวเขาเองสิ”
“น่าเสียดาย หลังจากที่เขาถูกตัดขาดเรื่องเงินแล้ว และไม่สามารถก่อเรื่องข้างนอกได้อีก จึงกลับมาหาคุณเคนท์อีกครั้ง คุณเคนท์สั่งไม่ให้เขากลับมาเมืองCอีกเป็นอันขาด ให้อยู่ที่ต่างประเทศอย่างเดียว ไม่งั้นจะตัดขาดช่องทางการเงินของเขาอีก ถ้าเขาไม่เชื่อฟัง ก็จะได้ลิ้มลองรสชาติของความเจ็บปวดที่ไม่มีเงินใช้ เขาถึงยอมไปอยู่ที่ต่างประเทศ และไม่เคยกลับมาอีกเลย”
มีนาพอจะรู้โชคชะตาของซันคร่าวๆแล้ว ดูแล้วน่าจะถูกคนหลอกใช้จึงทำตัวเละเทะ หลังจากไปอยู่ที่ต่างประเทศมาหลายปีก็ไม่คิดแก้ไขปรับปรุงอะไรเลย มาวันนี้ก็ยังถูกคนอื่นหลอกใช้อีก จู่ๆ ก็กลับมาก่อความวุ่นวายอีก
“ถูกแล้วลุงเต็ม เมื่อกี้ฉันได้ยินว่า คุณปู่ของตระกูลกรภัควัฒน์ความจริงแล้วมีพี่น้องหลายคน แต่ถูกคุณปู่ขับไล่ออกไป เพราะสาเหตุอะไรเหรอ?”
“โอะ เรื่องนี้เหรอ พวกเขาคัดค้านเรื่องการแต่งงานของคุณปู่กับคุณย่ามาโดยตลอด และหาเรื่องคุณย่าทุกวิถีทาง คุณปู่ต้องการปกป้องคุณย่าจึงไม่มีทางเลือก ไล่น้องสาวที่จิตใจไม่ดีที่สุดออกไป น้องสาวของเขาโกรธมากจึงไปอยู่ที่ต่างประเทศ และได้เปิดบริษัทที่ต่างประเทศอีกด้วย และได้ชักชวนพี่น้องทั้งหมดออกไปด้วย เพื่อต้องการยึดอำนาจของคุณปู่ทั้งหมด แต่คิดไม่ถึงว่าในสถานการณ์ที่ผู้บริหารระดับสูงหายไปกว่าครึ่ง คุณปู่ไม่ได้สนใจพวกเขาเลย พึ่งพาความสามารถของตัวเองนำพาVE Groupผ่านวิกฤติให้รอดพ้นไปได้ และVE Groupก็ยังคงยืนหยัดได้อย่างมั่งคง”
“ที่แท้หลังจากพวกเขาพี่น้องทะเลาะแตกหักกันแล้ว ทำให้VE Groupเกิดความปั่นป่วนมากขนาดนี้เลยเหรอ” มีนาอุทานออกมา
“ผมไม่ได้สัมผัสเรื่องเหล่านั้นด้วยตัวเองหรอก เรื่องพวกนี้ก็ได้ยินมาจากคนเก่าแก่ในบริษัทมาอีกที หลังจากนั้นคุณปู่กับคุณย่าก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกับญาติพวกนั้นอีก และคนเหล่านั้นก็อาศัยอยู่ในต่างประเทศกันหมด”
มีนาฟังลุงเต็มเล่าเรื่องความแค้นต่างๆ ของคนสองรุ่นก่อน ถึงเข้าใจเรื่องระหว่างนี้ที่เกิดขึ้นมากยิ่งขึ้น